วัตถุมงคลทั่วภูมิภาคของประเทศไทย

ในห้อง 'พระเครื่อง วัตถุมงคล' ตั้งกระทู้โดย Jumbo A, 17 สิงหาคม 2022.

  1. Jumbo A

    Jumbo A เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 กุมภาพันธ์ 2008
    โพสต์:
    14,537
    ค่าพลัง:
    +21,470
    รับทราบครับขอบคุณครับ
     
  2. Jumbo A

    Jumbo A เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 กุมภาพันธ์ 2008
    โพสต์:
    14,537
    ค่าพลัง:
    +21,470
    FB_IMG_1788677247172.jpg

    อาจารย์นำเคยกล่าวกับ พระองค์เจ้าภาณุพันธ์ยุคคลว่า
    “หากสิ้นบุญฉันแล้ว มีกิจอันใดที่สำคัญก็จงไปหาพ่อท่านคลิ้ง วัดถลุงทอง ร่อนพิบูลย์นครศรีฯเถิด ท่านเก่งและแก่กล้าทางญาณสมาธิมาก”

    ประวัติพ่อท่านคลิ้ง(ข้อมูลแน่นๆครับจากหนังสือที่กำลังจะออกมา)
    พ่อท่านคลิ้ง เดิมชื่อ คลิ้ง นามสกุล ฉิมแป้น เป็นบุตร นายแก้ว และ นางทุ่ม ฉิมแป้น เกิดเมื่อวันจันทร์ เดือน ๙ ขึ้น ๑๐ ค่ำปีจอ ตรงกับ พ.ศ. ๒๔๒๙ ที่บ้านหมู่ที่ ๑ ตำบลหินตก อำเภอร่อนพิบูลย์ จังหวัดนครศรีธรรมราช หมู่บ้านที่พ่อท่านเกิดชื่อหมู่บ้านถลุงทอง เป็นบุตรโทน คนเดียวของพ่อ-แม่ ซึ่งมีอาชีพทำนาทำสวน
    ครั้นเจริญวัยอายุได้พอสมควร บิดาได้สอนหนังสือไทยให้ ปรากฏว่า เรื่องราวใดๆ ก็ตามที่บิดาสอนให้ก็สามารถจดจำได้ ครบถ้วน การเขียน การอ่านเป็นไปอย่างรวดเร็ว เฉลียวฉลาดผิดปกติเด็กธรรมดาบิดาถ่ายทอดความรู้ภาษาไทยให้เพียงปีเดียวก็หมดสิ้นความรู้ที่มีอยู่ ปรากฏว่าพ่อท่านอ่านออกเขียนได้สิ้น บิดาเห็นเช่นนั้นจึงอยากจะให้บุตรคนเดียวของตนมีความรู้มากขึ้น ครั้นจะเอาไปเรียนที่ใดก็ไม่เห็นลู่ทาง จึงได้นำไปปรึกษากับ พระอาจารย์ขำวัดถลุงทอง
    พระอาจารย์ขำ เห็นหน่วยก้านดีมีลักษณะเป็นคนมีบุญ จึงได้รับไว้ให้ศึกษาเล่าเรียนด้วย ขณะศึกษาอยู่กับพระอาจารย์ขำ ก็ขยันขันแข็งในการเล่าเรียน ครั้นกลับบ้านก็ช่วยบิดามารดาทำงานทางบ้านทุกสิ่งสรรพเป็นที่รักใคร่ของพ่อแม่ และผู้พบเห็นทั่วไป ไม่ผิดหวังกับพ่อแม่ที่มีลูกโทนเพียงคนเดียว
    อายุได้ ๑๗ ปี พ่อท่านเป็นกำลังแข็งขันช่วยกิจการงานทางบ้านได้คล่องแคล่วพอจะแทนบิดามารดาได้ ก็พอดีมารดาถึงแก่กรรมยังเศร้าโศกเสียใจให้กับบิดาและตัวท่านเองมาก ด้วยความกตเวทิตาคุณมารดาและด้วยการส่งเสริมจากบิดา พ่อท่านจึงบวชเป็นสามเณร ตั้งแต่บัดนั้น คือ ปี พ.ศ.๒๔๔๖ โดยพระอาจารย์ขำนำไปบวชเป็นสามเณรให้ที่วัดป่าตอ (ขณะนั้น วัดถลุงทอง ยังไม่มีวิสุงสีมา) โดยนิมนต์เอา เจ้าคุณศรีธรรมราชมุณี วัดหน้าพระบรมธาตุ นครศรีธรรมราช มาบวชให้ นับเป็นนิมิตอันดีเมื่อท่านเจ้าคุณเห็นสามเณรคลิ้งขณะนั้นเข้า ก็ถึงกับกล่าวชมว่ามี ลักษณะบุคลิกดี เป็นผู้มีบุญวาสนา จะสืบอายุพระศาสนาต่อไป และจะสำเร็จกิจ
    ในทางธรรมสูงสุดในภายภาคหน้า เมื่อบวชเป็นสามเณรแล้วก็กลับมาอยู่ยังวัดถลุงทอง ศึกษาอัขระขอมสูตรเลขยันต์ เวทมนต์คาถา วิชาแพทย์แผนโบราณ และโหราศาสตร์ กับ พระอุปัชฌาย์ขำ (ได้เป็นพระอุปัชฌาย์ขณะที่บวชสามเณรคลิ้ง) ขณะเป็นสามเณรก็รับใช้พระอาจารย์ทุกสิ่งทุกอย่างจนเป็นที่รักใคร่ของพระอุปัชฌาย์ขำเป็นอย่างยิ่ง มีวิชาอันใดก็สั่งสอนให้ไม่ปิดบังหวงแหน
    เมื่อวัยครบจะอุปสมบทเป็นภิกษุได้ในปี พ.ศ. ๒๔๔๙ บิดาจึงได้ขอร้องให้พ่อท่านอุปสมบทต่อไป ด้วยความเต็มใจของพ่อท่านอยู่แล้วพระอุปัชฌาย์ขำ จึงได้พาสามเณรคลิ้งเดินทางไปอุปสมบทให้ ณ พัทธสีมา วัดป่าตอโดยมีพระอุปัชฌาย์ขำ เป็นพระอุปัชฌาย์ หลวงพ่อเอียด เป็นพระกรรมวาจาจารย์ ได้ฉายาว่า “จนทสิร” เมื่ออุปสมบทแล้วก็กลับมาจำพรรษายังวัดถลุงทอง ขยันหมั่นเพียรท่องบ่นมนต์คาถาเป็นประจำเพียงพรรษาได้ไม่มากก็ท่องสวดปาฎิโมกข์และบทสวดมนต์ได้เจนจบสิ้น ไม่ว่าจะเป็นบทใดในคัมภีร์ พ่อท่านค้นเอามาท่องจำได้หมด เป็นที่ชื่นชอบของพระอุปัชฌาย์ขำมาก ต่อมาพระอุปัชฌาย์ขำได้ถ่ายทอดวิชาที่มีอยู่ทั้งหมดให้ก็สามารถศึกษา ได้เจนจบ ต้องถึงกับมอบตำราของ หลวงพ่ออยู่ ซึ่งนำมาจากกรุงศรีอยุธยาจำนวนหลายสิบเล่มให้พ่อท่าน พ่อท่านก็ศึกษาจนทะลุปรุโปร่ง พระอุปัชฌาย์เห็นคล่องแคล่วในวิชาการดีแล้วจึงสอนปฎิบัติปัสสนาธุระให้ พ่อท่านก็ปฎิบัติได้สมปรารถนาของอาจารย์อย่างรวดเร็ว เป็นเหตุอัศจรรย์ใจยิ่ง
    ต่อมาในปี พ.ศ. ๒๔๖๗ พระอุปัชฌาย์ขำได้มรณภาพลง ก่อนมรณภาพก็ได้สั่งเสีย พ่อท่านคลิ้งขอให้สืบตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดถลุงทองต่อ และฝึกฝนญาณสมาธิให้แก่กล้าเพื่อความหลุดพ้นในขั้นต่อไป อย่าได้ทิ้งเสีย พ่อท่านก็รับคำพระอาจารย์ทั้งสิ้น
    ความกตเวทิตาคุณในอาจารย์อันยิ่งใหญ่ พ่อท่านจึงได้ตั้งใจว่าจะสร้างศาลาโรงธรรมขนาดใหญ่เพื่อตั้งศพอาจารย์ให้สมเกียรติ จึงได้ประชุมชาวบ้านญาติโยมให้ช่วยกันสร้างกุศล เพียงเวลาไม่ถึงหนึ่งเดือนด้วยความตั้งใจอย่างแรงกล้าของพ่อท่าน โรงธรรมขนาดกว้าง ๒๐ เมตร ยาว ๓๕ เมตร ก็สำเร็จลุล่วงลง ชาวบ้านเห็นความดีของท่านที่มีความตั้งใจแสดงกตเวทิตาอาจารย์แรงกล้าเช่นนั้นจึงพร้อมใจกันนิมนต์ พ่อท่านให้เป็นเจ้าอาวาสสืบมาเป็นที่รักใคร่นับถือของชาวบ้าน เป็นที่พักพิงอาศัยในการรักษาโรคภัยไข้เจ็บขจัดทุกข์โศก และอบรมสั่งสอนให้ลูกศิษย์และชาวบ้านตั้งอยู่ในคุณงามความดี
    พ่อท่านคลิ้ง นับว่าเป็นพระเถระที่น่ากราบไหว้ ท่านบริสุทธิ์ผุดผ่องอยู่ในศีลาจารวัตร ปฏิบัติแต่วิปัสสนาธุระ บำเพ็ญเพียรทางใจทรงไว้ด้วยญาณสมาธิอย่างแก่กล้า ท่านมักจะพูดน้อย และดำรงตนอยู่อย่างสมถะมักน้อย ยิ้มแย้มแจ่มใสอย่างมีเมตตาธรรม เป็นที่รักใคร่แก่ทุกคนที่พบเห็น ท่านมีเมตตาอยู่ในตนเองอย่างประหลาด ท่านจะสวดมนต์อยู่เสมอในเวลาว่าง และปฏิบัติวิปัสสนาเป็นประจำในยามราตรีอันวิเวก ฉันอาหารเพียงครั้งเดียวในหนึ่งวัน แต่ร่างกายท่านสมบูรณ์ ใบหน้าแดงผ่องผุดเต็มไปด้วยบุญญาราศี กล่าวกันว่าท่านปกครองพระในวัดด้วยสายตา เพียงแต่มองเท่านั้น ก็ทราบว่าท่านตำหนิหรือชมเชย และสิ่งสำคัญคือ วาจาของท่าน “ศักดิ์สิทธิ์” และเป็นไปได้ทุกประการตามคำทุกคำของท่านที่ได้กล่าวออกไป พ่อท่านคลิ้งมีความสนิทและชอบพอกันดีกับ พ่อท่านคล้าย และพ่อท่านคล้ายมักจะ
    กล่าวยกย่องท่านอยู่เสมอในบรรดาลูกศิษย์เป็นที่ทราบกันดีในระหว่างลูกศิษย์ใกล้ชิด ระหว่าง พ่อท่านคล้าย วัดสวนขัน กับ พ่อท่านคลิ้ง วัดถลุงทอง
    เมื่อพ่อท่านคลิ้งกับพ่อท่านคล้ายพบปะกันท่านมักจะดีใจยิ้มแย้มเข้าหากัน และสนทนากันเป็นระยะเวลาอันยาวนาน ถึงการปฏิบัติธรรมของกันและกันอย่างสนิทสนม เถราจารย์อันแก่กล้าสององค์นี้มีความเหมือนกันเป็นประจักษ์ใน ความศักดิ์สิทธิ์ของวาจา พ่อท่านคล้ายมีความเชื่อมั่นในตัวพ่อท่านคลิ้งมาก ถึงกับเคยพากฐินไปทอดที่วัดถลุงทองถึงสองครั้งด้วยกัน
    เมื่อครั้งที่อาจารย์นำ วัดดอนศาลา พัทลุง ยังมีชีวิตอยู่ ท่านเคยพูดถึง พ่อท่านคลิ้ง เสมอ และให้นิมนต์ไปร่วมปลุกเสกมงคลวัตถุชิ้นสุดท้าย คือรูปเหมือนและกริ่งทักษิณชินวโรด้วย

    อาจารย์นำเคยกล่าวกับ พระองค์เจ้าภาณุพันธ์ยุคคลว่า

    “หากสิ้นบุญฉันแล้ว มีกิจอันใดที่สำคัญก็จงไปหาพ่อท่านคลิ้ง วัดถลุงทอง ร่อนพิบูลย์นครศรีฯเถิด ท่านเก่งและแก่กล้าทางญาณสมาธิมาก”

    พระผงรูปเหมือน รุ่น ๑๐๐ ปี

    พ่อท่านคลิ้ง วัดถลุงทอง จ.นครศรีธรรมราช
    ปีพ.ศ. ๒๕๒๘

    ผงรูปเหมือน รุ่น ๑๐๐ ปี พ่อท่านคลิ้ง วัดถลุงทอง
    จ.นครศรีธรรมราช อนุสรณ์ในวาระครบรอบอายุ 100 ปี สร้างเมื่อปี 2528 เพื่อนำปัจจัยก่อตั้งมูลนิธิช่วยการศึกษา โรงเรียนคีรีราษฎร์พัฒนา โรงเรียนในความอุปการะของพ่อท่านคลิ้ง ได้รับการแผ่เมตตาปลุกเสกโดย 9 พระอาจารย์ดังแห่งเมืองนครศรีฯ คือ

    1. พ่อท่านคลิ้ง วัดถลุงทอง อ. ร่อนพิบูลย์
    2. หลวงพ่อสังข์ วัดเทพมงคล อ. ร่อนพิบูลย์
    3. หลวงพ่อหีต วัดเผือน อ. ร่อนพิบูลย์
    4. หลวงพ่อน่วม วัดหลวงครู อ. เมือง
    5. หลวงพ่อกล่ำ วัดศาลาบางปู อ. เมือง
    6. หลวงพ่อรุ่น วัดมุขธารา อ. เมือง
    7. หลวงพ่อสังข์ วัดดอนตรอ อ. เชียรใหญ่
    8. หลวงพ่อจันทร์ วัดทุ่งเฟื้อ อ. เชียรใหญ่
    9. พระอาจารย์มหาพิษณุ วัดแจ้ง อ. เมือง

    ในการปลุกเสกนั้น พ่อท่านคลิ้งปลุกเสกเดี่ยว 2 ครั้ง และได้นำเข้าพิธีใหญ่ที่วัดถลุงทอง จัดขึ้นเมื่อ 27 ก.ค.ด้วย พ่อท่านจันทร์ปลุกเสกเดี่ยว 3 คืน พ่อท่านน่วมปลุกเสกแล้วบอกว่า เหรียญและพระผงรุ่นนี้ เข้มขลังมาก เพราะการจัดสร้างมีความบริสุทธิ์ใจเป็นที่ตั้ง มีเจตนาดี ขอให้การจัดตั้งมูลนิธินี้ จงสำเร็จไปด้วยดี... พระอาจารย์มหาพิษณุ ผู้ปลุกเสกปิดท้ายรายการนั้นบอกว่า ขนาดนั่งปรกปลุกเสก ได้เห็นรัศมีพุ่งออกมาจากตัววัตถุมงคล ท่านว่าวัตถุมงคลรุ่นนี้ มีความเข้มขลังมากจริงๆ

    ขอขอบคุณท่านเจ้าของบทความข้อมูลที่มาอย่างสูงครับ


    ให้บูชา 200 บาทค่าจัดส่งด่วน 30 บาทครับ

    IMG_20260906_142541.jpg IMG_20260906_142608.jpg
     
  3. Jumbo A

    Jumbo A เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 กุมภาพันธ์ 2008
    โพสต์:
    14,537
    ค่าพลัง:
    +21,470
    FB_IMG_1788684247383.jpg FB_IMG_1788684243902.jpg FB_IMG_1788684241226.jpg FB_IMG_1788684257958.jpg FB_IMG_1788684260915.jpg FB_IMG_1788684264191.jpg FB_IMG_1788684273979.jpg FB_IMG_1788684276782.jpg FB_IMG_1788684280042.jpg FB_IMG_1788684282574.jpg FB_IMG_1788684285224.jpg FB_IMG_1788684288120.jpg FB_IMG_1788684290686.jpg FB_IMG_1788684293829.jpg

    ประวัติหลวงพ่อเวก

    หลวงพ่อเวกวุฑฒิปัญโญ "วัดลาดศรัทธาราม"เพชรบุรี
    พระครูสุภาณีวิทยาคุณ หรือ หลวงพ่อเวก วุฑฒิปัญโญ อดีตเจ้าอาวาส วัดลาดศรัทธาราม ต.บ้านลาด อ.บ้านลาด จ.เพชรบุรี และอดีตพระเกจิอาจารย์อีกรูปหนึ่งของจังหวัดเพชรบุรี ที่มีผู้เลื่อมใสศรัทธาจำนวนมาก วัตถุมงคลของท่านเป็นหนึ่งในตำนานพระเครื่องเมืองเพชรบุรี ที่มีประสบการณ์มากมาย

    มีนามเดิมว่า เวก คุ้มจินดา พื้นเพเดิมเป็นคนท่ายาง จ.เพชรบุรี เกิดเมื่อวันพุธ ที่ 13 ต.ค.ศ.2452

    ต่อมาครอบครัวย้ายถิ่นฐานไปประกอบอาชีพที่คลองจินดา อ.สามพราน จ.นครปฐม

    เข้าพิธีอุปสมบทเมื่อปี พ.ศ.2472 ณ วัดจินดาราม อ.สามพราน จ.นครปฐม โดยมีพระราชธรรมาภรณ์ หรือ หลวงพ่อเงิน จันทสุวัณโณ วัดดอนยายหอม เป็นพระอุปัชฌาย์ ส่วนนามพระอนุสาวนาจารย์ และพระกรรมวาจาจารย์นั้น ไม่มีการบันทึกไว้

    หลังอุปสมบท ตั้งใจใฝ่รู้ขยันหมั่นเพียรศึกษาเล่าเรียนพระธรรมวินัยวิปัสสนากัมมัฏฐาน และศาสตร์ต่างๆ จากหลวงพ่อเงิน วัดดอนยายหอม ผู้เป็นอาจารย์อย่างเคร่งครัด กระทั่งมีความรอบรู้ชำนาญแตกฉานในศาสตร์ต่างๆ ตามแบบอย่างของผู้เป็นอาจารย์

    นอกจากความแตกฉานด้านพระธรรมวินัย ในช่วงราวปี พ.ศ.2480 หลวงพ่อเงิน วัดดอนยายหอม ได้จัดสร้างวัตถุมงคลบารมีสิบทัศ เป็นจุดเริ่มต้นที่หลวงพ่อเวกได้ศึกษาวิชาจัดสร้างพระบารมีสิบทัศ จากหลวงพ่อเงิน วัดดอนยายหอม จนแตกฉาน

    ต่อมาพระเวกได้ย้ายมาจำพรรษา ณ วัดเกาะแก้วสุทธาราม

    เมื่อเจ้าอาวาสวัดลาดศรัทธารามได้ว่างลง ชาวบ้านจึงนิมนต์พระเวกไปเป็นเจ้าอาวาส

    เมื่อวันที่ 5 ธ.ค.2499 ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระครูสัญญาบัตรที่ "พระครูสุภาณีวิทยาคุณ"

    หลวงพ่อเวก ประพฤติตนตั้งมั่นอยู่ในธรรมวินัย ท่านได้สร้างคุณูปการมากมาย ตลอดจนก่อสร้างบูรณปฏิสังขรณ์พัฒนาถาวรวัตถุศาสนสถาน เพื่อสืบต่อพระศาสนา เป็นประโยชน์ต่อพระสงฆ์ สามเณรและ พุทธบริษัทต่างๆ มากมาย จนเป็นที่เลื่อมใสได้รับความเคารพ

    พ.ศ.2512 จัดสร้างพระพุทธรูปประจำวัดลาดศรัทธาราม นามว่า พระพุทธหิรัญราช เป็นพระพุทธรูปที่มีพุทธศิลป์งดงาม องค์พระนั่งขัดสมาธิอย่างปางสมาธิ พระหัตถ์เบื้องขวาห้อยพาดบนพระชานุ (เข่า) หันฝ่าพระหัตถ์ไปข้างหน้า พระหัตถ์ซ้ายพาดแบอยู่บนพระเพลา (หน้าตัก) บนพระหัตถ์วางไว้ด้วยโถน้ำพระพุทธมนต์ศักดิ์สิทธิ์ โดยมีหลวงพ่อเงิน วัดดอนยายหอม เป็นองค์ประธานเททองหล่อ

    ด้านวัตถุมงคลมีมากมาย อาทิ พระผงรุ่นต่างๆ แต่ที่ได้รับความนิยมสูง คือ พระบารมีสิบทัศพระพุทธหิรัญราช

    ได้รับความเมตตาแนะนำจากหลวง พ่อเงิน วัดดอนยายหอม ผู้เป็นอาจารย์ ให้จัดสร้างพระพุทธหิรัญราช พิมพ์บารมีสิบทัศขึ้น หลวงพ่อเวกจึงเสาะหา รวบรวมมวลสารเพื่อจะนำสร้างพระซึ่งท่านสามารถหามวลสารมาได้ครบถ้วนตามตำราโบราณ

    พระพุทธหิรัญราช พิมพ์บารมีสิบทัศ วัดลาดศรัทธาราม หลวงพ่อเวก จัดสร้างขึ้นระหว่าง พ.ศ.2490-2500 โดยมีหลวงพ่อเงิน วัดดอนยายหอม ผู้เป็นอาจารย์เป็นประธานในพิธีและร่วมปลุกเสก

    มีสัณฐานองค์ขนาดใหญ่เป็นทรงคล้ายห้าเหลี่ยม มี 2 พิมพ์ คือ พิมพ์ป้อม และพิมพ์ชะลูด พุทธลักษณะด้านบนมีพระพุทธรูปประทับยืน 5 องค์ ได้รับความนิยมเป็นอย่างสูง

    หลวงพ่อเวก ดำรงตนอยู่ในร่มกาสาวพัสตร์แห่งพระธรรม เป็นศูนย์กลางแห่งความเคารพศรัทธาให้กับพุทธ ศาสนิกชนนานกว่า 50 ปี

    มรณภาพอย่างสงบ เมื่อวันอังคารที่ 6 พ.ค.2523 สิริอายุ 72 พรรษา

    ขอขอบคุณท่านเจ้าของบทความข้อมูลที่มาอย่างสูงครับ

    เหรียญพระหิรัญญาราชปี ๒๕๑๒

    ให้บูชา 150 บาทค่าจัดส่งด่วน 30 บาทครับ
    ปิดรายการ


    IMG_20260906_161757.jpg IMG_20260906_161825.jpg
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 6 กันยายน 2026 at 18:38

แชร์หน้านี้

Loading...