เรื่องเด่น ปกิณกธรรมช่วงบวชเนกขัมมะปฏิบัติธรรม วันเฉลิมพระชนมพรรษา วันอาสาฬหบูชา และวันเข้าพรรษา ปี ๒๕๖๙

ในห้อง 'หลวงพ่อเล็ก วัดท่าขนุน' ตั้งกระทู้โดย iamfu, 9 สิงหาคม 2026 at 17:12.

สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้
  1. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    24,821
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,205
    ค่าพลัง:
    +26,982
    ก่อนปฏิบัติธรรมช่วงเช้า วันเสาร์ที่ ๒๕ กรกฎาคม ๒๕๖๙​

    ใครมาช้าจะตีละนะ..! หลวงพ่อฉันเสร็จ อาบน้ำ แต่งตัวแล้วถึงออกมา พวกเรามีเวลามากกว่าตั้งเยอะ ถ้ามาไม่ทันก็ต้องบอกว่าสมควรตาย..!

    อย่าทำตัวเป็นคนมีเวลามาก เพราะว่าเราจะตายลงไปตอนไหนก็ไม่รู้ !? ชีวิตมีอยู่แค่ลมหายใจเข้าออก หายใจเข้า..ไม่หายใจออก..ก็ตายแล้ว หายใจออก..ไม่หายใจเข้า..ก็ตายอีกเช่นกัน ดังนั้น..มัวแต่ประมาท ไม่รู้จักขวนขวายความดีใส่ตัว ถึงเวลาตายแล้วจะรู้ว่าที่ทำมานั้นยังไม่พอกิน..!

    สมัยก่อนไปคิดว่าเด็ก ๆ เขาโตเร็ว มาสมัยนี้เปลี่ยนใหม่ กลายเป็นว่าเราแก่เร็ว จากคนอื่นโตเร็ว กับเราแก่เร็ว เป็นคนละเรื่องกันเลยนะ คนอื่นโตเร็วนั่นมองออกข้างนอก เราแก่เร็วนี่มองกลับเข้าข้างใน..!

    บาลีว่า อชฺฌตฺตํ วา เห็นภายในบ้าง พหิทฺธา วา เห็นภายนอกบ้าง ก็คือไม่ใช่เห็นอยู่ฝ่ายเดียว ถ้าเห็นอยู่ฝ่ายเดียว สภาพจิตบางทียังไม่ยอมรับจริง ๆ ก็ต้องเห็นทั้งตัวเรา ทั้งคนอื่น ทั้งสัตว์อื่น ทั้งวัตถุธาตุสิ่งของ เกิดขึ้นในเบื้องต้น เปลี่ยนแปลงในท่ามกลาง สลายตัวในที่สุด

    แต่คราวนี้พวกเราบางที ศีล สมาธิ ปัญญา ยังไม่พอ ในเมื่อเป็นเช่นนั้น คำว่าปัญญาก็เลยยังเข้าไม่ถึง ส่วนใหญ่เป็นแค่สัญญาคือ "จำได้" ถ้าปัญญานี่ "ทำได้" ต่างกันนิดเดียว..!

    คำว่า "ทำได้" ในที่นี้ก็คือ รู้เห็นและยอมรับตามนั้นอย่างแท้จริง ไม่มีการเถียงอีก บอกว่าร่างกายไม่ใช่ของเรา ก็ยอมเชื่อชนิดที่มอบกายถวายชีวิตเลย..!

    เราจะเข้าถึงตรงนั้นได้ก็ต้องหมั่นรักษาศีล เจริญภาวนาไปเรื่อย ซักซ้อมการใช้ปัญญาพิจารณาไปเรื่อย ส่วนใหญ่พวกเราจะภาวนาแล้วทิ้ง ไม่ได้เอาไปใช้
    การภาวนาเป็นการสะสมกำลังเพื่อสู้ให้ชนะกิเลส คราวนี้พวกเราพอภาวนาแล้ว ไม่ได้เอากำลังนั้นไปใช้สู้กับกิเลส กิเลสก็เลยฉวยเอากำลังนั้นไปใช้แทน ถึงเวลาแทนที่เราจะใช้ปัญญา ใช้กำลังที่ได้มาจากการภาวนา ไปคิดพิจารณา ตัด ละ โดยเฉพาะตัดในร่างกายนี้ เราไม่ได้ใช้ ก็ทำให้กิเลสขโมยไปใช้แทน..!
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  2. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    24,821
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,205
    ค่าพลัง:
    +26,982
    สังเกตจะเห็นว่า ถึงเวลาแล้วเราจะ รัก โลภ โกรธ หลง รุนแรงมากเป็นพิเศษ เนื่องเพราะว่าก่อนหน้านี้เราไปกดกิเลสเอาไว้ พอกิเลสกลัวว่าจะตาย เมื่อมีช่องทางกิเลสก็ดิ้นสุดแรง ลำพังแรงของกิเลสนั้นไม่เท่าไร แต่คราวนี้กิเลสเอาแรงของเราไปใช้ด้วย ก็คือแรงจากศีลจากสมาธิที่เราสะสมมาไปใช้แทน..!

    ในเมื่อเราไม่เอาไปใช้ตัดกิเลส กิเลสก็เอาไปใช้ฆ่าเราแทน แล้วเราก็ตายคาที่ทุกครั้ง..! จิตตก สมาธิตก กรรมฐานแตก แล้วแต่ใครจะเรียก พังไปเป็นเดือนเป็นปี บางทีอายจนไม่อยากมองหน้าหมาเลย เพราะว่าหมาดีกว่าเราตั้งเยอะ..!

    เพราะฉะนั้น..คราวหน้าพอเราภาวนาพิจารณาสั่งสมกำลังได้แล้ว ให้เอาไปตัดกิเลส หลัก ๆ ถ้าไม่รู้จะตัดอย่างไร ก็ให้พิจารณาเข้าหาไตรลักษณ์ ลักษณะธรรมชาติสามอย่างของร่างกายเรา ของคน ของสัตว์ ของวัตถุธาตุ ก็คือทุกอย่างไม่เที่ยง ทุกอย่างเป็นทุกข์ ไม่มีอะไรเป็นตัวตนเราเขาให้ยึดถือมั่นหมายได้ พิจารณาแล้วให้ใจยอมรับจริง ๆ ว่าเป็นอย่างนั้น ไม่ใช่คิดว่าเรายอมรับเพราะว่าคำตอบนั้นถูก แต่เป็นการยอมรับออกจากกาย จากวาจา จากใจเลย ไม่มีการคัดค้าน..!

    บอกว่ายากก็ยาก บอกว่าง่ายก็ง่าย คือถ้าทำถูกวิธีก็ง่าย คราวนี้การที่จะทำถูกวิธี ก็ต้องหกล้มหกลุก หัวร้างคางแตกมานับครั้งไม่ถ้วน เพราะฉะนั้น..บุคคลที่เป็นนักรบสู้กับกิเลสก็มักจะแผลทั้งตัว เย็บกันจนเข็มหลง ไม่มีใครหรอกที่มาถึง ตั้งใจรักษาศีล..นั่งสมาธิ..พุทโธ..พุทโธ..ปํญญาเกิด..ตัดโชะได้เลย..! เกิดมายังไม่เคยเจอ..!

    ทุกคนต้องหกล้มหกลุกกันมานับครั้งไม่ถ้วนทั้งนั้น อาตมภาพเองตอนเป็นฆราวาสกับตอนบวชใหม่ ๆ นี่พังวันหนึ่งเป็นร้อย ๆ ครั้ง แต่ด้วยความดื้อ เราต้องชนะให้ได้ ก็สู้ไปเรื่อย คราวนี้การที่เราจะดื้อสู้ นั่นก็คือขันติบารมี..ความอดทน วิริยบารมี..ความพากเพียร ต้องมีพอ ถ้ามีไม่พอก็สู้กิเลสไม่ได้

    ดังนั้น..ในเรื่องของการปฏิบัติธรรมเพื่อความหลุดพ้น สนามรบครั้งสุดท้ายมักจะเป็นบารมี ๑๐ ปะทะกับสังโยชน์ ๑๐ ต่างฝ่ายต่างมีแม่ทัพฝ่ายละ ๑๐ คน รบกันไป มีข้อดีและข้อเสียก้ำกึ่งกัน ก็คือถ้าใครเป็นฝ่ายชนะสนามแรกมักจะชนะไปเรื่อย เพราะว่าเห็นช่องทางและวิธีการแล้ว ถ้าหากว่าแพ้ก็แพ้ไปเรื่อยเหมือนกัน แต่ถ้าสู้ต่อเราก็อาจชนะได้ เพราะว่าส่วนใหญ่แล้วบางทีก็เหมือนอย่างที่ภาษิตจีนเขาบอก "กองทัพสองฝ่ายปะทะกัน ถึงจะชนะ ฝ่ายตรงข้ามสูญเสียหนึ่งพัน เราก็สูญเสียแปดร้อย..!" ไม่ใช่ว่าแพ้แล้วจะยอมแพ้ไปเลย แพ้แล้วต้องสู้ต่อ ยังตายไม่ครบแปดร้อยนี่ห้ามหนี..!
     
สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้

แชร์หน้านี้

Loading...