ติดตามสถานะการณ์

ในห้อง 'ภัยพิบัติและการเตรียมการ' ตั้งกระทู้โดย สุกิจSukit, 8 มิถุนายน 2013.

  1. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,817
    ค่าพลัง:
    +97,153
    【ปานามาเพิกถอนกรอบกฎหมายสัมปทานท่าเรือสองฝั่งคลองปานามาของบริษัทฮ่องกง ก่อนเผชิญแรงกดดันจากจีนผ่านมาตรการตรวจและกักเรือธงปานามา】


    หนังสือพิมพ์เดอะ วอลล์ สตรีท เจอร์นัล (The Wall Street Journal) เผยแพร่รายงานเมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2569 หัวข้อ "Panama Infuriated China. Now It's Paying the Price" ระบุว่า ปานามากำลังเผชิญแรงกดดันทางเศรษฐกิจและการทูตจากจีน หลังเกิดข้อพิพาทเกี่ยวกับสิทธิบริหารท่าเรือสองแห่งบริเวณคลองปานามา ซึ่งเป็นเส้นทางเดินเรือสำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโลก


    คำวินิจฉัยของศาลฎีกาปานามา


    เมื่อวันที่ 30 มกราคม 2569 ศาลฎีกาปานามามีคำวินิจฉัยว่า กรอบกฎหมายที่รองรับสัมปทานของบริษัทปานามา พอร์ตส์ คอมพานี (Panama Ports Company) ซึ่งเป็นบริษัทในเครือซีเค ฮัทชิสัน โฮลดิงส์ (CK Hutchison Holdings) จากฮ่องกง ขัดต่อรัฐธรรมนูญ ส่งผลให้บริษัทสูญเสียสิทธิบริหารท่าเรือบัลโบอาและท่าเรือคริสโตบัล ซึ่งตั้งอยู่คนละฝั่งของคลองปานามา


    คำวินิจฉัยดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงที่รัฐบาลสหรัฐฯ แสดงท่าทีต้องการลดอิทธิพลของจีนบริเวณคลองปานามา


    ภายหลังคำวินิจฉัย รัฐบาลปานามาแต่งตั้งบริษัทในเครือของเอพีเอ็ม เทอร์มินัลส์ (APM Terminals) ในเครือแมersk (Maersk) และบริษัทเทอร์มินัล อินเวสต์เมนต์ ลิมิเต็ด (Terminal Investment Limited) ในเครือเมดิเตอร์เรเนียน ชิปปิง คอมพานี (Mediterranean Shipping Company หรือ MSC) เข้าบริหารท่าเรือทั้งสองแห่งเป็นการชั่วคราวภายใต้สัญญาระยะเวลา 18 เดือน


    ท่าทีคัดค้านจากฝ่ายจีน


    จีนคัดค้านคำวินิจฉัยดังกล่าวอย่างรุนแรง โดยระบุว่าเป็นการปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรมและเป็นการกระทำโดยไม่สุจริต กระทรวงคมนาคมของจีนเรียกผู้บริหารของแมersk และ MSC เข้าหารือระดับสูง ขณะที่บริษัทคอสโก (COSCO) ซึ่งเป็นบริษัทเดินเรือของรัฐบาลจีน ระงับบริการขนส่งสินค้าที่ท่าเรือบัลโบอา และเปลี่ยนเส้นทางเดินเรือบางส่วน


    ตัวเลขการตรวจและการสั่งกักเรือ


    ตั้งแต่ต้นปี 2569 เรือที่จดทะเบียนภายใต้ธงปานามาเกือบ 500 ลำ ถูกเจ้าหน้าที่จีนสั่งกักชั่วคราวภายใต้มาตรการควบคุมเรือโดยรัฐเจ้าของท่า (Port State Control) และการตรวจสอบด้านความปลอดภัย โดยเรือเหล่านี้ไม่ได้ถูกริบกรรมสิทธิ์ แต่ถูกกักไว้ในท่าเรือเพื่อเข้ารับการตรวจสอบตามมาตรการดังกล่าว


    จำนวนเรือที่ถูกสั่งกักเพิ่มขึ้นอย่างผิดปกติหลังเกิดข้อพิพาท เดือนมกราคม 2569 มีประมาณ 23 ลำ ก่อนเพิ่มขึ้นสูงสุดประมาณ 140–146 ลำในเดือนพฤษภาคม


    ข้อมูลจากบันทึกความเข้าใจว่าด้วยการควบคุมเรือโดยรัฐเจ้าของท่าในภูมิภาคเอเชีย–แปซิฟิก (Memorandum of Understanding on Port State Control in the Asia-Pacific Region) แสดงว่า ในช่วงที่มาตรการเข้มข้นที่สุด เรือธงปานามาที่เข้ารับการตรวจในท่าเรือจีนแผ่นดินใหญ่มากกว่า 1 ใน 3 ถูกสั่งกัก ซึ่งสูงกว่าระดับปกติอย่างชัดเจน


    ข้อประเมินจากฝ่ายสหรัฐฯ และคำชี้แจงของจีน


    คณะกรรมาธิการการเดินเรือแห่งสหรัฐฯ (Federal Maritime Commission หรือ FMC) เห็นว่า การตรวจและการสั่งกักเรือที่เพิ่มขึ้นอาจเป็นมาตรการตอบโต้ทางการเมืองเพื่อกดดันปานามา ภายหลังการถ่ายโอนการบริหารท่าเรือออกจากซีเค ฮัทชิสัน


    ด้านจีนยืนยันว่าการตรวจเรือดำเนินการด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัยตามมาตรฐานสากล และปฏิเสธข้อกล่าวหาว่าจงใจเลือกปฏิบัติต่อเรือที่จดทะเบียนภายใต้ธงปานามา


    ผลกระทบต่อธุรกิจทะเบียนเรือ


    มาตรการดังกล่าวเริ่มส่งผลกระทบต่อรายได้จากธุรกิจจดทะเบียนเรือของปานามา ซึ่งเป็นหนึ่งในทะเบียนเรือพาณิชย์ขนาดใหญ่ที่สุดในโลก โดยเจ้าของเรือบางรายเริ่มเปลี่ยนไปจดทะเบียนกับประเทศอื่น เพื่อลดความเสี่ยงจากการถูกตรวจสอบและถูกสั่งกักเรือในท่าเรือของจีน


    ข้อพิพาทในชั้นอนุญาโตตุลาการ


    ซีเค ฮัทชิสัน ปฏิเสธคำวินิจฉัยของศาลปานามา และยื่นข้อพิพาทต่ออนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศ โดยเรียกร้องค่าเสียหายมากกว่า 2,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 64,000 ล้านบาท พร้อมกล่าวหาว่าการยกเลิกสัมปทานเป็นการยึดทรัพย์ที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย


    สัญญาณผ่อนคลายในเดือนกรกฎาคม


    สถานการณ์เริ่มผ่อนคลายในเดือนกรกฎาคม 2569 หลังปานามาและจีนต่ออายุข้อตกลงทางทะเลระหว่างกัน ซึ่งให้สิทธิพิเศษด้านค่าธรรมเนียมและลดขั้นตอนทางปกครองแก่เรือธงปานามาที่เข้าเทียบท่าในจีน


    ระหว่างวันที่ 1–23 กรกฎาคม 2569 มีเรือธงปานามาถูกสั่งกักประมาณ 16–17 ลำ ลดลงจากจุดสูงสุดในเดือนพฤษภาคม ขณะที่สัดส่วนเรือที่ถูกสั่งกักภายหลังการตรวจลดลงเหลือประมาณร้อยละ 9–10


    บทสรุป


    ข้อพิพาทนี้สะท้อนสถานการณ์ที่ปานามาต้องรักษาสมดุลระหว่างสหรัฐฯ กับจีน ควบคู่กับการปกป้องอธิปไตยและรายได้จากธุรกิจเดินเรือของประเทศ แม้จำนวนเรือธงปานามาที่ถูกสั่งกักในท่าเรือจีนจะลดลงแล้ว แต่คดีอนุญาโตตุลาการมูลค่ากว่า 2,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และอนาคตของท่าเรือทั้งสองแห่งบริเวณคลองปานามา ยังไม่มีข้อยุติ


    แหล่งข่าว: The Wall Street Journal, Reuters และคณะกรรมาธิการการเดินเรือแห่งสหรัฐฯ (Federal Maritime Commission)

    https://www.facebook.com/share/18FZDmfYk3/
     
  2. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,817
    ค่าพลัง:
    +97,153
    บทความจากญี่ปุ่น : เมืองสีหนุวิลล์กำลังล่มสลายอย่างแท้จริง

    เมืองสีหนุวิลล์ ในจังหวัดพระสีหนุ หรือท่าเรือชายฝั่งตะวันตกของกัมพูชา มีคาสิโนกว่าครึ่งถูกปิดตัวลง เนื่องจากการปราบปรามการฉ้อโกงทางไซเบอร์อย่างเข้มงวด (จากภาพ) ประชาชนหลายร้อยคนว่างงาน กำลังเข้าแถวหางานท่ามกลางสายฝนที่ตกอย่างหนัก

    จากรายงานของสื่อกัมพูชา นับตั้งแต่มีการปราบปรามการฉ้อโกงทางไซเบอร์ครั้งใหญ่ในเมืองสีหนุวิลล์เมื่อต้นปี 2026 จำนวนคาสิโนในเมืองสีหนุวิลล์ที่เคยได้รับอนุญาตให้เปิดทำการ ลดลงจากประมาณ 100 แห่งเหลือเพียงประมาณ 40 แห่ง ส่งผลให้พนักงานท้องถิ่นในเมืองสีหนุวิลล์จำนวนมากตกงาน และกำลังประสบกับความยากลำบากอย่างมาก

    เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2026 ที่ผ่านมา "คาสิโน อาโตลี" ซึ่งตั้งอยู่ใจกลางเมืองสีหนุวิลล์ ประกาศรับสมัครพนักงานประมาณ 150 คน ประชาชนที่ว่างงานหลายร้อยคนต่างพากันไปเข้าแถวท่ามกลางสายฝนที่ตกหนักเพื่อสมัครงาน พวกเขาดูน่าสงสารมาก ผู้คนเขมรกำลังวิ่งเข้าหางาน หลายคนเปิดเผยกับนักข่าวว่า พวกเขากำลังประสบปัญหาขาดแคลนอาหาร และแรงกดดันในการชำระหนี้รวมดอกเบี้ย เนื่องจากพวกเขาขาดแคลนงานทำในพื้นที่บ้านเกิด และบางคนถึงกับเคยถูกหลอกลวงโดยผู้ที่เสนอตำแหน่งงานปลอมและเรียกเก็บเงินล่วงหน้า การหางานออนไลน์ในกัมพูชาจึงไม่ง่ายไม่ไม่ปลอดภัยอีกต่อไป เพราะเราไม่รู้ว่าอันไหนงานจริงหรืองานปลอม ทำให้เมื่อที่ใดประกาศรับสมัครงานพวกเขาจึงต้องมาสมัครงาน ณ สถานที่แห่งนั้น เราจึงได้เห็นภาพความโกลาหลและสับสนวุ่นวาย

    กระทรวงแรงงานของกัมพูชาระบุว่า ยังคงมีตำแหน่งงานว่างในภาคการผลิต แต่คนว่างงานจำนวนมากเลือกที่จะอยู่ในภาคบริการมากกว่า เนื่องจากความเหลื่อมล้ำของค่าจ้าง งานสายการผลิตและโรงงานอุตสาหกรรมในกัมพูชานั้นรายได้ไม่ดีมากนักและต้องทำงานหนัก (หนักมากกว่าที่ไทย) และมันเลือกไม่ได้ พวกเขาจึงอยากทำงานภาคบริการและการท่องเที่ยวมากกว่า และบางคนต้องรับผิดชอบสมาชิกในครอบครัวหลายคน นอกเหนือจากนี้พวกเขาต้องทำการเกษตรและประมง หากพวกเขามีพื้นที่ประกอบอาชีพ

    #เมืองสีหนุวิลล์ #กัมพูชา #Sihanoukville #เขมร #เศรษฐกิจ
    https://www.facebook.com/share/1C49MvqQS1/
     
  3. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,817
    ค่าพลัง:
    +97,153
    เขมรระดมเฮลิคอปเตอร์ฝึกจู่โจมครั้งใหญ่-เสริมทหารแน่นทมอดา | ข่าวเย็นอมรินทร์

    #ข่าวเย็นอมรินทร์ #AmarinTV

    https://www.facebook.com/share/v/1MPQFd2hRJ/
     
  4. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,817
    ค่าพลัง:
    +97,153
    วิกฤติโรงงานปิดตัว สะท้อน ‘ท่าเดิม’ ใช้ไม่ได้ | บทบรรณาธิการกรุงเทพธุรกิจ
    .
    สัญญาณอันตรายเศรษฐกิจไทยชัดเจนมากขึ้น เมื่อตัวเลขการปิดโรงงานในไตรมาสแรกของปี 2569 มีสูงถึง 163 แห่ง แซงหน้ายอดเปิดโรงงานใหม่ที่มีเพียง 148 แห่ง แม้แต่ “ซีอีโอ” ของ แบงก์กสิกรไทย “ขัตติยา อินทรวิชัย” ยังเอ่ยปากแสดงความเป็นห่วงถึงความเปราะบางของเศรษฐกิจไทยที่ดูรุนแรงมากขึ้น พร้อมเตือนว่าหากภาคธุรกิจยังใช้ “ท่าเดิม” ในการทำธุรกิจท่ามกลางความผันผวนโลกที่มีความเสี่ยงสูงขึ้นอาจเดินไปสู่ “ภาวะล้มละลาย” ได้
    .
    คำถามคือวิกฤติรอบนี้เกิดจากอะไร “วีรชัย มั่นสินธร” รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(ส.อ.ท.) มองว่ามาจากแรงกดดันหลัก ต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้นจากสินค้านำเข้าโดยเฉพาะจากจีน รวมไปถึงเทคโนโลยีการผลิตที่ล้าหลัง ...แต่ที่น่าห่วงสุด คือ กลุ่มเอสเอ็มอี มีความเสี่ยงสูงที่จะหลุดจากห่วงโซ่อุปทานโลกที่เปลี่ยนแปลงไป เพราะเข้าถึงแหล่งทุนยากขึ้น โดยเฉพาะเมื่อธนาคารมองว่าขีดความสามารถในการแข่งขันของเอสเอ็มอีเหล่านี้ลดลง ซึ่งก็สะท้อนผ่านสินเชื่อเอสเอ็มอีของธนาคารพาณิชย์ทั้งระบบที่ติดลบต่อกันถึง 15 ไตรมาส
    .
    ข้อมูลจากศูนย์วิจัยกสิกรไทย ระบุว่า ยอดเลิกจ้างในระบบประกันสังคมปี 2568 พุ่งสูงถึง 5.3 แสนคน เพิ่มขึ้นถึง 20% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ...คำถามคือ การลงทุนใหม่ที่เราคาดหวัง ไม่ว่าจะเป็นดาต้าเซนเตอร์ กลุ่มอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ หรือแม้แต่ยานยนต์ไฟฟ้า(อีวี) จะเพิ่มการจ้างงานใหม่ได้มากน้อยแค่ไหน คำตอบจากศูนย์วิจัยกสิกรไทยชัดเจนว่า อุตสาหกรรมเหล่านี้ใช้คนน้อยจึงไม่สามารถชดเชยการจ้างงานในภาคอุตสาหกรรมเดิมได้ทั้งหมด ในมุมของแรงงานเองจึงต้องคิดใหม่รีสกิลตัวเองด้วยเช่นกัน
    .
    เรามองว่าโจทย์ของเศรษฐกิจไทยเวลานี้ คือ การหาน่านน้ำใหม่ ภาคธุรกิจต้องผ่าตัดโมเดลธุรกิจเดิม เราเห็นด้วยกับมุมมองของ “ขัตติยา” เพราะเราไม่สามารถเดินด้วยท่าเดิมได้อีกต่อไป และเราก็เห็นด้วยกับข้อเสนอของ “วีรชัย” ที่มองว่า ไทยต้องเปลี่ยนจากการรับจ้างผลิตแบบ OEM ที่เน้นแข่งด้วยปริมาณและราคาไปสู่การสร้างมูลค่าเพิ่ม มุ่งเจาะตลาดเฉพาะที่เน้นนวัตกรรมและมาตรฐานสูง ที่สำคัญภาครัฐจำเป็นต้องเข้าดูแลธุรกิจเอสเอ็มอีอย่างจริงจัง ปรับโมเดลการทำธุรกิจผลิตสินค้าที่ตรงกับความต้องการของโลก เติมสินเชื่อให้กับเอสเอ็มอีที่พอจะมีศักยภาพ ไม่ใช่แค่ประคองหนี้ไปวันๆ ขณะที่แรงงานเองก็ต้องปรับทักษะใหม่
    .
    วิกฤติโรงงานปิดตัวครั้งนี้ถือเป็นบทพิสูจน์ว่าโลกธุรกิจไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป การอยู่รอดจึงไม่ใช่แค่การประคองตัวรอวันเศรษฐกิจฟื้น แต่ต้องเปลี่ยนวิธีคิด สร้างเครือข่ายความร่วมมือเพื่อเพิ่มอำนาจต่อรอง หากภาคการผลิตและแรงงานไทยยังไม่เร่งปรับตัวเข้ากับเมกะเทรนด์ของโลก ตัวเลขการปิดโรงงานคงไม่ได้มีเพียงแค่นี้แน่นอน!
    .
    .
    #กรุงเทพธุรกิจ #InsightForOpportunities #กรุงเทพธุรกิจEconomic

    https://www.facebook.com/1000646678...np2VDaC3gRcRxKgb1iQg3KePGtrl/?mibextid=NOb6eG
     
  5. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,817
    ค่าพลัง:
    +97,153
    'ผู้อพยพโมร็อกโก' กลับบ้านแล้ว 69,500 คน ค้างในเซวตาอีก 5,000 ยอดเสียชีวิตทะลุ 80 ราย
    .
    ผู้อพยพชาวโมร็อกโกและชาติอื่นๆ จากแอฟริกา เดินทางออกจากเซวตาแล้ว 69,500 คนในช่วง 4 วันที่ผ่านมา แต่ยังเหลือค้างอีก 3,000 - 5,000 คน ขณะที่ยอดเสียชีวิตทะลุ 80 ราย จากทั้งสองฝั่งชายแดน
    .
    สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ผู้อพยพโมร็อกโก หลายพันคนตั้งแคมป์ตามชายหาดในเซวตา ดินแดนแยกส่วนของสเปนในแอฟริกาในวันจันทร์ (3 ส.ค.) ที่ผ่านมา ขณะที่เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นประสบกับความยากลำบากในการรับมือกับผู้อพยพหลายพันคนที่ยังคงอยู่ต่อในแดนดินเล็กๆ แห่งนี้ หลังจากมีการอพยพครั้งใหญ่เมื่อสัปดาห์ก่อน
    .
    สเปนคาดว่า ผู้อพยพยราว 69,500 คน ได้เดินทางกลับโมร็อกโกแล้วในช่วง 4 วันที่ผ่านมา ซึ่งเกินกว่ายอดอพยพเบื้องต้นที่คาดการณ์ไว้ราวๆ 50,000 คนในเซวตาในวันพฤหัสบดี (30 ก.ค.)
    .
    ข้อมูลทางการระบุว่า เหตุการณ์ครั้งนี้ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตในฝั่งสเปน 72 ราย และในฝั่งโมร็อกโก 11 ราย
    .
    ผู้อพยพหลายคนบอกว่า พวกเขาเดินทางกลับเพราะร้านค้าต่างๆ ปิด ไม่มีอาหาร และถูกคนท้องถิ่นต่อต้าน ทั้งยังไม่สามารถเดินทางไปสเปนแผ่นดินใหญ่ได้
    .
    ด้านฮวน เฆซุส วีวาส ผู้นำของเมืองเซวตา กล่าวกับสถานีโทรทัศน์เทเลซินโก ว่ามีผู้อพยพเหลืออยู่ในพื้นที่ประมาณ 3,000-5,000 คน และเสริมว่าศูนย์รับผู้อพยพสองแห่งของเมือง ทั้งสำหรับผู้ใหญ่และสำหรับผู้เยาว์ “ล่มสลาย” แล้ว
    .
    วิดีโอรอยเตอร์เผยให้เห็นผู้อพยพจำนวนมาก ซึ่งส่วนใหญ่มาจากประเทศแอฟริกาใต้ซาฮารา นอนพักบนชายหาดเอลแทรมโพลิน หลายคนห่อตัวด้วยผ้าขนหนูป้องกันลม ขณะที่รถทหารและตำรวจและตำรวจลาดตระเวนอยู่ด้านหลังพวกเขา
    .
    ทั้งนี้ เซวตาและเมลียา ดินแดนในแอฟริกาเหนือของสเปน ที่ตั้งอยู่บนชายฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียนของโมร็อกโก และเผชิญกับการพยายามข้ามแดนเป็นระยะๆ ของผู้อพยพที่ต้องการไปยังยุโรป
    .
    .
    อ่านต่อ: https://www.bangkokbiznews.com/world/geopolitics/1245990
    .
    .
    #กรุงเทพธุรกิจ #InsightForOpportunities #กรุงเทพธุรกิจGeopolitics

    https://www.facebook.com/share/p/19Py5BxMYH/
     
  6. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,817
    ค่าพลัง:
    +97,153
  7. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,817
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ‘รักษาฟรี’ กก.หลักประกันสุขภาพฯชี้ต้อง 'ปฏิรูปจัดสรรงบฯ' ไม่ใช่ ‘ร่วมจ่าย’
    .
    กรรมการหลักประกันสุขภาพฯ แสดงความไม่เห็นด้วยกับแนวทางปฏิรูประบบรักษาฟรีด้วยการให้ประชาชน “ร่วมจ่าย” จะทำให้ผู้ป่วยลังเลในการเข้ารับการรักษาจนอาการหนัก คัดกรองกลุ่มเปราะบางยาก และไม่ได้ช่วยให้รพ.มีงบฯ เพียงพออย่างแท้จริง แต่ต้อง "ปฏิรูปการจัดสรรงบประมาณ" ขณะที่ในภาวะ GDP โตต่ำ รัฐสวัสดิการยิ่งมีความสำคัญในการช่วยพยุงชีวิตประชาชน ทั้งนี้ ได้เห็นด้วยกับแนวทางการรวม 3 กองทุนสุขภาพภาครัฐ (บัตรทอง ข้าราชการ ประกันสังคม) เข้าเป็น “กองทุนสุขภาพเดียว” จะไม่ลดสิทธิประโยชน์ของใคร แต่ช่วยเพิ่มอำนาจต่อรองราคายา ลดความซับซ้อนในการบริหารจัดการ และควบคุมค่าใช้จ่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ
    .
    ร่วมจ่ายทำคนลักเลเข้ารับการรักษา
    .
    นายนิมิตร์ เทียนอุดม ประธานคณะอนุกรรมการพัฒนาระบบและกำกับติดตามการเข้าถึงบริการผู้ติดเชื้อHIV ผู้ป่วยโรคเอดส์ โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ และวัณโรค ในคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บอร์ด สปสช.) ให้สัมภาษณ์ “กรุงเทพธุรกิจ” เรื่อง การปฏิรูประบบรักษาฟรีในแนวทาง “ร่วมจ่าย” และ “กองทุนประกันสุขภาพเดียว” ว่า ประเทศต้นแบบให้ประชาชนร่วมจ่ายค่ารักษาพยาบาล อย่างญี่ปุ่นหรือไต้หวันที่มีการร่วมจ่าย
    .
    ทั้ง 2 ประเทศนี้เริ่มพัฒนาระบบหลักประกันสุขภาพควบคู่ไปกับการพัฒนาเศรษฐกิจ เพื่อให้ประชาชนมีรายได้เพียงพอที่จะร่วมจ่ายได้ แต่เมื่อกลับมาดูในเมืองไทย พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ยังไม่มีความสามารถเพียงพอที่จะร่วมจ่าย และการร่วมจ่ายอาจนำไปสู่ภาวะล้มละลายจากการรักษาพยาบาลได้
    .
    .
    อ่านต่อ: https://www.bangkokbiznews.com/health/public-health/1246160
    .
    .
    #กรุงเทพธุรกิจ #InsightForOpportunities #กรุงเทพธุรกิจHealth

    https://www.facebook.com/share/14og7yMBRrk/
     
  8. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,817
    ค่าพลัง:
    +97,153
    กู้สะดวกไม่ใช่ใบเบิกทางสู่การเบี้ยวหนี้ | บทบรรณาธิการกรุงเทพธุรกิจ
    .
    ความตื่นตัวในการสมัครขอสินเชื่อดิจิทัลที่เข้าถึงง่ายและรวดเร็วเป็นเรื่องที่เข้าใจได้ในสภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน แต่สิ่งที่น่ากังวลและต้องเร่งเตือนสติคนไทยคือ ทัศนคติที่มองว่าการกู้ยืมผ่านช่องทางออนไลน์คือ “ช่องว่าง” ที่จะสามารถเลี่ยงความรับผิดชอบหรือ “เบี้ยวหนี้” ได้โดยไม่มีผลกระทบ
    .
    กระแสบนโลกออนไลน์ที่มีผู้โพสต์ประกาศจะ “บิด” หรือไม่ชำระคืนเงินกู้หลังได้รับอนุมัติสินเชื่อ ไม่เพียงแต่สะท้อนถึงวินัยทางการเงินที่หย่อนยาน แต่ยังแสดงถึงความเข้าใจผิดอย่างร้ายแรงต่อระบบการเงิน นายผยง ศรีวณิช ประธานสมาคมธนาคารไทย ได้ออกมาเตือนอย่างชัดเจนว่า ทุกพฤติกรรมบนโลกดิจิทัลล้วนทิ้ง “รอยเท้าดิจิทัล” ที่สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้เสมอ การกระทำด้วยความคึกคะนองหรือเจตนาเอาเปรียบระบบ ไม่ได้ส่งผลเสียต่อเจ้าหนี้เพียงฝ่ายเดียว แต่เป็นการทำลายทรัพยากรสาธารณะ ซึ่งมีที่มาจากเงินฝากของประชาชนและภาษีของคนในชาติ
    .
    เส้นทางจาก “หนี้เสีย” สู่ “คดีความ” คือความจริงที่โหดร้าย ข้อมูลจากเครดิตบูโรชี้ให้เห็นว่า ปัจจุบันมีลูกหนี้ถึง 1.1 ล้านคน หรือกว่า 1.85 ล้านบัญชี ที่ก้าวข้ามคำว่าหนี้เสียไปสู่จุดที่อันตรายกว่า คือการถูกฟ้องร้องและเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมาย มูลหนี้รวมกว่า 5.8 แสนล้านบาทนี้ กำลังเผชิญกับสถานะ “รหัส Code 30” ซึ่งหมายถึงการถูกศาลสั่งรับฟ้องและเข้าสู่ขั้นตอนบังคับคดี
    .
    การเป็นหนี้ที่เข้าสู่กระบวนการทางกฎหมายไม่ใช่เรื่องล้อเล่น เพราะกระบวนการนี้อาจยืดเยื้อและผูกพันชีวิตลูกหนี้นานถึง 10 ปี
    .
    นอกจากมูลหนี้ที่จะเพิ่มขึ้นจากดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมทางกฎหมายแล้ว สิ่งที่ประเมินค่าไม่ได้คือ ต้นทุนชีวิต ทั้งกำลังใจ กำลังกาย ความสัมพันธ์ในครอบครัว และคุณภาพชีวิตที่อาจพังทลายลงเพียงเพราะการตัดสินใจผิดพลาดหรือความคึกคะนองในชั่วขณะ แม้แต่กลุ่มที่มีหนี้ไม่เกินหนึ่งแสนบาท ก็พบว่ามีถึง 4.1 แสนคนที่กำลังถูกดำเนินคดี สะท้อนว่ายอดหนี้จำนวนไม่มากก็สามารถเปลี่ยนชีวิตให้กลายเป็นฝันร้ายทางกฎหมายได้
    .
    ผู้บริโภคจำเป็นต้องมี “ความรู้เท่าทันทางการเงิน” และมีสติในทุกขั้นตอนของการใช้บริการ แม้ระบบธนาคารจะพยายามใช้ข้อมูลทางเลือก เพื่อเพิ่มโอกาสให้กลุ่มที่เข้าไม่ถึงระบบเดิมได้รับสินเชื่อมากขึ้น แต่นั่นต้องตั้งอยู่บนหลักการ “การให้สินเชื่ออย่างรับผิดชอบ” ทั้งจากฝั่งผู้ให้กู้และผู้กู้เอง สำหรับผู้ที่กำลังเผชิญปัญหาทางการเงิน การเลือกที่จะ “เงียบ” หรือหนีหน้าไม่ใช่ทางออก การเร่งพูดคุยกับเจ้าหนี้เพื่อหาทางปรับโครงสร้างหนี้ หรือการขอคำปรึกษาผ่านช่องทางของผู้กำกับดูแลอย่างศูนย์คุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน (1213) คือทางออกที่ควรทำก่อนที่ปัญหาจะลามไปสู่การฟ้องร้อง
    .
    บทเรียนจากดราม่า CLICX และตัวเลขหนี้เสียที่พุ่งสูงเป็นคดีความในปัจจุบัน คือเครื่องเตือนใจว่า เงินกู้ไม่ใช่เงินฟรี และความสะดวกในวันนี้อาจกลายเป็นภาระหนักอึ้งในวันหน้าหากไร้วินัย การสร้างหนี้ควรทำเพื่อตอบโจทย์ความจำเป็นอย่างมีสติ เพราะในโลกดิจิทัลที่ทุกอย่างถูกบันทึกไว้ การเบี้ยวหนี้ไม่มีคำว่าฟรี และราคาที่ต้องจ่ายอาจหมายถึงอิสรภาพทางการเงินตลอดทั้งชีวิต
    .
    .
    #กรุงเทพธุรกิจ #InsightForOpportunities #กรุงเทพธุรกิจWealth

    https://www.facebook.com/share/p/1FBkikranQ/
     
  9. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,817
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ‘แม่น้ำดานูบ’ แห้งขอด พบ ‘ซากแมมมอธ’ ยันเรือรบ กระทบท่องเที่ยว-เดินเรือ ขนส่งไม่ได้ ปิดโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ ขาดน้ำหล่อเย็น
    .
    “ทวีปยุโรป” กำลังเผชิญกับฤดูร้อนรุนแรงและภัยแล้งที่ยาวนานอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน ส่งผลให้แม่น้ำหลายสายลดระดับลงสู่ระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ โดยเฉพาะ “แม่น้ำดานูบ” ซึ่งเป็นแม่น้ำยาวอันดับสองของยุโรปที่ไหลผ่าน 10 ประเทศ ที่มีปริมาณน้ำลดต่ำลงเป็นประวัติศาสตร์ จนเผยให้เห็นร่องรอยทางประวัติศาสตร์ที่เคยจมอยู่ใต้น้ำมานานหลายศตวรรษ
    .
    ในกรุงบูดาเปสต์ เมืองหลวงของฮังการี หน่วยงานพยากรณ์น้ำแห่งชาติวัดระดับน้ำในแม่น้ำดานูบ ได้เพียง 23 เซนติเมตร ทั้งหมดนี้แสดงให้เห็นว่าวิกฤติสภาพภูมิอากาศที่เกิดขึ้นจากการกระทำของมนุษย์ เป็นตัวการสำคัญที่ทำให้อัตราการระเหยของน้ำรวดเร็วกว่าปรกติ
    .
    เมื่อระดับน้ำลดลง เผยให้เห็นถึงหลักฐานทางโบราณคดีที่ซ่อนอยู่ใต้แม่น้ำสายนี้ ในเมืองรูเซ ทางภาคเหนือของบัลแกเรีย ค้นพบ “ซากแมมมอธโบราณ” ประกอบด้วยขากรรไกรล่าง งา 2 กิ่ง และซี่โครง ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการทดสอบเพื่อยืนยันข้อมูล
    .
    นอกจากนี้ เซอร์เบียยังค้นพบ “ซากเรือรบนาซี” ที่จมอยู่ตั้งแต่สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ขณะที่โครเอเชีย ระดับน้ำที่ลดลงได้เปิดเผยโครงสร้างของเรือขนส่งสินค้าชื่อ “ฟูลตัน” ซึ่งอับปางลงในปี 1937 ขณะขนถ่านหินไปตามแม่น้ำ
    .
    เมื่อระดับน้ำลดต่ำลง ทำให้อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวทางน้ำได้รับผลกระทบอย่างหนัก เรือสำราญหลายลำต้องยกเลิกหรือเปลี่ยนแปลงเส้นทางอย่างเลี่ยงไม่ได้ ในบัลแกเรีย ตำรวจต้องเข้าอพยพนักท่องเที่ยว 186 คนจากเรือสำราญ เนื่องจากระดับน้ำตื้นเกินกว่าจะเดินเรือได้ จนเกยตื้นบนเนินทรายใกล้เมืองวิดิน
    .
    สถานการณ์ในเมืองโนวีซาด เซอร์เบียกำลังอยู่ในภาวะวิกฤติ เนื่องจากระดับน้ำในแม่น้ำดานูบ ถดถอยออกจากแนวตลิ่งเดิมไปไกลถึง 15-20 เมตร ทำให้เรือเล็กและเรือขนส่งจำนวนมากต้องจอดอยู่บนฝั่งที่แห้งผาก สิ้นสุดฤดูกาลท่องเที่ยวทางน้ำในปีนี้ได้สิ้นสุดลงเร็วกว่ากำหนด ขณะที่ปริมาณน้ำในเดือนกรกฎาคมลดลงเหลือเพียงประมาณ 33% ของค่าเฉลี่ยปรกติ ซึ่งสร้างความกังวลอย่างยิ่งต่อระบบโลจิสติกส์ในภูมิภาค
    .
    ภาคพลังงานก็ตกอยู่ในสภาวะวิกฤติเช่นกัน เนื่องจากน้ำในแม่น้ำดานูบถูกใช้ในการหล่อเย็นเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์หลายแห่ง เช่น โรงไฟฟ้านิวเคลียร์พากส์ ซึ่งผลิตไฟฟ้าเกือบครึ่งหนึ่งของฮังการี ต้องเตรียมปิดการดำเนินงานทั้งหมดเป็นครั้งแรกในรอบ 44 ปี เนื่องจากระดับน้ำที่ต่ำเกินไปทำให้ไม่สามารถหล่อเย็นระบบได้
    .
    .
    อ่านต่อ: https://www.bangkokbiznews.com/sustainability/environment/1245891
    .
    .
    #กรุงเทพธุรกิจ #InsightForOpportunities #กรุงเทพธุรกิจSustain

    https://www.facebook.com/share/p/1NwqNLWjPj/
     
  10. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,817
    ค่าพลัง:
    +97,153
    หลุมยุบขนาด 5-10 เมตรผุดกันนับสิบแห่งบริเวณขอนแก่น หนองบัวลำภู
    ...
    แตกตื่นกันใหญ่
    ...
    แต่ผมไม่แปลกใจนะ มันสูบน้ำบาดาลมาใช้ในยามแล้งเยอะ
    ...
    นี่ยังดีหรอก ที่เคยพยายามปั่นย้ายเมืองหลวงไปอีสานไม่สำเร็จ ถ้าสำเร็จ คนอยู่มากกว่านี้ สูบน้ำบาดาลมากกว่านี้ น่าจะเกิดหลุมยุบกว้างขวางกว่านี้
    ...
    เวลาฝนมา น้ำมา ผืนดินมีต้นไม้น้อย ไม่มีต้นไม้บนภูเขาต้นน้ำเยอะพอ น้ำหลากลงมาบนพื้นดิน ไม่ซึมซับไว้บนเขา ตาน้ำไม่ดี แม่น้ำ น้ำน้อย
    ...
    เมื่อฝนตก/น้ำหลากบนดิน ค่อยๆ ซึมเป็นน้ำบาดาล ตอนน้ำท่วม สะสม ใต้ดินเป็นโพรงน้ำขนาดใหญ่ ให้คนอีสานมีชีวิตอยู่ได้มานาน แม้มันอาจมีเกลือแร่ธาตุสะสมในน้ำมาก จนอาจเกี่ยวพันกับนิ่วในไตได้
    ...
    เกิดหลุมยุบไปทั่วๆ กว้างขวาง ไม่แปลกนะครับ ไม่ใช่ธรณีสูบ แต่น่ากลัวครับ
    FB_IMG_1785976490382.jpg FB_IMG_1785976492659.jpg FB_IMG_1785976494946.jpg
    https://www.facebook.com/share/14m6dzWQ25K/
     
  11. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,817
    ค่าพลัง:
    +97,153
    1.) เห็นข่าวดีลเปิดฮอร์มุซไม่ควรจะดีใจนะครับ! เพราะมันเป็นดีล "ค่าต๋ง" ที่อิหร่าน-โอมานคุยกัน "สองหัว"‼️ย้ำว่าไม่ใช่ดีลที่โอมานเป็นคนกลางให้อเมริกาคุยกับอิหร่าน ไม่ใช่!!!!!!!!!
    ข่าวยังมีหลายสาย รอทางการเขาประกาศเองดีกว่า แต่แว่วว่าอิหร่านต้องการเก็บ "ค่าต๋ง" 5-7% ของมูลค่าสินค้าบนลำเรือ⚠️⚠️⚠️
    (*ตัวอย่าง ตีง่ายๆ น้ำมันดิบในเรือยักษ์ VLCC ตอนนี้มูลค่า 5.3 พันล้านบาท ก็คำนวณไปว่า 5-7% นี่มันสักกี่ร้อยล้าน!)
    ด้านโอมาน ขอแค่ 3% ก็พอ
    ส่วนเสด็จพ่ออเมริกา แน่นอนว่าไม่ต้องการให้เก็บสักแดงเดียว (เอ๊ะ แน่รึ! หรือว่าเก็บก็เก็บไป แต่ขอแค่ "ส่วนแบ่ง"???)

    2.) ขณะที่อิหร่าน-โอมานกำลังจะดีลได้ (ดีลเปิดฮอร์มุซพร้อมเก็บค่าต๋ง --- ซึ่งสำหรับอเมริกาแบบนี้ถือว่า "ปิด") ทว่าเวลานี้ก็ยังมีรายงานเสียงระเบิดตู้มต้ามในฮอร์มุซ
    และและและ ข้ามไปอีกฟาก ช่องแคบบับ เอล-มันเดบ ก็ปรากฏว่าฮูตีคะนองศึก คึกจัด ยิงเรือน้ำมันซาอุฯ เป็นว่าเล่น
    ล่าสุด ก็โดนไปสองลำ และน่าสนใจว่าไม่ได้ยิงตรงช่องแคบ แต่กระจายเป็นรัศมีรอบ⚠️⚠️⚠️แบบนี้ยิ่งเสียว
    ลำหนึ่ง โดนที่อ่าวเอเดน คือออกจากช่องแคบมาแล้ว
    อีกลำ คือโดนคาซาอุฯ เลย แถวท่าเรือยานบู เท่ากับว่ายังไม่ได้แล่นออกมาไกลในทะเลแดงเท่าไหร่เลย

    ฮอร์มุซน่ะยังไม่รู้ชัด แต่ฝั่งทะเลแดง "ปิด"‼️

    3.) ก่อนๆ นี้ จะมีดีลไม่มีดีลไม่รู้ล่ะ ทัพยิวก็ขยันหมั่นรบในทางใต้ของเลบานอน
    แต่ก็เงียบๆ เนียนๆ ไป
    ทว่าล่าสุด แม้แต่ปากคำก็ไม่เก็บแล้ว ไม่กั๊ก ไม่เม้ม ตะโกนออกไปให้ชาวโลกรู้ ทัพยิวขอระเบิดศึกเต็มๆ ณ ทางใต้ของเลบานอน โดยกล่าวว่าที่กระทำเช่นนี้เพราะเฮซบอลเลาะห์ละเมิดข้อตกลงหยุดยิงก่อน

    อะไรยังไงไม่รู้ล่ะ แต่รัวแหลก

    ⚠️⚠️สรุปทุกข้อแล้ว สถานการณ์ไม่ใช่เรียกว่าดูดีมีหวังเลยนะครับท่าน
    ตกอยู่ในความระอุคุกรุ่น

    https://www.reuters.com/world/middl...-very-good-discussions-trump-says-2026-08-05/
    https://www.aljazeera.com/news/live...lose-in-on-hormuz-deal-houthis-attack-tankers

    https://www.facebook.com/share/17pKQPQ9cB/
     
  12. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,817
    ค่าพลัง:
    +97,153
    Mary Daly (ประธาน Fed สาขาซานฟรานซิสโก) กล่าวว่า

    หากสงครามในตะวันออกกลางสิ้นสุดลง อาจช่วยสนับสนุนให้เงินเฟ้อปรับตัวลดลง

    มีหลักฐานบางส่วนบ่งชี้ว่า ผลกระทบจากมาตรการภาษีนำเข้า (Tariffs) ต่อเงินเฟ้อเริ่มลดลงแล้ว

    อย่างไรก็ตาม เธอยอมรับว่า มาตรการภาษีนำเข้ามีผลกระทบต่อเงินเฟ้ออย่างชัดเจน

    Mary Daly ชี้ ตลาดแรงงานยังไม่เพิ่มแรงกดดันเงินเฟ้อ แต่ Fed ยังต้องจับตาข้อมูลเพิ่มเติม

    สภาพตลาดแรงงานในปัจจุบัน ยังไม่ได้สร้างแรงกดดันด้านเงินเฟ้ออย่างมีนัยสำคัญ

    Daly กล่าวว่า มีเหตุผลที่จะเชื่อว่า Supply Shock จะไม่ทำให้เงินเฟ้อกลับมาสูงอย่างต่อเนื่อง โดยหลายฝ่ายมองว่าปัญหาด้านอุปทานอาจทำให้เงินเฟ้อพุ่งขึ้นเพียงชั่วคราว

    อย่างไรก็ตาม เธอย้ำว่า Fed ไม่ควรประมาทในการรักษาความคาดหวังเงินเฟ้อให้มีเสถียรภาพ โดยระบุว่าเงินเฟ้อระยะยาวยังคงถูกควบคุมและยึดเหนี่ยวอยู่ในระดับที่เหมาะสม

    ด้านนโยบายการเงิน Daly กล่าวว่า Fed จำเป็นต้องรอดูข้อมูลเศรษฐกิจเพิ่มเติม เพื่อประเมินทิศทางดอกเบี้ยในอนาคต

    เธอระบุว่า สนับสนุนเต็มที่ต่อการตัดสินใจคงดอกเบี้ยในการประชุมเดือนกรกฎาคม พร้อมย้ำว่า Fed ต้องพิจารณาความเสี่ยงหลายด้านในการกำหนดนโยบายดอกเบี้ย

    https://www.facebook.com/share/191qfyLwA2/
     
  13. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,817
    ค่าพลัง:
    +97,153
    กระแสเงินลงทุนญี่ปุ่นเปลี่ยนทิศ นักลงทุนหันเข้าหาพันธบัตร ลดการถือหุ้น

    สัปดาห์ล่าสุด 26 กรกฎาคม – 1 สิงหาคม 2026

    นักลงทุนญี่ปุ่นซื้อพันธบัตรต่างประเทศ 477,900 ล้านเยน หลังจากสัปดาห์ก่อนขายออก 811,400 ล้านเยน

    ขณะเดียวกัน นักลงทุนญี่ปุ่นขายหุ้นต่างประเทศ 276,400 ล้านเยน หลังจากสัปดาห์ก่อนซื้อ 320,200 ล้านเยน

    ฝั่งนักลงทุนต่างชาติ

    ซื้อพันธบัตรญี่ปุ่น 558,900 ล้านเยน หลังจากสัปดาห์ก่อนขายออก 1.5139 ล้านล้านเยน

    ขายหุ้นญี่ปุ่น 392,500 ล้านเยน หลังจากสัปดาห์ก่อนซื้อ 912,400 ล้านเยน

    สรุป เงินลงทุนสัปดาห์ล่าสุดไหลออกจากตลาดหุ้นทั้งญี่ปุ่นและต่างประเทศ ขณะที่มีแรงซื้อกลับเข้าตลาดพันธบัตร
    https://www.facebook.com/share/p/1DLdEcBWM2/
     
  14. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,817
    ค่าพลัง:
    +97,153
    25% ของชายหนุ่มอเมริกัน
    "เทรดหุ้นทุกวัน"

    และเกือบครึ่งของคนกลุ่มนี้
    คิดว่าตัวเอง "เป็นคนล้มเหลว"

    Michael Burry โพสต์ข้อมูล
    จาก Bloomberg เพื่อเตือนทุกคน

    Michael Burry นักลงทุนชื่อดังจาก The Big Short แชร์ข้อมูลจาก Bloomberg ที่อ้างอิงผลสำรวจของ Institute for Family Studies ซึ่งพบว่า 25% ของชายอเมริกันอายุ 18-29 ปี ซื้อขายหุ้นทุกวัน

    ผลสำรวจยังระบุว่า 42% ของผู้ที่เทรดหุ้นทุกวัน มองว่าตัวเอง "เป็นคนล้มเหลว" และพฤติกรรมการเทรดรายวันยังมีความสัมพันธ์กับระดับความเหงา ความวิตกกังวล และภาวะซึมเศร้าที่สูงขึ้น

    นักวิจัยยังพบว่า รูปแบบดังกล่าวมีความคล้ายคลึงกับกลุ่มที่เล่นการพนันเป็นประจำ โดยชี้ว่า การเทรดหุ้นรายวัน การพนันกีฬา และพฤติกรรมเสี่ยงบางประเภท มีความสัมพันธ์กับความรู้สึกโดดเดี่ยวและความไม่พึงพอใจในชีวิต ทั้งนี้ งานวิจัยแสดงเพียง ความสัมพันธ์ (Correlation) และไม่ได้พิสูจน์ว่าเป็นเหตุและผลโดยตรง

    การที่ Michael Burry นำข้อมูลนี้มาเผยแพร่ สะท้อนถึงมุมมองที่ต้องการเตือนนักลงทุนว่า การลงทุนไม่ควรกลายเป็นการพนัน หรือการไล่ตามอารมณ์ของตลาดในทุกวัน

    https://www.facebook.com/share/1cHTA73V25/
     
  15. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,817
    ค่าพลัง:
    +97,153
    สหรัฐได้ถอดบางมาตรการ
    "คว่ำบาตรอิหร่าน" บางส่วน
    ออกจากเว็บไซต์ทางการแล้ว

    จะเป็นสัญญาณว่า
    ทั้ง 2 ฝั่งอาจใกล้มีดีล
    อย่างที่ทรัมป์อ้างหรือไม่ ?!


    กระทรวงการคลังสหรัฐฯ (U.S. Treasury) ได้ ถอดรายชื่อมาตรการคว่ำบาตรบางส่วนที่เกี่ยวข้องกับอิหร่าน ออกจากเว็บไซต์ของหน่วยงาน โดยครอบคลุม 3 หน่วยงานที่เชื่อมโยงกับกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิหร่าน (IRGC) รวมถึงเครื่องบิน 2 ลำ และสายการบินอีก 3 แห่ง

    ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางรายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เตรียมประกาศข้อตกลงกับอิหร่านภายในสัปดาห์นี้ ซึ่งถูกมองว่าอาจเป็นสัญญาณของความคืบหน้าในการเจรจาระหว่างทั้งสองฝ่าย

    อย่างไรก็ตาม การผ่อนปรนครั้งนี้ ยังไม่ครอบคลุมมาตรการคว่ำบาตรหลักที่เกี่ยวข้องกับการส่งออกน้ำมันของอิหร่าน ทำให้ผลกระทบต่ออุปทานน้ำมันโลกยังมีจำกัด โดยราคาน้ำมันดิบ Brent ยังคงเคลื่อนไหวใกล้ระดับ 79 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

    https://www.facebook.com/share/p/1dCQ1sHc4A/
     
  16. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,817
    ค่าพลัง:
    +97,153
    หลุมยุบที่ภูผาม่านเกิดจากอะไร

    เมื่อวันที่ 4 ส.ค.69 มีรายงานข่าวเกิดหลุมยุบ (Sink holes) ขนาดใหญ่เกิดขึ้นหลายจุด (7-8 จุด) ที่บ้านวังเจริญ อ.ภูผาม่าน จ.ขอนแก่น ตามข่าวระบุว่า บางหลุมมีขนาดกว้าง 7-8 ม. ลึกถึง 5 ม.

    ข้อสันนิษฐานเบื้องต้น หลุมยุบดังกล่าว อาจจะเกิดจากการมีโครงสร้างหินปูน (Lime stone) อยู่ใต้ดิน และมีชั้นดินปกคลุมอยู่ด้านบน เรียกสภาพทางธรณีวิทยาแบบนี้ว่า Covered Karst

    เมื่อมีน้ำฝนที่ตกซึมผ่านลงไปถึงชั้นหินปูนเป็นระยะเวลานานๆ และหากน้ำมีฤทธิ์เป็นกรดเช่นน้ำฝนที่สัมผัสกับก๊าซ คาร์บอนไดออกไซด์ อ่อนๆ ก็ทำให้หินปูนละลายได้ แล้วเกิดเป็นโพรงใต้ดิน

    จากนั้น น้ำใต้ดินและน้ำฝนที่ซึมผ่าน ชะดินไหลเข้าโพรงเรื่อยๆ จนถึงจุดหนึ่ง น้ำหนักช้ันดินที่คลุมอยู่ด้านบน พังทลายลงไป เกิดเป็นหลุมยุบนั่นเอง

    อย่างไรก็ตาม สาเหตุที่แท้จริง ก็ควรรับฟังข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้วย

    ลองอ่านเปเปอร์นี้ประกอบด้วยครับ
    FB_IMG_1785982243751.jpg FB_IMG_1785982246337.jpg FB_IMG_1785982248617.jpg FB_IMG_1785982251634.jpg
    รุปภาพประกอบจาก Kentucky Geolological Surver website

    https://www.facebook.com/share/1SUyGhKSjA/
     
  17. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,817
    ค่าพลัง:
    +97,153
    การทำ Carry Trade ด้วยเงินเยนกำลังเข้าสู่ช่วงขาลง
    FB_IMG_1785990594267.jpg
    ก่อนเดือนเมษายน 2025 คู่สกุลเงิน USD/JPY มีความสัมพันธ์อย่างใกล้ชิดกับ ส่วนต่างอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 10 ปีของสหรัฐฯ และญี่ปุ่น (10-Year Yield Differential)

    ความสัมพันธ์ดังกล่าวเกิดจากนักลงทุนที่ กู้ยืมเงินเยนในอัตราดอกเบี้ยต่ำ เพื่อนำไปลงทุนในสินทรัพย์สกุลดอลลาร์สหรัฐที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่า ซึ่งเป็นกลยุทธ์ที่เรียกว่า Carry Trade

    อย่างไรก็ตาม ความสัมพันธ์นี้เริ่มเปลี่ยนไปหลังเหตุการณ์ "Liberation Day" ในเดือนเมษายน 2025 เมื่อความไม่แน่นอนจากสงครามการค้าทำให้ความผันผวนของตลาดพุ่งสูงขึ้น และบังคับให้นักลงทุนจำนวนมากต้องทยอยปิดสถานะ Carry Trade

    ขณะเดียวกัน ส่วนต่างผลตอบแทนระหว่างพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี กับพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่นอายุ 10 ปี ปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 2.0 จุดเปอร์เซ็นต์ ซึ่งลดลงราว 1.0 จุดเปอร์เซ็นต์ นับตั้งแต่เดือนเมษายน 2025 และถือเป็นระดับที่แคบที่สุดนับตั้งแต่ปี 2021

    แม้ว่าส่วนต่างอัตราผลตอบแทนจะลดลง แต่ USD/JPY กลับยังคงปรับตัวสูงขึ้น หมายความว่า ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับเงินเยน ซึ่งสวนทางกับความสัมพันธ์เดิมที่เคยถูกขับเคลื่อนโดยส่วนต่างของอัตราดอกเบี้ย

    กล่าวอีกนัยหนึ่งคือ

    Carry Trade กำลังสูญเสียอิทธิพลต่อการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยน

    ปัจจุบัน นักลงทุนไม่ได้มองค่าเงินเยนผ่านมุมมองเรื่องส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยเป็นหลักอีกต่อไป แต่เริ่มให้ความสำคัญกับ ภาระหนี้สาธารณะที่สูงของญี่ปุ่น และ ต้นทุนการชำระหนี้ที่เพิ่มขึ้น มากขึ้น

    กล่าวได้ว่า

    ต้นทุนในการแบกรับหนี้ของญี่ปุ่นกำลังเพิ่มขึ้นจนเป็นประเด็นที่ตลาดไม่อาจมองข้ามได้อีกต่อไป
    https://x.com/KobeissiLetter/status/2084805628816409056

    https://www.facebook.com/1000445398...Yx552PzDQqZTRvgKoS5bbuCG5j9l/?mibextid=NOb6eG
     
  18. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,817
    ค่าพลัง:
    +97,153
    วิจัยชี้! นักวิทยาศาสตร์จีนถูกปฏิเสธตีพิมพ์ในวารสารชั้นนำสหรัฐฯ สูงกว่านักวิจัยตะวันตกถึง 3 เท่า

    ผลการศึกษาใหม่ที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสาร Science Advances เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคมที่ผ่านมา เผยว่า นักวิจัยที่สังกัดสถาบันในประเทศจีน หรือผู้ที่มีนามสกุลจีน มีอัตราการถูกปฏิเสธงานวิจัย จากวารสารวิทยาศาสตร์ระดับโลกสูงกว่านักวิจัยจากสหรัฐอเมริกาและแคนาดาอย่างมีนัยสำคัญ

    1. ตัวเลขสำคัญจากงานวิจัย (วิเคราะห์บทความกว่า 110,000 ฉบับ)

    -อัตราการตอบรับบทความ (Acceptance Rate): ผลจากการวิเคราะห์ข้อมูลการยื่นบทความวิจัยไปยังวารสาร #Science และ #ScienceAdvances ระหว่างปี 2015 ถึง 2020 พบว่า บทความที่ยื่นจากนักวิจัยในจีนได้รับการตอบรับให้ตีพิมพ์เพียง 2.5% ในขณะที่บทความจากอเมริกาเหนือได้รับการตอบรับเฉลี่ย 8.3%

    -ผลกระทบต่อนักวิจัยในสหรัฐฯ: แม้จะเป็นนักวิทยาศาสตร์ที่ทำงานในสหรัฐฯ แต่หากมี "#นามสกุลจีน" ก็ยังมีอัตราการได้รับการตีพิมพ์ต่ำกว่านักวิทยาศาสตร์ที่ไม่มีนามสกุลจีน

    -เปรียบเทียบกับอัตราการรับบทความโดยรวม: วารสาร Science มีอัตราการรับตีพิมพ์เพียงประมาณ 5 ใน 100 ฉบับ ส่วน Science Advances อยู่ที่ประมาณ 8 ใน 100 ฉบับ

    -เปรียบเทียบความเหลื่อมล้ำทางเพศ: ช่องว่างทางเพศกลับน้อยกว่ามาก โดยผู้เขียนหลัก (Corresponding Author) เพศชายได้รับการตอบรับ 6.4% ส่วนเพศหญิงอยู่ที่ 5.3%

    2. สาเหตุและมุมมองจากผู้วิจัย

    แซม จาง (Sam Zhang) นักวิทยาศาสตร์สังคมเชิงคำนวณจาก University of Vermont และเป็นผู้เขียนหลักของงานวิจัยนี้ อธิบายถึงสาเหตุที่เป็นไปได้ดังนี้:

    -แรงจูงใจของระบบวิจัยในจีน: ระบบการศึกษาและวิจัยในจีนให้ผลตอบแทนทางการเงินและตำแหน่งก้าวหน้าสูงมากแก่ผู้ที่ตีพิมพ์ในวารสารระดับท็อป จึงส่งผลให้มีนักวิจัยยื่นบทความจำนวนมาก แม้ว่างานชิ้นนั้นอาจจะไม่ตรงกับขอบเขตเนื้อหา (Scope) ของวารสารก็ตาม

    -คุณภาพงานวิจัย vs อคติของบรรณาธิการ (Editors): การศึกษานี้ไม่สามารถสรุปได้แน่ชัดว่าช่องว่างที่เกิดขึ้นมาจากคุณภาพและความแปลกใหม่ของงานวิจัยจริง หรือเกิดจากมุมมอง/อคติของบรรณาธิการต่อผู้เขียนและสถาบันต้นสังกัด ซึ่งมีความเป็นไปได้สูงว่าจะเกิดจาก "ทั้งสองปัจจัยรวมกัน" โดยช่องว่างนี้ปรากฏตั้งแต่ขั้นตอนการคัดกรองเบื้องต้น (Initial Screening) ไปจนถึงการตัดสินใจขั้นสุดท้าย

    3. ท่าทีและการตอบรับจากวารสาร Science

    -ยอมรับและพร้อมแก้ไข: กองบรรณาธิการของ Science ออกแถลงการณ์ขอบคุณทีมวิจัยที่ช่วยเปิดเผยข้อมูลกระบวนการตรวจประเมินโดยผู้ทรงคุณวุฒิ (Peer Review) พร้อมยอมรับว่า "ยังมีสิ่งที่ต้องปรับปรุงอีกมาก" และกำลังพิจารณากลยุทธ์เพื่อตรวจสอบและแก้ไขอคติ (Bias) ที่อาจเกิดขึ้น

    -มาตรการแก้ไขเบื้องต้น: วารสารได้ทำการว่าจ้างบรรณาธิการใหม่ประจำประเทศจีนจำนวน 2 ตำแหน่ง (วารสารละ 1 คน) เพื่อช่วยคัดกรองและดูแลกระบวนการประเมินบทความ

    -การเปิดเผยความโปร่งใส: งานวิจัยชิ้นนี้ถือเป็นหนึ่งในงานแรกๆ ที่เปิดเผยกระบวนการทำงานภายในของวารสารระดับท็อปที่เคยคลุมเครือ เพื่อกระตุ้นให้วงการวิชาการปรับตัวรับมือกับความท้าทายใหม่ๆ เช่น ปัญหางานวิจัยขยะที่สร้างจาก AI (AI-generated junk papers)

    งานวิจัยชิ้นนี้ตอกย้ำให้เห็นว่า นอกจากปัจจัยด้าน "ชื่อเสียงของสถาบัน" (Institutional Prestige) ที่ส่งผลต่อการตอบรับงานวิจัยแล้ว "#อคติทางภูมิรัฐศาสตร์และเชื้อชาติ" ก็อาจเป็นอีกหนึ่งปัจจัยแฝงในวงการวิชาการระดับโลก แม้ว่าแรงจูงใจทางการเมือง/เศรษฐกิจในจีนจะทำให้เกิดการยื่นบทความจำนวนมากจนฉุดให้อัตราส่วนการตอบรับต่ำลง แต่นี่เป็นครั้งแรกที่มีข้อมูลเชิงประมวลผลขนาดใหญ่ออกมายืนยันกระบวนการคัดกรองที่ไร้ความโปร่งใส ซึ่งกำลังบีบให้บรรณาธิการวารสารชั้นนำของโลกต้องปฏิรูปกระบวนการพิจารณางานวิจัยให้เป็นธรรมยิ่งขึ้น

    #ChinaFocus #นักวิทยาศาสตร์จีน

    Ref.: SCMP Cr. ภาพจาก SCMP

    https://www.facebook.com/share/p/1GSaARMLXb/
     
  19. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,817
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ฮอร์มุซอาจเปลี่ยนเกม! ร่างข้อตกลงอิหร่าน–โอมาน เสนอให้อิหร่านกำกับเรือขาเข้า

    อิหร่านและโอมานมีความคืบหน้าในการเจรจาเปิดช่องแคบฮอร์มุซ โดยบรรลุความเข้าใจเบื้องต้นเกี่ยวกับพิกัดเส้นทางเดินเรือ และอยู่ระหว่างจัดทำถ้อยแถลงร่วม แต่ข้อตกลงยังไม่ถือเป็นที่สิ้นสุดและรายละเอียดสำคัญบางส่วนยังอยู่ระหว่างการเจรจา

    ข้อเสนอที่กำลังพิจารณาจะให้เรือซึ่งเดินทางเข้าสู่อ่าวเปอร์เซียใช้เส้นทางฝั่งอิหร่าน โดยอิหร่านเป็นผู้ประสานและกำกับการเดินเรือขาเข้า ส่วนเรือขาออกจะใช้เส้นทางฝั่งโอมานและอยู่ภายใต้การดูแลของโอมาน หากได้รับความเห็นชอบ ข้อตกลงนี้อาจเพิ่มบทบาทของอิหร่านเหนือเส้นทางขนส่งพลังงานที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโลกอย่างมีนัยสำคัญ

    อย่างไรก็ตาม ประเด็นการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมและขอบเขตอำนาจในการควบคุมเรือยังไม่มีข้อยุติ รายงานบางกระแสระบุว่าอาจมีค่าบริการเพื่อดูแลความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อม ขณะที่อีกกระแสระบุว่าร่างล่าสุดไม่มีค่าผ่านทางภาคบังคับ ด้านสหรัฐฯ ยังไม่ได้ให้การรับรองข้อตกลงอย่างเป็นทางการ และประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เคยประกาศคัดค้านการให้อิหร่านเรียกเก็บค่าธรรมเนียมจากเรือที่ผ่านช่องแคบ

    อิหร่านยังระบุว่า การตกลงเส้นทางเดินเรือกับโอมานเพียงอย่างเดียวยังไม่เพียงพอที่จะทำให้ช่องแคบกลับมาปลอดภัย โดยเรียกร้องให้สหรัฐฯ ยุติมาตรการปิดล้อมทางทะเลต่อท่าเรืออิหร่านเสียก่อน

    ช่องแคบฮอร์มุซเป็นเส้นทางลำเลียงน้ำมันประมาณหนึ่งในห้าของโลกในภาวะปกติ ทุกความเปลี่ยนแปลงจึงอาจส่งผลโดยตรงต่อราคาน้ำมัน ค่าขนส่ง และต้นทุนพลังงานทั่วโลก ขณะนี้โลกยังต้องจับตาว่า ร่างข้อตกลงดังกล่าวจะนำไปสู่การเปิดเส้นทางอย่างแท้จริง หรือกลายเป็นจุดขัดแย้งรอบใหม่ระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ

    https://www.facebook.com/share/1CQPRyvSRw/
     
  20. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,817
    ค่าพลัง:
    +97,153
    เมื่อสหรัฐฯ ยอมรับความจริง "สู้ตัวต่อตัวไม่ได้" – ถอดรหัสจุดเปลี่ยนยุทธศาสตร์ปิดล้อมจีน

    การดึงจีนเข้าสู่ #องค์การการค้าโลก (#WTO) ในยุคประธานาธิบดีบิล คลินตัน เมื่อกว่าสองทศวรรษก่อน เคยถูกจารึกไว้ว่าเป็นหนึ่งในชัยชนะทางยุทธศาสตร์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโลกตะวันตก ภายใต้ความเชื่อมั่นว่าการดึงมังกรจีนเข้าสู่ระเบียบการค้าเสรีจะบีบให้จีนกลายเป็นเพียง "โรงงานโลกที่รับจ้างผลิตสินค้าเกรดกลาง-ล่าง" ในขณะที่สหรัฐฯ ยังคงกุมอำนาจเบ็ดเสร็จบนยอดนวัตกรรมและเทคโนโลยีขั้นสูง

    ทว่าในวันนี้ วงการยุทธศาสตร์สหรัฐฯ กลับกำลังเผชิญกับ "ความตื่นตระหนกและบทเรียนอันขมขื่น" เมื่อจีนไม่ได้หยุดอยู่แค่ตำแหน่ง "แรงงานราคาถูก" แต่กลับใช้ตั๋วใบนั้นเร่งสปีดพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ยกระดับอัลกอริทึม และผงาดขึ้นมาเป็นคู่แข่งท้าทายอำนาจนำของสหรัฐฯ ในทุกมิติ จนกลายเป็นความตระหนักรู้ใหม่ที่ผลักดันให้สหรัฐฯ ต้องเปลี่ยนผ่านทิศทางนโยบายต่างประเทศจาก "ยุคปฏิสัมพันธ์ (Engagement)" ไปสู่ "ยุคการแข่งขันรอบด้าน (Full-scale Competition)" อย่างเต็มตัว

    1. จาก "ผู้ครองอำนาจเดี่ยว" สู่กลยุทธ์ "สังฆกรรมพันธมิตร"

    หนึ่งในดัชนีชี้วัดความเปลี่ยนแปลงเชิงยุทธศาสตร์ที่ชัดเจนที่สุด สะท้อนผ่านถ้อยแถลงของ แอนโทนี บลิงเคน อดีตรัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ที่ออกมายอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่า "สหรัฐฯ ไม่สามารถเอาชนะจีนในการแข่งขันแบบตัวต่อตัว (1-on-1) ได้อีกต่อไป" โดยชี้ถึงขนาดตลาด ภาคการผลิตที่ใหญ่กว่าสามเท่า ปริมาณเรือ และอัตราการจดสิทธิบัตรของจีนที่แซงหน้าไปแล้ว

    คำยอมรับนี้ไม่เพียงแต่ทลายภาพจำเรื่อง "มหาอำนาจเดี่ยว (Unipolar Moment)" ของอเมริกา แต่ยังตอกย้ำให้เห็นว่าทำไมวอชิงตันจึงต้องเร่งรีบดึงสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ยุโรป ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และอินเดีย มารวมกลุ่มในลักษณะ "ยุทธศาสตร์พันธมิตรร่วม" (การรวมกลุ่มรัฐขนาดเล็กเพื่อคานอำนาจรัฐขนาดใหญ่) เพราะลำพังศักยภาพของอเมริกาในปัจจุบันไม่เพียงพอที่จะปิดล้อมจีนได้โดยลำพังอีกต่อไป

    2. สงครามเทคโนโลยี AI: เมื่อ "พลังงาน" กลายเป็นคอขวดของอเมริกา

    ตลอด 8 ปีที่ผ่านมา นับตั้งแต่สหรัฐฯ ประกาศให้จีนเป็น "คู่แข่งเชิงยุทธศาสตร์รายเดียว" ในรายงานความมั่นคงปี 2017 วอชิงตันได้ใช้อาวุธทางเศรษฐกิจและเทคโนโลยีทุกรูปแบบ—ทั้งการขึ้นภาษี การบอยคอตชิปประมวลผลสูง และการจำกัดการลงทุน—เพื่อสกัดกั้นการผงาดของจีน แต่ผลลัพธ์กลับไม่ได้เป็นไปตามที่ประเมินไว้

    ในการแข่งขันด้าน #ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ศึกรอบใหม่กำลังเผยให้เห็นจุดแข็งและจุดอ่อนของทั้งสองฝั่งอย่างชัดเจน:

    #สหรัฐฯ (ได้เปรียบด้านทุนและชิป แต่ติดคอขวดด้านพลังงาน): แม้อเมริกาจะมีชิปประมวลผลระดับท็อปและทุนมหาศาลจากกลุ่มยักษ์ใหญ่เทคโนโลยี แต่การพัฒนาศูนย์ข้อมูล (Data Center) ขนาดใหญ่กำลังชนเพดาน "วิกฤตพลังงานไฟฟ้า" อย่างรุนแรง จนบางพื้นที่ เช่น รัฐนิวยอร์ก ต้องประกาศระงับการสร้างศูนย์ข้อมูลเพิ่มเติม

    #จีน (ได้เปรียบด้านอัลกอริทึม พลังงาน และต้นทุน): จีนก้าวข้ามข้อจำกัดด้านพลังการประมวลผลด้วยการมุ่งพัฒนา "อัลกอริทึมที่ชาญฉลาดและการบริหารจัดการข้อมูล" ซึ่งช่วยลดการพึ่งพาฮาร์ดแวร์ราคาสูง โมเดล AI ของจีนสามารถลดต้นทุนการใช้งานลงได้มากถึง 90% จนภาคเอกชนในสหรัฐฯ บางแห่งเริ่มแอบหันมาใช้โมเดลของจีนเนื่องจากแรงดึงดูดทางเศรษฐกิจ ประกอบกับโครงข่ายไฟฟ้าที่แข็งแกร่งของจีน ทำให้การขยายฐานประมวลผลไร้สิ่งกีดขวาง

    3. ดุลอำนาจโลกที่เปลี่ยนทิศ: "ตะวันออกผงาด ตะวันตกถดถอย"

    เมื่อมองในภาพใหญ่เชิงภูมิรัฐศาสตร์ ศตวรรษที่ 21 กำลังหมุนไปสู่นัยสำคัญของคำว่า "ตะวันออกผงาด ตะวันตกถดถอย" หรือการก้าวเข้าสู่ "ยุค CIA" (China, India, ASEAN) ตามแนวคิดของ คิโชเร มะหะบุบานี (Kishore Mahbubani) นักวิชาการชื่อดังชาวสิงคโปร์

    ในขณะที่พันธมิตรฝั่งตะวันตกเริ่มแสดงภาวะเหน็ดเหนื่อย ยุโรปต้องเผชิญกับปัญหาสภาพเศรษฐกิจ ความยุ่งเหยิงทางภูมิรัฐศาสตร์ และการขาดแคลนนวัตกรรมใหม่ ส่วนญี่ปุ่นต้องรับมือกับความเสื่อมถอยทางอุตสาหกรรมและค่าเงินเยน แม้สหรัฐฯ จะพยายามใช้ยุทธศาสตร์การทหารคานอำนาจ ไม่ว่าจะเป็นการสร้างกลุ่ม Quad หรือพยายามดึงอินเดียเข้ามาร่วม แต่ผลลัพธ์กลับ “มีแต่เปลือก” เพราะกลุ่มประเทศในเอเชียต่างมุ่งเน้นการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจและการค้าที่เชื่อมโยงกับจีนมากกว่าการเลือกข้าง

    ความพยายามของสหรัฐฯ ตลอดทศวรรษที่ผ่านมาในการใช้มาตรการกดดันและปิดล้อมจีน กำลังติดอยู่ในสภาวะ "#ติดหล่มเชิงยุทธศาสตร์" ที่นอกจากจะไม่สามารถหยุดยั้งการเติบโตของจีนได้แล้ว ยังสร้างภาระและบั่นทอนศักยภาพของสหรัฐฯ และพันธมิตรเองอย่างต่อเนื่อง

    บทเรียนสำคัญที่สุดจากข้อผิดพลาดของสหรัฐฯ ไม่ใช่เรื่องการดึงจีนเข้า WTO แต่คือการประเมินศักยภาพการปรับตัวของประเทศคู่แข่งต่ำเกินไป สำหรับความสัมพันธ์ระหว่างสองมหาอำนาจในอนาคต ทางออกที่เป็นจริงและยั่งยืนที่สุด อาจไม่ใช่การฝืนต้านกระแสด้วยสงครามการค้าหรือการกีดกันทางเทคโนโลยี หากแต่เป็นการกลับคืนสู่การยอมรับความจริงบนหลักการ "เคารพซึ่งกันและกัน และหาจุดร่วมบนผลประโยชน์ที่พึ่งพาอาศัยกัน (Win-Win Cooperation)" ก่อนที่ความตึงเครียดนี้จะลุกลามจนกลายเป็นวิกฤตทางเศรษฐกิจของโลกที่ไม่มีใครเป็นผู้ชนะอย่างแท้จริง

    #ChinaFocus

    Ref.: Speech at Johns Hopkins SAIS/FT/SCMP

    https://www.facebook.com/share/p/19RHqatzjQ/
     

แชร์หน้านี้

Loading...