*** ยุคศิวิไลซ์ ****

ในห้อง 'ภัยพิบัติและการเตรียมการ' ตั้งกระทู้โดย หนุมาน ผู้นำสาร, 7 มกราคม 2020.

  1. หนุมาน ผู้นำสาร

    หนุมาน ผู้นำสาร เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    10 กรกฎาคม 2006
    โพสต์:
    14,387
    ค่าพลัง:
    +52,228
    D18FAAB4-2C97-42D2-86D4-26260CC5A9C8.png

    *** ตลาดน้ำทะเลโลก ****

    สันติภาพโลก…เริ่มต้นจากประเทศไทย

    ปัญหาความขัดแย้งทั่วโลก
    ไม่อาจแก้ไขได้ด้วยการเอาชนะกันด้วยกำลังเพียงอย่างเดียว

    แต่สามารถเริ่มต้นได้จากการสร้าง
    “พื้นที่แห่งผลประโยชน์ร่วมกันของมนุษยชาติ”

    ประเทศไทยสามารถเป็นศูนย์กลางแห่งใหม่ของโลก
    ด้วยการสร้าง “ตลาดน้ำทะเลโลก” ขึ้นในภาคใต้
    เชื่อมโยงการเดินเรือ การค้า พลังงาน อุตสาหกรรม การท่องเที่ยว
    และผู้คนจากทุกภูมิภาคของโลกเข้าด้วยกัน


    *** หลักสำคัญ ****
    ประเทศไทยประกาศ
    “สัจจะไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด”
    บนอาณาเขตของประเทศไทย


    ไม่เลือกข้างมหาอำนาจ
    ไม่เป็นฐานให้ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดใช้ทำลายอีกฝ่าย
    แต่ พร้อมเป็นมิตรกับทุกประเทศ ทุกฝ่าย

    ประเทศไทยจึงไม่จำเป็นต้องเป็นสนามรบของโลก
    แต่สามารถเป็น “ตลาดร่วมของโลก”

    จากพื้นที่ที่แต่ละฝ่ายแข่งขันกัน
    เปลี่ยนเป็นพื้นที่ที่ทุกฝ่ายมีเหตุผลที่จะรักษาสันติภาพร่วมกัน

    *** เป้าหมาย ***
    เปลี่ยนความขัดแย้ง → เป็นความร่วมมือ
    เปลี่ยนสนามรบ → เป็นตลาดโลก
    เปลี่ยนศัตรู → เป็นคู่ค้า
    เปลี่ยนการแข่งขัน → เป็นประโยชน์ร่วมกัน

    หากทุกฝ่ายสามารถเข้ามาค้าขาย ลงทุน เดินเรือ
    แลกเปลี่ยนเทคโนโลยี และสร้างอนาคตร่วมกันได้
    สันติภาพก็จะไม่ใช่เพียงคำประกาศ

    แต่จะกลายเป็น ผลประโยชน์ร่วมที่ทุกฝ่ายต้องการรักษาไว้

    ประเทศไทย
    จาก “จุดยุทธศาสตร์ของความขัดแย้ง”
    สู่ “ศูนย์กลางสันติภาพและการค้าของโลก”

    สัจจะไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด
    พร้อมเป็นมิตรกับทุกประเทศทุกฝ่าย
    เพื่อสันติภาพของมนุษยชาติ
     
  2. หนุมาน ผู้นำสาร

    หนุมาน ผู้นำสาร เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    10 กรกฎาคม 2006
    โพสต์:
    14,387
    ค่าพลัง:
    +52,228
    49683A33-407D-4F74-8845-F85A903A5477.png

    *** ทางรอดประเทศไทย คือ สัจจะทำ ****

    — ยกเลิกคอร์รัปชันทุกชนิด —
    ไม่รับ ไม่ให้ ไม่ซ่อน ไม่ช่วยปกปิด
    ใช้อำนาจเพื่อส่วนรวม ไม่ใช่เพื่อประโยชน์ส่วนตน
    เมื่อมีสัจจะ การทุจริตย่อมอยู่ไม่ได้

    “ประเทศไทย…ปลอดคอร์รัปชัน
    ด้วยสัจจะและความโปร่งใส”

    “ไม่มีสัจจะ ไม่มีศิวิไลซ์”
     
  3. หนุมาน ผู้นำสาร

    หนุมาน ผู้นำสาร เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    10 กรกฎาคม 2006
    โพสต์:
    14,387
    ค่าพลัง:
    +52,228
    “ทางรอดประเทศไทย
    คือ ยกเลิกคอร์รัปชันทุกชนิด”

    สัจจะทำ → โปร่งใส → ความเชื่อมั่น → ประเทศไทยเข้มแข็ง
     
  4. หนุมาน ผู้นำสาร

    หนุมาน ผู้นำสาร เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    10 กรกฎาคม 2006
    โพสต์:
    14,387
    ค่าพลัง:
    +52,228
    635BB8E5-365F-42D5-9A1F-8E8722A70FAC.png

    *** ประชาชนต้องหันมาพึ่งสัจจะ ****

    ร่วมกันเรียกร้องให้ผู้นำมีสัจจะ
    พูดความจริง รักษาสัญญา และทำจริง
    เพื่อประชาชนและประเทศชาติ

    หัวใจคือ ไม่ใช่เพียงเรียกร้องให้ผู้นำดี
    แต่ประชาชนเองต้องเริ่มจากสัจจะของตนเอง
    แล้วใช้สัจจะเป็นมาตรฐานในการเลือกและตรวจสอบผู้นำ

    “ประชาชนมีสัจจะ → ผู้นำต้องมีสัจจะ → ประเทศไทยปลอดคอร์รัปชัน → ประเทศไทยเข้าสู่ยุคศิวิไลซ์”
     
  5. หนุมาน ผู้นำสาร

    หนุมาน ผู้นำสาร เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    10 กรกฎาคม 2006
    โพสต์:
    14,387
    ค่าพลัง:
    +52,228
    597B2B99-2C96-465C-B612-E4E19474E4A0.png

    *** ตามหาผู้นำ ****

    ชาวร็อค กำลังเลือก “สัจจะ” มาเป็นผู้นำ

    เมื่อดนตรีร็อคเลือกคนที่มีความจริงใจ
    ยืนหยัดในสิ่งที่เชื่อ และทำจริงตามคำพูด

    ชาวโลกก็เช่นกัน
    ถึงเวลาที่มนุษย์จะค้นหา
    ผู้มีสัจจะ มาเป็นผู้นำ

    ไม่ใช่เพียงคนที่พูดเก่ง
    แต่คือคนที่ พูดความจริง รักษาสัจจะ และทำได้จริง

    สัจจะนำคน
    สัจจะนำชาติ
    สัจจะนำโลกสู่สันติภาพ

    SAJJA LEADS HUMANITY BEYOND WAR

    ผู้นำไม่ได้วัดเพียงจากคำพูด
    แต่ต้องดู “สัจจะทำ”
    คือ… สิ่งที่ลงมือทำให้เกิดขึ้นจริง
     
  6. หนุมาน ผู้นำสาร

    หนุมาน ผู้นำสาร เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    10 กรกฎาคม 2006
    โพสต์:
    14,387
    ค่าพลัง:
    +52,228
    IMG_6258.png

    *** เมื่อท้องฟ้าถูกใช้เป็นสนามรบ ****

    มหันตภัยดินฟ้าอากาศวิปริต และวันสิ้นโลกที่ไร้ผู้ชนะ

    ในยุคปัจจุบัน สภาพดินฟ้าอากาศและสิ่งแวดล้อมรอบตัวเรากำลังแปรปรวนอย่างหนัก ราวกับว่าธรรมชาติกำลังส่งสัญญาณเตือนบางอย่าง

    หากมองลึกลงไปถึงรากเหง้าของปัญหา เราจะพบสัจธรรมที่ว่า "ดิน ฟ้า อากาศ ล้วนขึ้นอยู่กับใจมนุษย์"ความโลภ ความต้องการความสะดวกสบาย และตัณหาในการเอาชนะทวีปต่อทวีป ได้ขับเคลื่อนให้มนุษย์ทำลายสมดุลของโลก จนก้าวเข้าสู่ยุคที่ธรรมชาติเริ่มปฏิวัติตอบโต้

    สิ่งที่น่าหวั่นเกรงที่สุดในอนาคตอันใกล้ คือการที่มนุษย์กำลังขยายขอบเขตความขัดแย้งขึ้นสู่เบื้องบน หากเมื่อใดที่เราใช้ "ท้องฟ้าเป็นสนามรบ" เมื่อนั้นดินฟ้าอากาศจะเกิดความวิปริตแปรปรวนอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน

    สงครามในระดับชั้นบรรยากาศและอวกาศ ไม่ว่าจะเป็นการทำลายล้างด้วยอาวุธนิวเคลียร์ หรือเทคโนโลยีแทรกแซงสภาพอากาศเพื่อหวังผลทางการทหาร จะส่งผลกระทบย้อนกลับมาทำลายล้างผู้กดปุ่มสตาร์ทเอง
    เมื่อถึงจุดนั้น "ฟ้าจะต่ำลงมา" ท้องฟ้าที่เคยโปร่งใสจะถูกปกคลุมด้วยเขม่าควันดำและฝุ่นนิวเคลียร์มหาศาล บดบังแสงอาทิตย์จนโลกตกอยู่ในความมืดมิดและเหน็บหนาว ระบบดาวเทียมพยากรณ์อากาศ สื่อสาร และนำทางบนฟากฟ้าจะถูกยิงทำลายจนล่มสลาย มนุษยชาติจะกลายสภาพเป็นคนตาบอดท่ามกลางพายุวิปริตและภัยธรรมชาติขนาดมหึมา (Superstorms) ที่โหมกระหน่ำซ้ำเติมอย่างต่อเนื่อง

    มหันตภัยครั้งนี้จะนำมาซึ่ง "แผ่นดินและท้องฟ้าถล่มทลายอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน" มันคือสงครามและภัยพิบัติระดับล้างโลกที่ "หาผู้แพ้และผู้ชนะไม่ได้" เพราะความเสียหายจะแผ่กระจายไปทั่วทุกตารางนิ้วอย่างเท่าเทียม เมืองหลวงอันรุ่งเรืองจะกลายเป็นเถ้าถ่าน แหล่งอาหารและน้ำจืดจะมลายหายไป สิ่งที่ไม่เคยพบเคยเห็น เช่น โรคระบาดโบราณจากน้ำแข็งขั้วโลกที่ละลาย หรือวิกฤตผู้ลี้ภัยพันล้านคน จะปรากฏขึ้นสร้างความโกลาหลไปทั่วโลก

    ท้ายที่สุดแล้ว บทเรียนราคาแพงจากท้องฟ้าและแผ่นดินที่พังทลาย จะเตือนสติมนุษย์ว่า ชัยชนะบนกองซากปรักหักพังของโลกไม่มีอยู่จริง และหากใจมนุษย์ยังไม่ยอมหยุดกระหายสงครามและอำนาจ สภาพดินฟ้าอากาศที่วิปริตนี่เอง... ที่จะเป็นผู้พิพากษาอารยธรรมมนุษย์ให้จบสิ้นลงด้วยมือของเราเอง
     
  7. หนุมาน ผู้นำสาร

    หนุมาน ผู้นำสาร เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    10 กรกฎาคม 2006
    โพสต์:
    14,387
    ค่าพลัง:
    +52,228
    *** โองการสิ่งศักดิ์สิทธ์ ****

    ….ไม่ให้เอาท้องฟ้ามาเป็นสนามรบ…

    ในยุคปัจจุบัน สภาพดินฟ้าอากาศและสิ่งแวดล้อมรอบตัวเรากำลังแปรปรวนอย่างหนัก ราวกับว่าธรรมชาติกำลังส่งสัญญาณเตือนบางอย่าง
    หากมองลึกลงไปถึงรากเหง้าของปัญหา เราจะพบสัจธรรมที่ว่า "ดิน ฟ้า อากาศ ล้วนขึ้นอยู่กับใจมนุษย์" ความโลภ ความต้องการความสะดวกสบาย และตัณหาในการเอาชนะทวีปต่อทวีป ได้ขับเคลื่อนให้มนุษย์ทำลายสมดุลของโลก จนก้าวเข้าสู่ยุคที่ธรรมชาติเริ่มปฏิวัติตอบโต้

    สิ่งที่น่าหวั่นเกรงที่สุดในอนาคตอันใกล้ คือการที่มนุษย์กำลังขยายขอบเขตความขัดแย้งขึ้นสู่เบื้องบน หากเมื่อใดที่เราใช้ "ท้องฟ้าเป็นสนามรบ" เมื่อนั้น
    ในยุคปัจจุบัน สภาพดินฟ้าอากาศและสิ่งแวดล้อมรอบตัวเรากำลังแปรปรวนอย่างหนัก ราวกับว่าธรรมชาติกำลังส่งสัญญาณเตือนบางอย่าง หากมองลึกลงไปถึงรากเหง้าของปัญหา เราจะพบสัจธรรมที่ว่า "ดิน ฟ้า อากาศ ล้วนขึ้นอยู่กับใจมนุษย์" ความโลภ ความต้องการความสะดวกสบาย และตัณหาในการเอาชนะทวีปต่อทวีป ได้ขับเคลื่อนให้มนุษย์ทำลายสมดุลของโลก จนก้าวเข้าสู่ยุคที่ธรรมชาติเริ่มปฏิวัติตอบโต้
    สิ่งที่น่าหวั่นเกรงที่สุดในอนาคตอันใกล้ คือการที่มนุษย์กำลังขยายขอบเขตความขัดแย้งขึ้นสู่เบื้องบน หากเมื่อใดที่เราใช้ "ท้องฟ้าเป็นสนามรบ" เมื่อนั้นดินฟ้าอากาศจะเกิดความวิปริตแปรปรวนอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน สงครามในระดับชั้นบรรยากาศและอวกาศ ไม่ว่าจะเป็นการทำลายล้างด้วยอาวุธนิวเคลียร์ หรือเทคโนโลยีแทรกแซงสภาพอากาศเพื่อหวังผลทางการทหาร จะส่งผลกระทบย้อนกลับมาทำลายล้างผู้กดปุ่มสตาร์ทเอง
    เมื่อถึงจุดนั้น "ฟ้าจะต่ำลงมา" ท้องฟ้าที่เคยโปร่งใสจะถูกปกคลุมด้วยเขม่าควันดำและฝุ่นนิวเคลียร์มหาศาล บดบังแสงอาทิตย์จนโลกตกอยู่ในความมืดมิดและเหน็บหนาว ระบบดาวเทียมพยากรณ์อากาศ สื่อสาร และนำทางบนฟากฟ้าจะถูกยิงทำลายจนล่มสลาย มนุษยชาติจะกลายสภาพเป็นคนตาบอดท่ามกลางพายุวิปริตและภัยธรรมชาติขนาดมหึมา (Superstorms) ที่โหมกระหน่ำซ้ำเติมอย่างต่อเนื่อง
    มหันตภัยครั้งนี้จะนำมาซึ่ง "แผ่นดินและท้องฟ้าถล่มทลายอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน" มันคือสงครามและภัยพิบัติระดับล้างโลกที่ "หาผู้แพ้และผู้ชนะไม่ได้" เพราะความเสียหายจะแผ่กระจายไปทั่วทุกตารางนิ้วอย่างเท่าเทียม เมืองหลวงอันรุ่งเรืองจะกลายเป็นเถ้าถ่าน แหล่งอาหารและน้ำจืดจะมลายหายไป สิ่งที่ไม่เคยพบเคยเห็น เช่น โรคระบาดโบราณจากน้ำแข็งขั้วโลกที่ละลาย หรือวิกฤตผู้ลี้ภัยพันล้านคน จะปรากฏขึ้นสร้างความโกลาหลไปทั่วโลก
    ท่ามกลางวิกฤตที่ฟ้าฝนวิปริตบิดเบี้ยว คำถามสำคัญที่ดังก้องขึ้นมาท่ามกลางเสียงฟ้าร้องคือ “เราจะทำอย่างไรให้มนุษย์ไม่ต้องใช้ท้องฟ้าเป็นสนามรบ?”
    คำตอบนั้นอาจไม่ได้ซับซ้อนเกินกว่าที่ใจมนุษย์จะหยั่งถึง โลกจำเป็นต้องมีพื้นที่แห่งสันติภาพ พื้นที่ที่ประเทศต่าง ๆ สามารถอยู่ร่วมกันได้ พูดความจริง เคารพกัน และแก้ไขความขัดแย้งโดยไม่ทำลายชีวิตของผู้บริสุทธิ์ เพราะโลกใบนี้มีท้องฟ้าเดียวกัน มีผืนดินเดียวกัน และมนุษย์ทุกคนต่างต้องใช้โลกใบเดียวกันเป็นบ้าน เมื่อท้องฟ้าเป็นของทุกคน ท้องฟ้าจึงไม่ควรเป็นสนามรบของใคร
    และบางทีหนทางที่จะหยุดวงจรแห่งการทำลายล้าง อาจเริ่มต้นจากสิ่งที่เรียบง่ายที่สุด...
    นั่นคือการกลับมาสู่ "สัจจะ" — พูดความจริง รักษาคำมั่นที่ให้ไว้กับตนเอง และไม่ใช้ความเกลียดชังเป็นหนทางแก้ปัญหา เพราะมีเพียงการปรับเปลี่ยนที่จิตใจของมนุษย์ให้ตั้งมั่นอยู่ในความซื่อตรงเท่านั้น ที่จะแปรเปลี่ยนโองการแห่งการทำลายล้างให้กลายเป็นพลังแห่งการสร้างสรรค์
    สัจจะนำสันติภาพ สันติภาพนำมนุษยชาติสู่ยุคศิวิไลซ์ ก่อนที่หยาดฝนสุดท้ายจะกลายเป็นหยดน้ำตาของโลกที่ไม่มีใครสามารถย้อนเวลากลับมาแก้ไขได้อีกต่อไป
    จะเป็นการทำลายล้างด้วยอาวุธนิวเคลียร์ หรือเทคโนโลยีแทรกแซงสภาพอากาศเพื่อหวังผลทางการทหาร จะส่งผลกระทบย้อนกลับมาทำลายล้างผู้กดปุ่มสตาร์ทเอง
    เมื่อถึงจุดนั้น "ฟ้าจะต่ำลงมา" ท้องฟ้าที่เคยโปร่งใสจะถูกปกคลุมด้วยเขม่าควันดำและฝุ่นนิวเคลียร์มหาศาล บดบังแสงอาทิตย์จนโลกตกอยู่ในความมืดมิดและเหน็บหนาว ระบบดาวเทียมพยากรณ์อากาศ สื่อสาร และนำทางบนฟากฟ้าจะถูกยิงทำลายจนล่มสลาย มนุษยชาติจะกลายสภาพเป็นคนตาบอดท่ามกลางพายุวิปริตและภัยธรรมชาติขนาดมหึมา (Superstorms) ที่โหมกระหน่ำซ้ำเติมอย่างต่อเนื่อง

    มหันตภัยครั้งนี้จะนำมาซึ่ง "แผ่นดินและท้องฟ้าถล่มทลายอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน" มันคือสงครามและภัยพิบัติระดับล้างโลกที่ "หาผู้แพ้และผู้ชนะไม่ได้" เพราะความเสียหายจะแผ่กระจายไปทั่วทุกตารางนิ้วอย่างเท่าเทียม เมืองหลวงอันรุ่งเรืองจะกลายเป็นเถ้าถ่าน แหล่งอาหารและน้ำจืดจะมลายหายไป สิ่งที่ไม่เคยพบเคยเห็น เช่น โรคระบาดโบราณจากน้ำแข็งขั้วโลกที่ละลาย หรือวิกฤตผู้ลี้ภัยพันล้านคน จะปรากฏขึ้นสร้างความโกลาหลไปทั่วโลก

    ท่ามกลางวิกฤตที่ฟ้าฝนวิปริตบิดเบี้ยว คำถามสำคัญที่ดังก้องขึ้นมาท่ามกลางเสียงฟ้าร้องคือ “เราจะทำอย่างไรให้มนุษย์ไม่ต้องใช้ท้องฟ้าเป็นสนามรบ?”
    คำตอบนั้นอาจไม่ได้ซับซ้อนเกินกว่าที่ใจมนุษย์จะหยั่งถึง โลกจำเป็นต้องมีพื้นที่แห่งสันติภาพ พื้นที่ที่ประเทศต่าง ๆ สามารถอยู่ร่วมกันได้ พูดความจริง เคารพกัน และแก้ไขความขัดแย้งโดยไม่ทำลายชีวิตของผู้บริสุทธิ์ เพราะโลกใบนี้มีท้องฟ้าเดียวกัน มีผืนดินเดียวกัน และมนุษย์ทุกคนต่างต้องใช้โลกใบเดียวกันเป็นบ้าน เมื่อท้องฟ้าเป็นของทุกคน ท้องฟ้าจึงไม่ควรเป็นสนามรบของใคร
    และบางทีหนทางที่จะหยุดวงจรแห่งการทำลายล้าง อาจเริ่มต้นจากสิ่งที่เรียบง่ายที่สุด...
    นั่นคือการกลับมาสู่ "สัจจะ" — พูดความจริง รักษาคำมั่นที่ให้ไว้กับตนเอง และไม่ใช้ความเกลียดชังเป็นหนทางแก้ปัญหา เพราะมีเพียงการปรับเปลี่ยนที่จิตใจของมนุษย์ให้ตั้งมั่นอยู่ในความซื่อตรงเท่านั้น ที่จะแปรเปลี่ยนโองการแห่งการทำลายล้างให้กลายเป็นพลังแห่งการสร้างสรรค์

    สัจจะนำสันติภาพ
    สันติภาพนำมนุษยชาติสู่ยุคศิวิไลซ์

    ก่อนที่หยาดฝนสุดท้ายจะกลายเป็นหยดน้ำตาของโลกที่ไม่มีใครสามารถย้อนเวลากลับมาแก้ไขได้อีกต่อไป
     

แชร์หน้านี้

Loading...