ติดตามสถานะการณ์

ในห้อง 'ภัยพิบัติและการเตรียมการ' ตั้งกระทู้โดย สุกิจSukit, 8 มิถุนายน 2013.

  1. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,609
    ค่าพลัง:
    +97,153
    อวสาน “สำเพ็ง-ประตูน้ำ”? เมื่อทำเลทองพันล้าน กำลังถูกกลืนกินด้วย “ตลาดนัดลอยฟ้า” ข้ามชาติ

    19 กรกฎาคม 2569 เอกซเรย์สมรภูมิ E-Commerce ล้านล้านบาท กับ 3 มีดหมอเชิงนโยบาย ที่รัฐบาลต้องกล้าผ่าตัดเพื่อทวงคืนอธิปไตยเศรษฐกิจฐานราก
    .
    ท่ามกลางความเงียบเหงาของ #ย่านการค้าในตำนาน อย่าง #สำเพ็ง #ประตูน้ำ และ #โบ๊เบ๊ ที่เคยคึกคักไปด้วยผู้คนและเม็ดเงินหมุนเวียนในอดีต ทว่าในโลกปัจจุบัน ปรากฏการณ์ “การปฏิวัติเงียบ“ กำลังเกิดขึ้นอย่างเด่นชัด เมื่อเงินในกระเป๋าของคนไทยไม่ได้ลดน้อยลงไปตามความซบเซาของหน้าร้าน ...แต่กลับหลั่งไหลผ่านนิ้วมือและหน้าจอสมาร์ทโฟนเข้าสู่ “ตลาดนัดลอยฟ้า” ของแพลตฟอร์ม E-Commerce ยักษ์ใหญ่ข้ามชาติ 3-5 ราย ที่สถาปนาตนเองเป็นเจ้าของตลาดผูกขาด กวาดมูลค่าการซื้อขายสะพัดทะลุ 1.2 ล้านล้านบาท ยึดส่วนแบ่งตลาดไปกว่าร้อยละ 98 ของประเทศ
    .
    กลไกการทำกำไรของแพลตฟอร์มต่างชาติเหล่านี้ไม่ต่างจากห้างสรรพสินค้าผูกขาดขนาดใหญ่ นอกจากพวกเขาจะ #เก็บค่าเช่าแผงดิจิทัล #ค่าธรรมเนียมการชำระเงิน และ #ค่าโฆษณาเพดานบินสูง จาก # พ่อค้าแม่ค้าแล้ว
    .
    ในฝั่งของ #ผู้ซื้อ ก็ยังแอบบวกค่าธรรมเนียมระบบและค่าบริการในหน้าชำระเงินอย่างแนบเนียน เม็ดเงิน “ค่าตั๋วผ่านทาง” มหาศาลระดับแสนล้านบาทต่อปีจึงถูกขนออกนอกประเทศอย่างถูกกฎหมาย โดยที่ร้านค้าส่งดั้งเดิมของไทยไม่มีกติกาที่เท่าเทียมในการวิ่งแข่ง เพราะโมเดล #ทุนข้ามชาติ สามารถเชื่อมโยงและส่งตรงสินค้าจากโรงงานต่างแดนมาถึงมือผู้บริโภคไทยได้โดยตรง ทำราคาขายปลีกออนไลน์ได้ถูกกว่าราคาขายส่งที่สำเพ็ง แถมพ่วงด้วยระบบส่งฟรี บดขยี้ผู้ประกอบการไทยจนแทบไม่มีที่ยืน
    .
    จากการสำรวจความเดือดร้อนในพื้นที่ พบว่ากลุ่มที่เจ็บหนักที่สุดคือย่านแฟชั่น ของเบ็ดเตล็ด และกิฟต์ชอปดั้งเดิมที่ล้มหายตายจากไปเกินครึ่ง ขณะที่ย่านเยาวราชยังพอประคองตัวได้ด้วยการผันตัวเป็นพื้นที่ท่องเที่ยวและสตรีทฟู้ดแทนฝั่งค้าส่งสินค้าแห้ง ส่วนป้อมปราการด่านสุดท้ายที่ทุนออนไลน์ยังเจาะไม่เข้าคือ ตลาดของสดอย่างคลองเตยและปากคลองตลาด เนื่องจากข้อจำกัดด้านห่วงโซ่ความเย็นและการจัดส่งสินค้าเกษตรวันต่อวัน แต่นั่นก็ไม่ได้การันตีความปลอดภัยในอนาคต
    .
    หากภาครัฐยังคงใช้เครื่องมือทางกฎหมายแบบเดิม ๆ อย่างภาษี e-Service Tax 7% หรือกฎหมาย DPS ที่ทำได้เพียงแค่การ “ตบกรอบ” ไล่ตามความสปีดของทุนนอกไม่ทัน และกลายเป็นแบบวัวหายล้อมคอกอยู่ร่ำไป
    .
    ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า ถึงเวลาแล้วที่รัฐบาลต้องเปลี่ยนผ่านมาตรการเชิงรุกด้วยการใช้ 3 มีดหมอที่เด็ดขาด จัดการระดับโครงสร้างแทนการเยียวยาปลายเหตุ มีดหมอแรกคือการงัดกฎหมายป้องกันการทุ่มตลาด ผ่านคณะกรรมการแข่งขันทางการค้า (กขค.) เข้าไปตรวจสอบระบบ Algorithm และโครงสร้างราคา เพื่อลงโทษและระงับช่องทางร้านค้าต่างชาติที่ตั้งราคาต่ำกว่าทุนเพื่อฆ่าผู้ประกอบการไทย
    .
    มีดหมอที่สองคือการสร้าง “กำแพงกักกันหน้าด่าน” โดยประสานกรมศุลกากรบังคับใช้มาตรการตรวจสุ่มและกักกันสินค้าที่ไม่ผ่านเกณฑ์ มอก. และ อย. ที่หน้าด่านร้อยเปอร์เซ็นต์ สินค้าชิ้นไหนไม่มีใบรับรองความปลอดภัยตามกฎหมายไทย ต้องห้ามนำเข้าเพื่อสกัดสินค้าเกรดต่ำไม่ให้เข้ามาตัดราคากลไกการผลิตในประเทศ
    .
    สำหรับมีดหมอที่สาม คือการเปลี่ยนย่านค้าส่งออฟไลน์ดั้งเดิมอย่างสำเพ็ง ประตูน้ำ โบ๊เบ๊ ให้กลายเป็น “เขตพาณิชย์พิเศษท่องเที่ยวเชิงยุทธศาสตร์” ในเมื่อเราสู้เรื่องต้นทุนบนโลกออนไลน์ไม่ได้ รัฐต้องช่วยดึงเม็ดเงินกลับมาสู่โลกจริง โดยการ #ยกเว้นหรือลดหย่อนภาษีท้องถิ่น #ปรับปรุงภูมิทัศน์ ระบบขนส่งสาธารณะ และร่วมมือกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) บรรจุย่านการค้าดั้งเดิมเหล่านี้ให้เป็นเส้นทางท่องเที่ยวภาคบังคับของชาวต่างชาติ
    .
    พร้อม #จัดตั้งระบบคืนภาษี (Tax Refund) ในพื้นที่ เพื่อผันตัวเองจากตลาดค้าส่งที่ซบเซา สู่ศูนย์กลางการช้อปปิ้งและวัฒนธรรมร่วมสมัยที่มีอัตลักษณ์เฉพาะตัวที่โลกออนไลน์ให้ไม่ได้
    .
    อดีตผ่านมา มาตรการช่วยเหลือจากหน่วยงานภาครัฐมักจำกัดวงอยู่เพียงการจัดหลักสูตรสัมมนา พาพ่อค้าแม่ค้าไทยไป #อบรมวิธีไลฟ์สด และ #วิธีทำคอนเทนต์ เพื่อขายของบนแพลตฟอร์มของต่างชาติ ซึ่งผลลัพธ์ในบั้นปลายกลับกลายเป็นการส่งเสริมให้คนไทยยอมจ่ายค่าเช่าแผงลอยฟ้าให้ทุนนอกอย่างเชี่ยวชาญขึ้นเท่านั้น โดยไม่ได้กลับมาเหลียวมองเลยว่า กติกาการแข่งขันที่ปล่อยให้ทุนต่างแดนเข้ามาค้าขายได้อย่างเสรีไร้พรมแดน
    .
    แต่กลับไม่มีแพลตฟอร์มแห่งชาติของตนเองไว้รองรับ ย่อมทำให้ผู้บริโภคไทยทำได้เพียงแค่นั่งมองเม็ดเงินไหลออก และตกเป็นลูกไก่ในกำมือของเทคโนโลยีข้ามชาติต่อไป
    .
    สมรภูมิพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ล้านล้านบาทในครั้งนี้ กำลังเป็นดั่งกระจกบานใหญ่ที่วัดใจรัฐบาลว่าจะก้าวข้ามวิธีคิดแบบระบบราชการยุคเก่า เพื่อมาปกป้องระบบเศรษฐกิจฐานรากอย่างมีธรรมาภิบาลได้หรือไม่ การบังคับใช้มาตรฐานสินค้าอย่างเข้มงวด การทลายสัญญาทาส และการพลิกโฉมทำเลทองในโลกออฟไลน์ คือทางรอดเดียวที่ต้องรีบทำในวันนี้
    .
    ก่อนที่ย่านการค้าส่งทางประวัติศาสตร์ของไทยจะเหลือเพียงแค่ชื่อในหนังสือท่องเที่ยว และคนไทยต้องกลายเป็นผู้เช่าแผ่นดินเสมือนของต่างชาติเพื่อทำมาหากินไปตลอดกาล
    .
    .
    #Thaitribune

    https://www.facebook.com/share/1DDow8Cqjb/
     
  2. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,609
    ค่าพลัง:
    +97,153
    สรุปเรื่องการลงทุนซื้อเครื่องบิน จากสหรัฐและจีน เพื่อเป็นกระดูกสันหลังของ การท่องเที่ยวกัมพูชา

    กัมพูชา สั่งซื้อเครื่องบินจากอเมริกา
    โดยได้รับของแถมเป็นสิทธิ์ ในการบินตรง เครื่องบินที่สั่งซื้อจากอเมริกา สายการบินแห่งชาติกัมพูชาจะใช้ในไฟล์ทเดินทางไกล เช่น ยุโรปหรืออเมริกา ใช้งบลงทุนทั้งหมด หนึ่งแสนหนึ่งหมื่นล้านบาท

    สายการบินแห่งชาติมีความจําเป็นจะต้องขยายศักยภาพรองรับการแข่งขันในอนาคต จึงตัดสินใจ สั่งซื้อเครื่องบิน จากจีน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเครื่องบินที่เหมาะสมกับการบินไม่เกิน 5 ชั่วโมง ซึ่งเหมาะสมกับการเป็นเครื่องบิน เดินทางในภูมิภาคเอเชีย

    ซึ่งของแถมจากการสั่งซื้อครั้งนี้คือลูกค้าคนจีนที่จะเดินทางมาเที่ยวกัมพูชาในอนาคต งบลงทุนประมาณสี่หมื่นหกพันล้านบาท

    เท่ากับทางกัมพูชาลงทุนด้านการขยายศักยภาพ การท่องเที่ยวทางเครื่องบินไปแล้ว #หนึ่งแสนห้าหมื่นล้านบาท โดยประมาณ

    ทุกอย่างคือการลงทุนเพื่ออนาคตครับ เพราะว่ากัมพูชามองการ ปรับเปลี่ยนครั้งนี้คือโครงสร้างสําคัญซึ่งจะเป็นสิ่ง สําคัญในการดึงนักท่องเที่ยวและขยายภาคธุรกิจต่างๆ

    ซึ่งถ้าไม่มีกรณีพิพาทกับไทย ทุกอย่างจะดูดีกว่านี้เยอะครับ

    หลังจากพิพาทกับไทยก็มีเรื่องของสแกมเมอร์ ซึ่งหลังจากนั้นเราก็รู้ครับว่าเกิดอะไรขึ้นบ้างจนถึงปัจจุบัน การท่องเที่ยว ขอใช้คำว่าดิ่ง คือยังพอมีนักท่องเที่ยว แต่จำนวน
    ถือว่าต่ํามาก ๆ ตัวเลขคร่าว ๆ ก็ลดลงไปประมาณ 50 ถึง 60 เปอร์เซ็นต์ ยังไม่นับรวม นักท่องเที่ยวจากชายแดนที่ไทยปิดด่าน

    สนามบินนานาชาติที่เปิดใหม่หลังจากได้รับผลกระทบ จากเริ่มสแกมเมอร์
    แม้จะได้รับรางวัลสนามบินที่สวยงามจากประเทศที่ใช้ภาษาฝรั่งเศส แต่ผู้ใช้บริการก็คือนักท่องเที่ยวที่ต้องการเดินทางมาหรือนักธุรกิจ ซึ่งตอนนี้ จํานวนลดลงเป็นอย่างมาก

    สรุปโดยรวมคือเป็น กลยุทธ์ที่ดีครับ เพราะในตอนที่เริ่มคิด เท่ากับเป็นการยกระดับ คือเปลี่ยนสนามบินเก่าและเปิดสนามบินใหม่เพื่อเพิ่มศักยภาพรวมไปถึงข้อกำหนดเก่า ๆ ที่กัมพูชาติดเงื่อนไขมาโดยตลอด เช่น การบินตรงเข้าสหรัฐ รวมไปถึง ต้องการเป็นฮับในภูมิภาคเช่นเดียวกับไทย

    แต่ระหว่างทางสะดุดด้วยนโยบายของตนเองจนเกิดเป็นกรณีพิพาทและตามมาด้วยการปิดด่าน รวมไปถึงปัญหาภายในประเทศของเขาเองนั่นคือปัญหาสแกมเมอร์ ซึ่งเมื่อสะท้อนออกมา มีหลายชาติ ที่ได้รับผลกระทบ เช่น เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น จีน

    โดยในการสั่งซื้อ เป็นการค่อย ๆ จ่าย ยังไม่กระทบทีเดียวครับ แต่ก็น่าสนใจ เพราะถือเป็นการลงทุนที่ เดิมถือว่าคุ้มค่าในการลงทุนครับ แต่สถานการณ์ปัจจุบันและอนาคตค่อนข้างไม่แน่นอนครับ

    ttps://www.facebook.com/photo?fbid=1474562178047832&set=a.464652715705455&locale=th_TH

     
  3. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,609
    ค่าพลัง:
    +97,153
    Marks & Spencer หมดสัญญา!
    ปิดฉากในไทย หลังทำตลาดนาน 31 ปี

    ตอนที่มาเปิดที่ไทยใหม่ ๆ ตอนนั้น คุกกี้ หรือขนม
    ที่มีไส้แดงๆตรงกลาง ของแบรนด์กำลังเป็นที่นิยมด้วย
    ภรรยาชอบทานมากครับ

    สรุปคือ หมดสัญญาครับ โดยกลุ่มเซนทรัล ไม่ดำเนินการต่อ เพราะเหตุผลทางความคุ้มทุนของธุรกิจ ปิดตำนาน 31 ปีครับ

    ttps://www.facebook.com/photo?fbid=1474037908100259&set=a.464652709038789&locale=th_TH
     
  4. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,609
    ค่าพลัง:
    +97,153
    รอยร้าวที่กลายเป็นสะพานสู่ความตาย: นวัตกรรมชิปเปลี่ยนโลก และโศกนาฏกรรมใต้เงาสงครามเทคโนโลยีของ ‘วัง ตานห้าว’
    การจากไปอย่างกะทันหันในวัยเพียง 31 ปีของ วัง ตานห้าว (汪丹浩) นักวิจัยหลังปริญญาเอก (Postdoc) ผู้ปราดเปรื่องแห่งมหาวิทยาลัยมิชิแกน (UMich) เมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2026 ทิ้งไว้เพียงเงื่อนงำของการทำร้ายตัวเองหลังจากการเข้าพูดคุยกับเจ้าหน้าที่สืบสวนกลางของสหรัฐฯ (#FBI) และงานวิจัยชิ้นประวัติศาสตร์บนหน้าวารสาร Nature ที่กลายเป็นจุดตัดสำคัญในสงครามเทคโนโลยีระหว่างสองมหาอำนาจโลก
    บัดนี้ ผ่านไปเกือบสี่เดือนหลังจากโศกนาฏกรรม เถ้ากระดูกของวัง ตานห้าว ได้ถูกส่งกลับคืนสู่มาตุภูมิประเทศจีนแล้ว ท่ามกลางความโศกเศร้าอย่างแสนสาหัสของผู้เป็นมารดาเลี้ยงเดี่ยวซึ่งเป็นครอบครัวสายตรงเพียงคนเดียวที่ฟูมฟักเขามา รวมถึงคู่หมั้นสาวที่เดิมทีมีแผนจะเข้าพิธีวิวาห์ด้วยกันในช่วงฤดูร้อนนี้ที่ประเทศจีน แหล่งข่าวใกล้ชิดเปิดเผยว่า ทั้งสองต้องเผชิญกับภาวะบอบช้ำทางจิตใจอย่างรุนแรงจากการสูญเสียครั้งใหญ่ที่ไม่มีวันกลับคืน
    เส้นทางสู่บ้านเกิดที่ไม่มีวันมาถึง
    ก่อนเกิดเหตุสะเทือนขวัญ วัง ตานห้าว กำลังเตรียมตัวเดินทางกลับบ้านเกิดในเดือนพฤษภาคมเพื่อเริ่มต้นชีวิตบทใหม่ โดยเขาได้รับคัดเลือกให้ดำรงตำแหน่งอาจารย์ประจำ (Faculty position) ณ มหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศจีน (USTC) ในเมืองเหอเฝย ซึ่งเป็นสถานศึกษาเก่าอันเป็นที่รักของเขา การพูดคุยกับเจ้าหน้าที่สืบสวนของ #สหรัฐฯ เกิดขึ้นในคืนวันที่ 19 มีนาคม เพียงหนึ่งวันก่อนที่เขาจะตัดสินใจจบชีวิตตนเองในเมืองแอนน์อาร์เบอร์ รัฐมิชิแกน ทิ้งงานวิจัยระดับเปลี่ยนโลกที่กำลังจะเสร็จสิ้นไว้เบื้องหลัง
    นับตั้งแต่ปี 2022 ตันห่าวได้ร่วมงานในห้องปฏิบัติการของศาสตราจารย์ เจ๋อเทียน มี่ (Zetian Mi) ณ มหาวิทยาลัยมิชิแกน เพื่อพัฒนาวัสดุเซมิคอนดักเตอร์ขั้นสูงที่จะช่วยปลดล็อกอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้น และเทคโนโลยีระบบแสงแห่งอนาคต จนผลงานของเขาได้รับการเชิดชูและเผยแพร่บนเว็บไซต์หลักของมหาวิทยาลัยอย่างโดดเด่นในปี 2024 และ 2025
    ความลับของผลึกศาสตร์: เมื่อ ‘รอยร้าว’ กลายเป็น ‘สะพานเชื่อม’
    ในโลกของเซมิคอนดักเตอร์ยุคถัดไป ผลงานวิจัยของ วัง ตานห้าว ที่ตีพิมพ์ในเดือนเมษายน 2025 ถือเป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญที่ไขปริศนาโครงสร้างผลึกประเภท “#ไนไตรด์เฟอร์โรอิเล็กทริก” (#FerroelectricNitrides)
    โดยปกติแล้ว วัสดุเฟอร์โรอิเล็กทริกมีคุณสมบัติพิเศษคือสามารถสลับขั้วไฟฟ้าบวก-ลบได้ด้วยกระแสไฟ และจะคงขั้วนั้นไว้แม้ไม่มีกระแสไฟเลี้ยง (คล้ายกับแม่เหล็กที่เปลี่ยนขั้วได้) ทว่าทางทฤษฎีแล้ว วัสดุชนิดนี้ไม่น่าจะคงสภาพอยู่ได้ เพราะเมื่อสลับขั้วไฟฟ้า แรงผลักอันรุนแรงตรงจุดเชื่อมต่อระหว่างโดเมน (Domain Walls) ที่ชี้ไปคนละทิศทาง ควรจะทำให้โครงสร้างผลึกแตกสลายและพังทลายลง
    แต่สิ่งที่ วัง ตานห้าว และทีมวิจัยค้นพบผ่านกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนแบบส่องผ่าน (TEM) กลับตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง:
    -พันธะที่เหลืออยู่คือตัวยึดเกาะ: ณ จุดเชื่อมต่อที่พร้อมจะแตกหัก โครงสร้างผลึกในระดับอะตอมจะเกิดรอยร้าวขนาดเล็กจิ๋ว ซึ่งทำให้เกิด "พันธะค้างคา" (Dangling Bonds) หรืออะตอมที่มีอิเล็กตรอนอิสระหลงเหลืออยู่
    -ทางด่วนอิเล็กตรอน: อิเล็กตรอนอิสระเหล่านี้นอกจากจะเข้าไปช่วยสะเทินแรงผลักประจุไฟฟ้าไม่ให้ผลึกแตกสลายแล้ว พวกมันยังรวมตัวกันสร้าง "ทางด่วนนำไฟฟ้าพิเศษ" (Superhighway) ที่มีความหนาแน่นของประจุมากกว่าทรานซิสเตอร์แกลเลียมไนไตรด์ทั่วไปถึง 100 เท่า
    -ทรานซิสเตอร์ที่ปรับแต่งได้: ทางด่วนไฟฟ้านี้สามารถเปิด-ปิด เคลื่อนย้ายตำแหน่ง และปรับระดับการนำไฟฟ้าได้ตามต้องการด้วยสนามไฟฟ้า ซึ่งหมายถึงการสร้างวัสดุที่สามารถ “บันทึกข้อมูลและนำไฟฟ้าได้ในเวลาเดียวกัน”
    ความมั่นคงระดับชาติ: ทำไมสหรัฐฯ ถึงต้องจับตา?
    นวัตกรรมของ วัง ตานห้าว ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในห้องทดลองทางวิชาการ แต่มันคือแกนกลางของยุทโธปกรณ์ทางการทหารในโลกความเป็นจริง
    วัสดุในตระกูล #แกลเลียมไนไตรด์ (GaN) คือหัวใจของ #ระบบเรดาร์ขั้นสูง ของ #กองทัพสหรัฐฯ เช่น เรดาร์ AN/SPY-6 ของกองทัพเรือ, เรดาร์ AN/TPS-80 G/ATOR ของกองทัพวิกาล รวมถึงระบบป้องกันภัยทางอากาศอย่าง #Patriot และ #THAAD ผู้ใดที่ครอบครองเทคโนโลยีวัสดุศาสตร์นี้ในเจเนอเรชันถัดไป ผู้นั้นคือผู้คุมความได้เปรียบในน่านฟ้าและสงครามคลื่นความถี่
    ขณะเดียวกัน #จีน คือผู้ควบคุมห่วงโซ่อุปทานต้นน้ำของ #แร่แกลเลียม (#Gallium) ถึง 98% ของโลก และชิ้นส่วนทหารของ #สหรัฐฯ กว่า 11,000 รายการยังต้องพึ่งพาแร่ธาตุนี้จากซัพพลายเออร์จีน ในช่วงปลายปี 2024 จีนได้ตอบโต้สหรัฐฯ ด้วยการแบนการส่งออกแร่แกลเลียมและเจอร์เมเนียมไปยังสหรัฐฯ โดยตรง
    งานวิจัยของ ตันห่าว ที่สามารถปฏิวัติสถาปัตยกรรมชิปและลดการพึ่งพาแร่แกลเลียมลงได้ จึงกลายเป็นเป้าหมายสูงสุดที่หน่วยงานความมั่นคงของสหรัฐฯ เฝ้าระวังอย่างเข้มงวด ทั้งในแง่ของเงินทุนวิจัยที่ได้รับส่วนหนึ่งจากกองทัพบกสหรัฐฯ (Army Research Office) และความกังวลเรื่องการถ่ายโอนเทคโนโลยีไปยังประเทศจีน
    ราคาของความระแวง และอนาคตที่สูญเสีย
    การจากไปอย่างน่าสลดใจของ วัง ตานห้าว ก่อให้เกิดแรงสั่นสะเทือนในหมู่นักวิจัยต่างชาติบนแผ่นดินสหรัฐฯ สหภาพแรงงานนักวิจัยหลังปริญญาเอกแห่งมหาวิทยาลัยมิชิแกน ระบุว่า ความตายของเขาเกิดขึ้นท่ามกลาง "#บรรยากาศแห่งความหวาดกลัว" ที่แผ่ซ่านในกลุ่มแรงงานข้ามชาติและนักวิจัยที่ทำงานภายใต้แรงกดดันจากนโยบายความมั่นคงอันเข้มงวด
    แม้จะไม่มีการตั้งข้อหาหรือหลักฐานการกระทำความผิดใด ๆ ปรากฏต่อสาธารณะ แต่การเคาะประตูบ้านจากเจ้าหน้าที่รัฐในยามวิกาลได้กลายเป็นฝันร้ายที่พรากชีวิตของนักวิทยาศาสตร์ผู้มีอนาคตไกล และฉีกกระชากครอบครัวที่เฝ้ารอการกลับบ้านของเขาไปตลอดกาล
    ในแง่วิทยาศาสตร์ การค้นพบเรื่องกลไกการสะเทินประจุที่เกิดจากรูปทรงเรขาคณิตของผลึกของ ตานห้าว จะยังคงอยู่และเป็นรากฐานให้แก่นวัตกรรมไมโครอิเล็กทรอนิกส์รุ่นถัดไป แต่ในแง่มนุษยธรรม เหตุการณ์นี้ทิ้งคำถามสำคัญไว้ให้โลกตระหนักว่า ภายใต้กำแพงความมั่นคงและความระแวงแคลงใจระหว่างประเทศ ราคาที่ต้องจ่ายอาจไม่ใช่แค่ตัวเลขงบประมาณ แต่คือชีวิตของผู้อุทิศตนเพื่อปูทางให้แก่อนาคตของมนุษยชาติ
    #ChinaFocus
    Ref.: University Herald/SCMP
    ttps://www.facebook.com/photo/?fbid=1042433908294148&set=a.184625140741700&locale=th_TH

     
  5. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,609
    ค่าพลัง:
    +97,153
    C919 ผ่านด่านทดสอบบิน EASA ไร้ปัญหาฮาร์ดแวร์ แต่เส้นทางสู่ใบรับรองการบินยุโรปยังอีกยาวไกล

    ทีมนักบินทดสอบจาก #องค์การความปลอดภัยด้านการบินแห่งสหภาพยุโรป (#EASA) กำลังจะเสร็จสิ้นกระบวนการทดสอบภาคอากาศ (Flight Testing) ที่ดำเนินมาอย่างยาวนานหลายเดือนในประเทศจีน โดยไม่พบความเสี่ยงร้ายแรงในส่วนของฮาร์ดแวร์ (No major hardware risks) บนเครื่องบินพาณิชย์ลำแคบรุ่น #C919 ที่ผลิตโดยรัฐวิสาหกิจจีนอย่าง COMAC (Commercial Aircraft Corporation of China)

    แม้ข่าวนี้จะถือเป็นก้าวสำคัญของจีนในการเขยิบเข้าใกล้ใบรับรองมาตรฐานความปลอดภัย (Certification) จากยุโรป แต่แหล่งข่าวเตือนว่า การบินทดสอบเสร็จไม่ได้หมายความว่าจะได้รับใบรับรองในเร็ววันนี้

    เคี่ยวกรำระดับโหด: ดันเครื่องบินเข้าสู่สภาวะสุดขั้ว

    การทดสอบโดย EASA ที่เมืองเซี่ยงไฮ้เป็นส่วนหนึ่งของขั้น ตอนที่ 3 จากทั้งหมด 4 ขั้นตอนของกระบวนการรับรองมาตรฐาน ทีมนักบินทดสอบได้ผลักดัน C919 ไปจนถึงขีดจำกัดวิกฤต เช่น การบังคับเครื่องให้อยู่ในภาวะควงสว่าน (Spin) และอาการร่วงกริยา (Stall) เพื่อสอบทานความแข็งแกร่งของโครงสร้าง และเก็บข้อมูลเชิงลึกมาเปรียบเทียบกับเกณฑ์มาตรฐานยุโรป

    นอกจากนี้ การทดสอบยังรวมถึง:
    -การรอคอยสภาพอากาศวิกฤต: นักบินต้องรอสภาพอากาศเลวร้าย อุณหภูมิ หรือความชื้นที่จำเพาะ เพื่อทดสอบสมรรถนะการรับมือของเครื่อง

    -การจำลองระบบล้มเหลว (System Malfunctions): เพื่อประเมินการทำงานของระบบสำรอง (Backup Systems) และคอมพิวเตอร์ควบคุมการบิน

    -ด่านทดสอบพิเศษสำหรับนักบินต่างชาติ: มีการนำกัปตันชาวยุโรปที่ประจำการในจีนมาทดลองบินบนเครื่องจำลอง (Simulator) โดยมี EASA คอยสังเกตการณ์ เพื่อยืนยันว่านักบินต่างชาติสามารถควบคุม Cockpit ที่ออกแบบโดยจีนได้อย่างราบรื่นในสถานการณ์ฉุกเฉิน ซึ่งผ่านพ้นไปด้วยดีตั้งแต่เดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา

    เพื่อรักษาความเป็นกลางและน่าเชื่อถือ EASA ได้สั่งการให้นักบินและช่างเทคนิคที่ปฏิบัติงานในจีน "ลดการพูดคุยที่ไม่จำเป็น" กับเจ้าหน้าที่จีน และห้ามให้ข้อคิดเห็น (Feedback) ทันทีหลังจบการทดสอบแต่ละครั้ง

    ทำไมใบรับรองสากลถึงสำคัญกับ COMAC?
    C919 ถูกวางตำแหน่งให้เป็นคู่แข่งโดยตรงของ #AirbusA320 และ #Boeing737 ในตลาดโลก แม้ปัจจุบัน C919 จะเปิดให้บริการเชิงพาณิชย์ภายในประเทศจีนมานานกว่า 3 ปี และมีการส่งมอบให้สายการบินจีนไปแล้วราว 37 เครื่อง แต่หากขาดใบรับรองจากองค์กรการบินฝั่งตะวันตกอย่าง EASA หรือ FAA (สหรัฐฯ) C919 จะไม่สามารถก้าวออกไปแข่งขันในตลาดการบินระดับสากลได้อย่างเต็มภาคภูมิ

    นัยสำคัญทางเทคนิคและกรอบเวลา

    แม้การผ่านทดสอบภาคอากาศโดยไม่เจอข้อบกพร่องทางกายภาพ (Hardware) จะเป็นสัญญาณบวก แต่งานหลังจากนี้ถือเป็น "ภูเขาลูกใหญ่" ที่ COMAC ต้องข้ามผ่าน:

    1. การคัดกรองข้อมูลมหาศาล (Data Analysis): ผู้ประเมินต้องนำข้อมูลการบินทั้งหมดมาวิเคราะห์อย่างละเอียด ซึ่งคาดว่าจะนำไปสู่การสั่งปรับแก้ซอฟต์แวร์ควบคุมการบิน (Software Tweaks) และสั่งทดสอบเพิ่มเติมในบางประเด็น

    2. กรอบเวลาที่ต้องใช้เวลาอีกหลายปี: Florian Guillermet ผู้อำนวยการบริหารของ EASA เคยเปิดเผยไว้ว่า กระบวนการประเมิน C919 ทั้งหมดอาจต้องใช้เวลารวม 3 ถึง 6 ปี

    C919 มีฐานโครงสร้างและฮาร์ดแวร์ที่แข็งแกร่งพอจะผ่านด่านโหดของยุโรปได้ แต่บททดสอบที่แท้จริงนับจากนี้คือเรื่องของระบบซอฟต์แวร์ เอกสารทางเทคนิค และกระบวนการทางกฎหมายการบิน ซึ่งจีนยังคงต้องใช้ความอดทนในการเดินทางไกลอีกหลายปีกว่าที่ C919 จะได้บินฉิวบนท้องฟ้ายุโรปและทั่วโลก

    #ChinaFocus #เครื่องบินพาณิชย์

    Ref.: SCMP
    ttps://www.facebook.com/photo?fbid=1047296571141215&set=a.184625140741700&locale=th_TH
     
  6. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,609
    ค่าพลัง:
    +97,153
    หมัดสวนปักกิ่ง! SMIC ทะลวงกำแพงคว่ำบาตรสหรัฐฯ ซุ่มผลิตชิป 7 นาโนเมตรสำเร็จ สั่นคลอนยุทธศาสตร์สกัดขาเทคโนโลยีจีน

    เซี่ยงไฮ้ — Semiconductor Manufacturing International Corp. (SMIC) ยักษ์ใหญ่ผู้ผลิตชิปอันดับหนึ่งของจีน ประสบความสำเร็จครั้งสำคัญในการกระโดดข้ามขีดจำกัดทางเทคโนโลยีถึง 2 เจเนอเรชัน หักหน้ามาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ ที่พยายามกดหัวไม่ให้จีนเข้าถึงเทคโนโลยีขั้นสูง

    รายงานจาก TechInsights หน่วยงานวิเคราะห์ห่วงโซ่อุปทานเทคโนโลยี เปิดเผยว่า SMIC ได้เริ่มส่งมอบชิปประมวลผลที่ใช้สถาปัตยกรรมการผลิตระดับ 7 นาโนเมตร (7nm) ให้กับลูกค้าแล้ว ซึ่งถือเป็นก้าวกระโดดครั้งใหญ่จากเดิมที่ #SMIC มีศักยภาพเปิดเผยอยู่เพียงระดับ 14 นาโนเมตรเท่านั้น ท่ามกลางคำสั่งแบนของ #สหรัฐฯ ตั้งแต่ปลายปี 2020 ที่ห้ามไม่ให้บริษัทใดๆ ส่งออกเครื่องจักรผลิตชิปตั้งแต่ระดับ 10 นาโนเมตรลงไปให้แก่จีนโดยไม่ได้รับใบอนุญาต

    เจาะลึกเบื้องหลัง: ชิปซิ่งสายฟ้าที่สหรัฐฯ คาดไม่ถึง

    การขยับขยายเทคโนโลยีในครั้งนี้สร้างแรงสั่นสะเทือนในตลาดหุ้นฝั่งเอเชียทันที โดยหุ้นของ SMIC ในฮ่องกงพุ่งขึ้น 1.9% ขณะที่หุ้นกลุ่มอุปกรณ์และซัพพลายเออร์ชิปของจีน เช่น Shanghai Fudan Microelectronics และ Naura Technology ทะยานขึ้นมากกว่า 5%

    รายละเอียดที่น่าสนใจในเชิงลึกมีดังนี้:
    -เริ่มผลิตเงียบๆ มาเป็นปี: เว็บไซต์ของ MinerVa Semiconductor ซึ่งเป็นลูกค้าของ SMIC ระบุว่า ชิป 7 นาโนเมตรรุ่นนี้ได้เริ่มกระบวนการผลิตจำนวนมาก (Mass Production) มาตั้งแต่ กรกฎาคม 2021 แล้ว เพียงแต่ในเวลานั้นไม่มีการเปิดเผยชื่อโรงงานผู้ผลิตออกสู่สาธารณะ

    -ความคุ้มทุนที่รัฐบาลพร้อมอุ้ม: ในโลกธุรกิจปกติ สิ่งที่จะตัดสินว่าเทคโนโลยีใหม่จะรอดหรือไม่คือ "อัตราผลตอบแทนการผลิต" (Yield Rate) หรือเปอร์เซ็นต์ของชิปที่ใช้งานได้จริงในแต่ละล็อต (เหมือนที่ Intel เคยติดหล่มเทคโนโลยีหนึ่งอยู่นานถึง 5 ปีเพราะทำยอดชิปดีได้ไม่มากพอ) แต่ SMIC ไม่ได้เดินเกมภายใต้ระบบกลไกตลาดทั่วไป เพราะนี่คือวาระแห่งชาติของปักกิ่ง รัฐบาลจีนพร้อมจะจ่ายเงินอุดหนุนเพื่อชดเชยผลขาดทุน ขอเพียงให้ประเทศมีชิปขั้นสูงใช้งานและลดการพึ่งพาต่างชาติได้สำเร็จ

    -ข้อจำกัดที่ยังต้องจับตา: แม้จะขยับมาถึง 7 นาโนเมตร แต่อนาคตของ SMIC ยังคงเผชิญกำแพงหนาเนื่องจากไม่สามารถเข้าถึงเครื่องพิมพ์แผ่นวงจรระดับ #EUV (Extreme Ultraviolet Lithography) ของบริษัท #ASML จากเนเธอร์แลนด์ได้ ซึ่งเครื่องจักรนี้จำเป็นอย่างยิ่งในการดันเพดานบินไปสู่ชิประดับ 5 นาโนเมตรและ 3 นาโนเมตรเหมือนที่ TSMC และ Samsung กำลังทำอยู่

    ความท้าทายของวอชิงตัน: รอยรั่วที่อุดไม่หมด

    ความก้าวหน้าอย่างก้าวกระโดดของ SMIC ในรอบนี้ นำมาสู่คำถามสำคัญในสภาคองเกรสว่า มาตรการควบคุมการส่งออกของกระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ นั้นมีประสิทธิภาพจริงหรือไม่ หรือเป็นเพียงเสือกระดาษที่จีนสามารถหาช่องว่างดัดแปลงเทคโนโลยีเดิม (เช่น เครื่องจักรระดับ 14 นาโนเมตร) มาผลิตชิปที่ก้าวหน้ากว่าเดิมได้

    สส. ไมเคิล แมคคอล และ สว. มาร์โก รูบิโอ ได้ออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลสหรัฐฯ ยกระดับการควบคุมให้เข้มงวดขึ้นทันที เพราะนอกจากเรื่องการแข่งขันทางเทคโนโลยีแล้ว สหรัฐฯ ยังกังวลว่าชิปขั้นสูงเหล่านี้อาจถูกส่งต่อไปให้รัสเซียเพื่อใช้ในอุตสาหกรรมการทหารและหลบเลี่ยงมาตรการคว่ำบาตรเช่นกัน

    บทสรุปในเกมกระดานนี้สะท้อนชัดเจนว่า ยิ่งสหรัฐฯ พยายามปิดกั้นและกดดันมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งกลายเป็นแรงขับเคลื่อนชั้นดีที่บีบให้ปักกิ่งต้องทุ่มทรัพยากรไม่อั้นเพื่อเร่งสร้างระบบนิเวศชิปของตัวเอง และความสำเร็จระดับ 7 นาโนเมตรในครั้งนี้ คือหลักฐานเชิงประจักษ์ว่าจีนกำลังเรียนรู้วิธีเติบโตท่ามกลางวงล้อมเด็ดขาดกว่าที่ทำเนียบขาวประเมินไว้มาก

    #ChinaFocus

    Ref.: Bloomberg (China’s Top Chipmaker Achieves Breakthrough Despite US Curbs)
    ttps://www.facebook.com/photo/?fbid=1046549167882622&set=a.184625144075033&locale=th_TH
     
  7. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,609
    ค่าพลัง:
    +97,153
    หมัดสวนปักกิ่ง! SMIC ทะลวงกำแพงคว่ำบาตรสหรัฐฯ ซุ่มผลิตชิป 7 นาโนเมตรสำเร็จ สั่นคลอนยุทธศาสตร์สกัดขาเทคโนโลยีจีน

    เซี่ยงไฮ้ — Semiconductor Manufacturing International Corp. (SMIC) ยักษ์ใหญ่ผู้ผลิตชิปอันดับหนึ่งของจีน ประสบความสำเร็จครั้งสำคัญในการกระโดดข้ามขีดจำกัดทางเทคโนโลยีถึง 2 เจเนอเรชัน หักหน้ามาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ ที่พยายามกดหัวไม่ให้จีนเข้าถึงเทคโนโลยีขั้นสูง

    รายงานจาก TechInsights หน่วยงานวิเคราะห์ห่วงโซ่อุปทานเทคโนโลยี เปิดเผยว่า SMIC ได้เริ่มส่งมอบชิปประมวลผลที่ใช้สถาปัตยกรรมการผลิตระดับ 7 นาโนเมตร (7nm) ให้กับลูกค้าแล้ว ซึ่งถือเป็นก้าวกระโดดครั้งใหญ่จากเดิมที่ #SMIC มีศักยภาพเปิดเผยอยู่เพียงระดับ 14 นาโนเมตรเท่านั้น ท่ามกลางคำสั่งแบนของ #สหรัฐฯ ตั้งแต่ปลายปี 2020 ที่ห้ามไม่ให้บริษัทใดๆ ส่งออกเครื่องจักรผลิตชิปตั้งแต่ระดับ 10 นาโนเมตรลงไปให้แก่จีนโดยไม่ได้รับใบอนุญาต

    เจาะลึกเบื้องหลัง: ชิปซิ่งสายฟ้าที่สหรัฐฯ คาดไม่ถึง

    การขยับขยายเทคโนโลยีในครั้งนี้สร้างแรงสั่นสะเทือนในตลาดหุ้นฝั่งเอเชียทันที โดยหุ้นของ SMIC ในฮ่องกงพุ่งขึ้น 1.9% ขณะที่หุ้นกลุ่มอุปกรณ์และซัพพลายเออร์ชิปของจีน เช่น Shanghai Fudan Microelectronics และ Naura Technology ทะยานขึ้นมากกว่า 5%

    รายละเอียดที่น่าสนใจในเชิงลึกมีดังนี้:
    -เริ่มผลิตเงียบๆ มาเป็นปี: เว็บไซต์ของ MinerVa Semiconductor ซึ่งเป็นลูกค้าของ SMIC ระบุว่า ชิป 7 นาโนเมตรรุ่นนี้ได้เริ่มกระบวนการผลิตจำนวนมาก (Mass Production) มาตั้งแต่ กรกฎาคม 2021 แล้ว เพียงแต่ในเวลานั้นไม่มีการเปิดเผยชื่อโรงงานผู้ผลิตออกสู่สาธารณะ

    -ความคุ้มทุนที่รัฐบาลพร้อมอุ้ม: ในโลกธุรกิจปกติ สิ่งที่จะตัดสินว่าเทคโนโลยีใหม่จะรอดหรือไม่คือ "อัตราผลตอบแทนการผลิต" (Yield Rate) หรือเปอร์เซ็นต์ของชิปที่ใช้งานได้จริงในแต่ละล็อต (เหมือนที่ Intel เคยติดหล่มเทคโนโลยีหนึ่งอยู่นานถึง 5 ปีเพราะทำยอดชิปดีได้ไม่มากพอ) แต่ SMIC ไม่ได้เดินเกมภายใต้ระบบกลไกตลาดทั่วไป เพราะนี่คือวาระแห่งชาติของปักกิ่ง รัฐบาลจีนพร้อมจะจ่ายเงินอุดหนุนเพื่อชดเชยผลขาดทุน ขอเพียงให้ประเทศมีชิปขั้นสูงใช้งานและลดการพึ่งพาต่างชาติได้สำเร็จ

    -ข้อจำกัดที่ยังต้องจับตา: แม้จะขยับมาถึง 7 นาโนเมตร แต่อนาคตของ SMIC ยังคงเผชิญกำแพงหนาเนื่องจากไม่สามารถเข้าถึงเครื่องพิมพ์แผ่นวงจรระดับ #EUV (Extreme Ultraviolet Lithography) ของบริษัท #ASML จากเนเธอร์แลนด์ได้ ซึ่งเครื่องจักรนี้จำเป็นอย่างยิ่งในการดันเพดานบินไปสู่ชิประดับ 5 นาโนเมตรและ 3 นาโนเมตรเหมือนที่ TSMC และ Samsung กำลังทำอยู่

    ความท้าทายของวอชิงตัน: รอยรั่วที่อุดไม่หมด

    ความก้าวหน้าอย่างก้าวกระโดดของ SMIC ในรอบนี้ นำมาสู่คำถามสำคัญในสภาคองเกรสว่า มาตรการควบคุมการส่งออกของกระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ นั้นมีประสิทธิภาพจริงหรือไม่ หรือเป็นเพียงเสือกระดาษที่จีนสามารถหาช่องว่างดัดแปลงเทคโนโลยีเดิม (เช่น เครื่องจักรระดับ 14 นาโนเมตร) มาผลิตชิปที่ก้าวหน้ากว่าเดิมได้

    สส. ไมเคิล แมคคอล และ สว. มาร์โก รูบิโอ ได้ออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลสหรัฐฯ ยกระดับการควบคุมให้เข้มงวดขึ้นทันที เพราะนอกจากเรื่องการแข่งขันทางเทคโนโลยีแล้ว สหรัฐฯ ยังกังวลว่าชิปขั้นสูงเหล่านี้อาจถูกส่งต่อไปให้รัสเซียเพื่อใช้ในอุตสาหกรรมการทหารและหลบเลี่ยงมาตรการคว่ำบาตรเช่นกัน

    บทสรุปในเกมกระดานนี้สะท้อนชัดเจนว่า ยิ่งสหรัฐฯ พยายามปิดกั้นและกดดันมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งกลายเป็นแรงขับเคลื่อนชั้นดีที่บีบให้ปักกิ่งต้องทุ่มทรัพยากรไม่อั้นเพื่อเร่งสร้างระบบนิเวศชิปของตัวเอง และความสำเร็จระดับ 7 นาโนเมตรในครั้งนี้ คือหลักฐานเชิงประจักษ์ว่าจีนกำลังเรียนรู้วิธีเติบโตท่ามกลางวงล้อมเด็ดขาดกว่าที่ทำเนียบขาวประเมินไว้มาก

    #ChinaFocus

    Ref.: Bloomberg (China’s Top Chipmaker Achieves Breakthrough Despite US Curbs)
    ttps://www.facebook.com/photo?fbid=1046549167882622&set=a.184625144075033&locale=th_TH
     
  8. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,609
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ภาพถ่ายดาวเทียมโดย NASA ยืนยันว่า โรงกลั่นน้ำมัน Aramco ในเมืองจาซาน เกิดระเบิดและเพลิงไหม้ หลังถูกโจมตีด้วยขีปนาวุธ

    ข้อมูลจากระบบตรวจจับความร้อนและเพลิงไหม้ FIRMS (Fire Information for Resource Management System) ขององค์การบริหารการบินและอวกาศสหรัฐฯ (NASA) แสดงให้เห็นว่า โรงกลั่นน้ำมัน Aramco ในเมืองจาซาน (Jazan) ริมชายฝั่งทะเลแดงของซาอุดีอาระเบีย กำลังเกิดเพลิงไหม้ ซึ่งสอดคล้องกับภาพเหตุการณ์การโจมตีที่มีการระบุตำแหน่งไว้ก่อนหน้านี้

    โรงกลั่นแห่งนี้มีกำลังการกลั่นน้ำมันประมาณ 400,000 บาร์เรลต่อวัน เป็นหนึ่งในโรงกลั่นน้ำมันแห่งใหม่และมีขนาดใหญ่ที่สุดของซาอุดีอาระเบีย

    ก่อนหน้านี้มีรายงานว่า กองกำลังฮูตีได้ยิงขีปนาวุธพิสัยไกลอย่างน้อย 5 ลูก โจมตีเป้าหมายดังกล่าว โดยที่ก่อนหน้านี้เพียง 24 ชั่วโมง เครื่องบินรบของซาอุดีอาระเบียโจมตีเมืองท่าโฮเดดาห์ (Hodeidah) ในเยเมน และฮูตีประกาศว่าจะ "ยกระดับการตอบโต้ตามระดับการโจมตี" (escalation with escalation)

    อย่างไรก็ตาม จนถึงขณะนี้ ทางการซาอุดีอาระเบียยังไม่ได้เปิดเผยการประเมินความเสียหายอย่างเป็นทางการ จำนวนผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต รวมทั้งกองกำลังฮูตียังไม่มีแถลงการณ์อ้างความรับผิดชอบต่อการโจมตีครั้งนี้อย่างเป็นทางการ

    FB_IMG_1784975481604.jpg FB_IMG_1784975486663.jpg FB_IMG_1784975484350.jpg

    https://www.facebook.com/share/p/1Bq9aXMU7i/
     
  9. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,609
    ค่าพลัง:
    +97,153
    จับตาซาอุดีอาระเบีย จะตอบโต้กลุ่มฮูตียังไง สหรัฐจะเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องด้วยหรือไม่!?!

    ฮูตีเปิดปฏิบัติการยิงขีปนาวุธถล่มซาอุฯ อย่างต่อเนื่อง หลังริยาดโจมตีท่าเรือในเยเมน ส่งสัญญาณข้อตกลงสงบศึกที่เดิมทีเปราะบางอยู่แล้ว เข้าใกล้การพังทลายไปทุกที

    กองกำลังฮูตีในเยเมนเปิดฉากยิงขีปนาวุธพิสัยไกลอย่างน้อย 5 ลูก โจมตีโรงงานและศูนย์ปฏิบัติการของบริษัทน้ำมัน Saudi Aramco ในเมืองจาซาน (Jazan) ริมชายฝั่งทะเลแดงของซาอุดีอาระเบีย ก่อนจะยิงขีปนาวุธและส่งโดรนโจมตีฐานทัพอากาศ Khamis Mushait อีกระลอก เพื่อตอบโต้หลังซาอุดีอาระเบียโจมตีพื้นที่ท่าเรือในเยเมนเมื่อวันก่อน

    ต่อมากลุ่มฮูตีออกแถลงการณ์เรียกร้องให้เจ้าหน้าที่และคนงานในท่าเรือของซาอุดีอาระเบียอพยพออกจากพื้นที่ทันที พร้อมประกาศขยายเป้าหมายในการโจมตีครั้งต่อไป ประกอบด้วย ท่าเรือเจดดาห์ (Jeddah), ท่าเรือ King Abdulaziz ในเมืองดัมมาม (Dammam), ท่าเรือ King Abdullah, ท่าเรืออุตสาหกรรม King Fahd, ท่าเรือพาณิชย์ยันบู (Yanbu Commercial Port) รวมถึงโรงกลั่นและโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของ Saudi Aramco

    หลังการโจมตีของฮูตี ซาอุดีอาระเบียตอบโต้ด้วยการโจมตีทางอากาศใส่กรุงซานา (Sanaa) เมืองหลวงของเยเมน บ่งชี้ว่าสถานการณ์กำลังเข้าสู่การเผชิญหน้าระลอกใหม่อีกครั้ง

    ก่อนหน้านี้ ซาอุดีอาระเบียและฮูตีสามารถรักษาข้อตกลงหยุดยิงอย่างไม่เป็นทางการไว้ได้ แม้ตลอดช่วงสงครามระหว่างสหรัฐฯ อิสราเอล และอิหร่าน ก็ยังไม่ทำให้ทั้งสองฝ่ายกลับมาสู้รบกันใหม่ ไม่เพียงเท่านั้น แต่ยังมีรายงานว่าริยาดได้ให้การสนับสนุนทางการเงินแก่ฮูตีในบางรูปแบบ รวมถึงความร่วมมือด้านการต่อต้านโจรสลัดบริเวณแอฟริกาตะวันออก เพื่อพยายามประคองข้อตกลงหยุดยิงดังกล่าวไม่ให้ล่มสลายไป ซึ่งจะส่งผลเสียต่อซาอุฯมากกว่า

    อย่างไรก็ตาม การยกระดับปฏิบัติการครั้งล่าสุดทำให้ซาอุดีอาระเบียตกอยู่ในสถานะที่มีความเสี่ยงสูง เนื่องจากมีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและเศรษฐกิจจำนวนมากที่อาจตกเป็นเป้าหมาย ขณะที่ฮูตีผ่านสงครามยาวนานหลายปีจนสามารถฟื้นฟูขีดความสามารถของตนเองได้อย่างต่อเนื่อง

    ทางด้านศักยภาพทางทหาร มีการประเมินกลุ่มฮูตีไว้ว่า อาจมีคลังขีปนาวุธประมาณ 1,000–1,500 ลูก ซึ่งประกอบและผลิตภายในเยเมนโดยใช้ชิ้นส่วนจากอิหร่าน อาวุธหลักประกอบด้วยขีปนาวุธตระกูล Burkan ที่มีพิสัยยิงประมาณ 800–1,200 กิโลเมตร, ขีปนาวุธ Toufan ที่พัฒนาจาก Shahab-3 ของอิหร่าน มีพิสัยเกือบ 2,000 กิโลเมตร, และ Palestine-2 ขีปนาวุธเชื้อเพลิงแข็งแบบสองท่อนรุ่นใหม่ที่มีพิสัยมากกว่า 2,000 กิโลเมตร

    นอกจากนี้ ฮูตียังมีจรวด Zelzal-3 ที่ได้รับการปรับปรุงให้มีความแม่นยำมากขึ้น และขีปนาวุธร่อนตระกูล Quds ซึ่งพัฒนาจากแบบ Soumar/Paveh ของอิหร่าน มีพิสัยยิงใกล้ 2,000 กิโลเมตร ทำให้สามารถโจมตีเป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์ได้ในระยะไกล

    https://www.facebook.com/share/v/196SmEvE5Z/
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

    • Q.mp4
      ขนาดไฟล์:
      144 KB
      เปิดดู:
      22
  10. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,609
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ศาสตราจารย์เมียร์สไฮเมอร์แห่งมหาวิทยาลัยชิคาโก กล่าวถึงในอนาคตยูเครนที่ฟื้นตัวจากสงครามในฐานะรัฐที่ไร้ประสิทธิภาพและไม่สมบูรณ์ว่า:

    ผมคิดว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดในตอนนี้คือการรุกคืบที่โอเดสซา ดูเหมือนว่ารัสเซียได้ตัดขาดโอเดสซาในฐานะท่าเรือสำคัญของยูเครนอย่างมีประสิทธิภาพแล้ว ยูเครนขายธัญพืชและข้าวสาลีจำนวนมากผ่านโอเดสซา แต่ตอนนี้ทำไม่ได้อีกต่อไปแล้ว เพราะรัสเซียได้สร้างความเสียหายอย่างมากต่อท่าเรือโอเดสซา

    และผมคิดว่าสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นในตอนนี้และจะเกิดขึ้นต่อไปคือ รัสเซียจะใช้ความเหนือกว่าทางอากาศอย่างมหาศาลในการโจมตียูเครนอย่างต่อเนื่อง เมื่อรวมกับปัญหาที่ยูเครนกำลังประสบอยู่ในสนามรบเนื่องจากขาดแคลนกำลังคน ในความคิดของผม สิ่งนี้รับประกันสองสิ่ง: ประการแรก รัสเซียจะชนะสงครามนี้ และประการที่สอง ยูเครนจะฟื้นตัวจากสงครามในฐานะรัฐที่ไร้ประสิทธิภาพและไม่สมบูรณ์

    25/07/2026
    https://www.facebook.com/share/p/1CmsvTb9ev/
     
  11. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,609
    ค่าพลัง:
    +97,153
    สื่อกัมพูชาอ้าง โรงพยาบาลชั้นนําในไทย ต้องประสบปัญหาขาดทุน เนื่องจากสูญเสียคนไข้จากกัมพูชาไปครับ

    โรงพยาบาลกรุงเทพดุสิตเมดิคอลเซ็นเตอร์ (BDMS) ซึ่งเป็นเครือโรงพยาบาลเอกชนที่ใหญ่ที่สุดของไทย รายงานกำไรสุทธิลดลง 7% ขณะที่โรงพยาบาลกรุงเทพเชน (BCH) ได้รับผลกระทบหนักกว่า โดยกำไรลดลงถึง 16.7% ขณะเดียวกัน กลุ่มโรงพยาบาลชั้นนำอีก 4 กลุ่ม ได้แก่ โรงพยาบาลธนบุรี โรงพยาบาลยันฮี โรงพยาบาลพระราม 9 และโรงพยาบาลนุวรัตน์ ต่างก็แสดงสัญญาณเชิงลบและอยู่ภายใต้แรงกดดันจากการลดลงอย่างมากของจำนวนผู้ป่วยต่างชาติ

    เนื่องจากในอดีตพึ่งพาผู้ป่วยชาวกัมพูชาเป็นอย่างมาก ซึ่งคิดเป็นร้อยละ 20-30 ของผู้ป่วยต่างชาติทั้งหมดที่มารับการรักษาทางการแพทย์ที่ซับซ้อน

    โดยในข่าวยังกดดัน ทางการไทยมาว่าหากไม่เปิดด่าน โรงพยาบาลชั้นนําจะต้องสูญเสียรายได้ มหาศาลต่อไป ซึ่งจะส่งผลกระทบกับประเทศไทยในระยะยาว

    https://kbn.news/archives/384881

    https://www.facebook.com/share/p/17yY9uR8To/
     
  12. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,609
    ค่าพลัง:
    +97,153
    รวมผลงาน วีระ ธีรภัทรานนท์ ในบทบาท กมธ.

    เสนอให้ยุบหน่วยงาน ป.ย.ป.
    อ.วีระ ได้ลุกขึ้นอภิปรายเสนอให้ยุบ สำนักงานขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความสามัคคีปรองดอง (ป.ย.ป.) เนื่องจากมองว่าเป็นองค์กรที่ไม่มีภารกิจหลักชัดเจน ทำงานทับซ้อน และจะกลายเป็นภาระงบประมาณในอนาคต

    ตรวจสอบเงินนอกงบประมาณกองทัพ: ตั้งคำถามถึงเงินนอกงบประมาณของกองทัพว่าถูกเก็บรักษาและนำไปใช้จ่ายอยู่ที่ไหน

    ตั้งข้อสังเกตเรื่องงบประมาณของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ว่าภาระงานไม่สัมพันธ์กับบุคลากร

    จี้ถามความคุ้มค่าของการเก็บเงินเข้ากองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน

    บี้งบประมาณของสำนักงานประกันสังคม (สปส.) เกี่ยวกับประเด็นหนี้สินและการขาดทุน

    และล่าสุดเรื่องรายได้ของ โอทอป ต่าง ๆ

    อาจารย์ยังคงมาตรฐานเดิม ถ้าคุณกล้าพูด ผมขอดูหลักฐาน ถ้าผมสงสัย คุณต้องชี้แจงให้กระจ่าง

    หลายท่านที่ได้สัมผัสกับอาจารย์มา โดยเฉพาะแฟนๆอาจารย์จะทราบดี
    แกไม่ปล่อยผ่านอะไรง่าย ๆ และมีแก่นของการทํางาน ที่ชัดเจน ในด้านความสามารถก็เป็นที่ประจักษ์

    ถ้าตอบแบบติดตลกหน่อย แกสามารถทําให้เรื่องผีแสนน่ากลัว กลายเป็นวิทยาศาสตร์ ภายในเวลายี่สิบหกนาที #ผียังยอมจํานวน

    ซึ่งหลายครั้งที่อาจารย์ออกมาเบรกหรือออกมาตั้งคําถาม จะมีนักร้องในที่นี้หมายถึงนักร้องเรียน เช่น คุณสนธิญาณ คอยเบรกเสมอ

    https://www.facebook.com/share/p/1LVqDWZjAS/
     
  13. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,609
    ค่าพลัง:
    +97,153
    จับตาสงครามการค้าโลกครั้งใหม่ รัฐบาลสหรัฐฯ ประกาศเตรียมเรียกเก็บภาษีศุลกากรกับมากกว่า 80 ประเทศทั่วโลกเริ่มวันศุกร์นี้
    ทรัมป์เดินหน้าตั้งภาษีนำเข้า 80 ประเทศ หวังพยุงนโยบายการค้าหลังศาลสั่งโมฆะซ้ำซ้อน

    มีรายงานว่า รัฐบาลสหรัฐฯ ภายใต้การนำของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) ได้ประกาศมาตรการเรียกเก็บภาษีศุลกากรระลอกใหม่ ครอบคลุมประเทศคู่ค้ามากกว่า 80 ประเทศ โดยมีกำหนดเริ่มมีผลบังคับใช้ในวันศุกร์นี้ ถือเป็นความพยายามล่าสุดในการผลักดันนโยบายการค้าอันเป็นวาระหลักของรัฐบาล แม้ว่าที่ผ่านมาจะเผชิญข้อจำกัดทางกฎหมายอย่างหนัก และถูกศาลสหรัฐฯ ตัดสินให้มาตรการเดิมเป็นโมฆะมาแล้วหลายครั้ง

    ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากที่มาตรการภาษีชั่วคราวก่อนหน้านี้ถูกศาลตัดสินว่าเกินขอบเขตอำนาจตามกฎหมาย ส่งผลให้ฝ่ายบริหารต้องเร่งหาช่องทางตามบทบัญญัติการค้าอื่นเพื่อทดแทน โดยเจ้าหน้าที่ระดับสูงระบุว่าการเก็บภาษีระลอกนี้มีเป้าหมายเพื่อปกป้องภาคการผลิตในประเทศและลดการเสียเปรียบทางการค้า ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐศาสตร์เตือนว่าอาจส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานและการค้าระหว่างประเทศในวงกว้าง

    นอกจากนี้ แหล่งข่าวในอุตสาหกรรมการค้าระบุเพิ่มเติมว่า สหรัฐฯ มีแนวโน้มจะประกาศปรับขึ้นภาษีศุลกากรเพิ่มเติมอีกในหลายกลุ่มสินค้าตลอดช่วงไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า ซึ่งอาจจุดชนวนให้ประเทศคู่ค้าเตรียมมาตรการตอบโต้ทางการค้า และสร้างความผันผวนต่อตลาดการเงินทั่วโลกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

    อย่างไรก็ตาม ข้อมูลบางส่วนยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ และยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

    Fact Check
    ✔ ข้อมูลที่ยืนยันแล้ว: รัฐบาลสหรัฐฯ ประกาศมาตรการเรียกเก็บภาษีศุลกากรกับประเทศคู่ค้ามากกว่า 80 ประเทศ โดยจะมีผลบังคับใช้ในวันศุกร์นี้ และเตรียมขยายมาตรการเพิ่มเติมในสัปดาห์ถัดไป
    ⚠ ข้อมูลที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบ: อัตราภาษีที่แน่ชัดสำหรับแต่ละประเภทสินค้า และรายชื่อประเทศทั้งหมดที่ถูกจัดอยู่ในมาตรการระลอกใหม่
    ✖ ข้อมูลที่ยังไม่มีหลักฐานยืนยัน: รายละเอียดมาตรการตอบโต้ทางการค้าอย่างเป็นทางการจากประเทศกลุ่มเป้าหมาย

    ระดับความน่าเชื่อถือของข่าว:
    Confirmed – รายงานจากสำนักข่าวชั้นนำระดับโลกตรงกันหลายแห่ง

    Status: Developing Story – ข้อมูลอาจมีการอัปเดตเมื่อมีการยืนยันเพิ่มเติมSource: Reuters, AP, Bloomberg

    https://www.facebook.com/share/p/1FsepQv7ia/
     
  14. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,609
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ยูเครนยิงเรืออิหร่าน
    บ้าไปแล้ววว‼️⚠️‼️นี่มันจะระเบิดศึกข้ามจักรวาลแบบ "อเวนเจอร์ส" เหรอ!!!!! เดี๋ยวได้ End Game! ยิ่งวอดวายบรรลัยเข้าไปใหญ่ หากเอาสองสมรภูมิมาเขย่าประสมกันให้อีนุงตุงนัง
    แค่นี้ยังวุ่นวายถล่มทลายไม่พอเรอะพี่กี้!!! !! !

    อิหร่านตวาดลั่น ทัพยูเครนยิงเรือพาณิชย์อิหร่าน คาทะเลสาบแคสเปียน⚠️ดับ 1 ศพ และเจ็บเพียบ
    (***ภูมิศาสตร์ตรงนี้สำคัญ เพราะทางใต้ของอิหร่านคืออ่าวเปอร์เซียกับอ่าวโอมาน ซึ่งปัจจุบัน ถูก "บล็อก" --- หรือถึงยังไงก็ติดสงคราม
    ทางเหนือของอิหร่าน มีทะเลสาบแคสเปียน แม้ออกสู่มหาสมุทรไม่ได้ แต่มันก็เชื่อมทางเรือสู่เอเชียกลาง ยุโรปตะวันออก และนั่นแหละ ... รัสเซีย
    !!! แบบนี้เท่ากับจะถูก "บล็อก" ทั้งเหนือใต้)

    ยูเครนคะนองศึก บ้าเลือด ยิงไม่เลือกหน้า และท้าไปถึงพญาสิงห์เปอร์เซีย!

    กี้ประกาศกร้าว ด้วยข้อมูลที่ไม่ตรงกัน!!! กี้บอกยิงเรือรัสเซียที่ใช้ลำเลียงยุทธปัจจัยจากอิหร่าน
    (*****ยังไงมันก็มีคำว่า "อิหร่าน" ในถ้อยแถลง)

    รายละเอียดยั้วเยี้ย
    ฝูงโดรนทมิฬบินกะซวกแหล่งผลิตน้ำมัน "ฟิลานอฟสกี้" ของรัสเซียในทะเลสาบแคสเปียน
    และเหิมลุยขย้ำไปถึงเรือ "ปอร์ต โอลยา 2" และเรือ "เบเกย์" ของรัสเซีย ซึ่งทัพยูเครนระบุว่า มันใช้ขนยุทธปัจจัยจากอิหร่านไปสนับสนุนรัสเซีย
    พร้อมทั้งขยี้ "โปรเจ็กท์ 12418 โมลนิยา" เรือเร็วติดมิสไซล์ของรัสเซีย

    กี้ยังใช้วาจาจาบจ้วง ชี้รัสเซียส่งภาพดาวเทียมของฐานทัพอเมริกาในตะวันออกกลางไปให้อิหร่าน

    (ทั้งนี้ ยูเครนพยายามจะโวยมาตลอดว่า โดรนที่ทัพรัสเซียใช้มากมาย ดีไซน์โดยอิหร่าน)

    ก็ไม่คิดว่าวันนี้จะถึงขั้นยิงเรืออิหร่าน

    สถานการณ์ล่าสุด อิหร่านยังเก็บทรง มิใช่จะมุทะลุเป็นฟืนเป็นไฟจะซัดท่าเดียว
    อิหร่านเดิมเกมทางการเมืองเวทีโลก ...
    อิหร่านนำความนี้ไปหารือกับสหภาพยุโรป (!?) และเรียกร้องมาตรการตอบโต้จากทางคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ และประชาคมโลก (!?!?)

    แต่ถามว่าอิหร่านจะปล่อยผ่าน ไม่เอาคืนกระนั้นเหรอ?????

    สถานการณ์ตอนนี้ล่อแหลมหมิ่นเหม่จะข้ามจักรวาลมาร์เวลเหลือเกิน

    https://www.aljazeera.com/news/2026...of-deadly-attack-on-caspian-commercial-vessel
    https://www.reuters.com/world/europ...-vessel-caspian-sea-killed-sailor-2026-07-25/
    https://www.pravda.com.ua/eng/news/2026/07/25/8045863/

    คือมันแปลกๆ แฮะรอบนี้ ... อเมริกาวันนี้ก็ไม่โจมตีอิหร่าน!!!???
    (เท่ากับว่าโจมตี 13 คืนติด แล้วก็ว่างเว้นมา 2 คืนแล้ว ...) ขณะเดียวกัน ซาอุฯ ก็มา แล้วล่าสุดยูเครนก็ข้ามค่ายมาด้วย ตัวละครมันชักเยอะละแฮะ ชักยังไงๆ

    https://www.facebook.com/share/p/1D5q7gqvyj/
     
  15. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,609
    ค่าพลัง:
    +97,153
    รายการความสูญเสียของสหรัฐฯ ภายหลังการโจมตีของอิหร่าน ตามการรายงานของ IRGC

    ⭕️ พลจัตวา โมเฮบปี (Mohebbi) โฆษกของ IRGC แถลงว่า:

    ในช่วงเวลา 15 วัน (ตั้งแต่วันที่ 8 ถึง 22 กรกฎาคม) สถิติความสูญเสียที่เกิดขึ้นกับกองทัพสหรัฐฯ ในภูมิภาค ซึ่งเป็นผลมาจากการโจมตีอย่างหนักหน่วงและเด็ดขาดโดยกองกำลังติดอาวุธของอิหร่าน มีรายละเอียดดังนี้:

    ⭕️ ในภาคส่วนระบบเรดาร์และการป้องกันภัยทางอากาศ:

    ศูนย์บัญชาการและควบคุม 7 แห่ง
    ระบบสื่อสารผ่านดาวเทียม 3 ระบบ
    เรดาร์สำหรับระบบป้องกันภัยทางอากาศ Patriot 6 ชุด (ระบบ Patriot มีสภาพเสื่อมโทรมลงมากจนขีปนาวุธและโดรนของอิหร่านสามารถพุ่งชนเป้าหมายได้โดยไม่ถูกสกัดกั้น)
    เรดาร์ตรวจการณ์และควบคุมทางอากาศและทางทะเล 3 ชุด
    ระบบเรดาร์แจ้งเตือนภัยล่วงหน้าและตรวจจับ 8 ระบบ
    เรดาร์สำหรับระบบขีปนาวุธป้องกันภัยทางอากาศ 7 ชุด
    ระบบเรดาร์ EPS 3 ระบบ
    เรดาร์รุ่น EPS-117 จำนวน 2 ชุด
    เรดาร์ระยะไกล 5 ชุด
    เรดาร์ป้องกันภัยทางอากาศ 2 ชุด
    กลุ่มระบบเรดาร์ทางยุทธวิธี 1 ชุด

    ⭕️ ในด้านการสนับสนุนและโลจิสติกส์ ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อลดขีดความสามารถในการปฏิบัติการ:

    ศูนย์ซ่อมบำรุงเครื่องบินขับไล่และเฮลิคอปเตอร์ 6 แห่ง
    ศูนย์สนับสนุนและโลจิสติกส์ 3 แห่ง
    คลังเชื้อเพลิง 12 แห่ง
    คลังเก็บอาวุธและชิ้นส่วนสำหรับเรือรบและอากาศยาน 17 แห่ง
    คลังเก็บขีปนาวุธ 6 แห่ง

    ⭕️ เกี่ยวกับโครงสร้างพื้นฐานด้านการปฏิบัติงาน:

    โรงเก็บโดรน MQ-9 จำนวน 6 แห่ง
    โรงเก็บเครื่องบินขับไล่ F-15 สำหรับเตรียมการบิน จำนวน 1 แห่ง
    โรงเก็บโดรน 1 แห่ง บรรจุโดรนใหม่เอี่ยม 8 ลำ
    ศูนย์บัญชาการ 2 แห่ง
    แท่นเติมเชื้อเพลิงแบบเรือบรรทุกเครื่องบิน 1 แห่ง
    โรงเก็บเครื่องบิน P-8 จำนวน 1 แห่ง
    แท่นยิงขีปนาวุธ HIMARS 4 แห่ง
    โรงเก็บเครื่องบินขับไล่ 5 แห่ง
    ระบบป้องกันภัยทางอากาศ Patriot 4 แห่ง
    แท่นยิงขีปนาวุธ 6 แห่ง
    สถานีสูบเชื้อเพลิง 1 แห่ง
    ศูนย์สื่อสาร 2 แห่ง
    ศูนย์ข้อมูลข่าวกรอง 1 แห่ง
    ศูนย์ปัญญาประดิษฐ์ (ศูนย์ประมวลผลข้อมูลของ Amazon) 1 แห่ง
    คลังเก็บเรือผิวน้ำไร้คนขับ (USV) 1 แห่ง
    ท่าเทียบเรือเติมเชื้อเพลิง 1 แห่ง
    ที่พักเครื่องบินขับไล่ 4 แห่ง
    ทางลาดสำหรับขึ้นบินและจอดเครื่องบิน 6 แห่ง

    ⭕️ ในส่วนของปฏิบัติการทางอากาศ:

    เครื่องบินขับไล่และเฮลิคอปเตอร์ (ที่จอดอยู่บนพื้น) จำนวน 11 ลำ
    อากาศยานไร้คนขับ (UAV) สำหรับการลาดตระเวนและปฏิบัติภารกิจ จำนวน 17 ลำ (ในจำนวนนี้ 8 ลำเป็นของใหม่)
    เครื่องบินขับไล่ F-15 จำนวน 1 ลำ (ภายในโรงเก็บเครื่องบิน)
    เครื่องบิน P-8 จำนวน 1 ลำ
    เครื่องบินลำเลียง C-17 จำนวน 1 ลำ
    เครื่องบินเติมเชื้อเพลิงกลางอากาศ จำนวน 8 ลำ
    เฮลิคอปเตอร์ขนส่งหนัก จำนวน 4 ลำ
    ขีปนาวุธสำรอง จำนวน 6 ลูก

    ข่าวโลกที่3
    https://www.facebook.com/share/1HgFbTAeLZ/
     
  16. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,609
    ค่าพลัง:
    +97,153
    อดีตเจ้าหน้าที่เพนตากอนเผยถึงต้นทุนมหาศาลของสงครามสำหรับสหรัฐอเมริกา

    〰️ หากอัตราผลตอบแทนพันธบัตร (Bond Yield) แตะ 5% ก็จะเป็นจุดจบ

    ‍ พันเอก ดักลาส แม็กเกรเกอร์ (Douglas McGregor) อดีตที่ปรึกษากระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ กล่าวว่า

    "เช้าวันนี้ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี อยู่ที่ 4.65% และตอนนี้ผมได้รับแจ้งว่าปรับขึ้นเป็น 4.7% แล้ว หากตัวเลขนี้แตะ 5% ก็จะเป็นจุดจบ เราจะไม่สามารถชำระภาระหนี้ของประเทศได้อีกต่อไป และจะเกิดปฏิกิริยาลูกโซ่ของการล่มสลายทางการเงิน"

    ‍ เขากล่าวต่อว่า

    "นอกจากนี้ ยังมีปัญหาเงินเฟ้อที่กำลังควบคุมไม่ได้และเร่งตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Federal Reserve) ไม่สามารถแก้ไขสถานการณ์นี้ได้ และจะไม่สามารถกดอัตราดอกเบี้ยให้อยู่ในระดับต่ำอย่างไม่เป็นธรรมชาติ เพื่อดึงเราออกจากหล่มแห่งนี้ได้"
    https://x.com/SprinterPress/status/2080990665458999634

    https://www.facebook.com/share/p/1Em1trxQYQ/
     
  17. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,609
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ทรัมป์ต้องการให้อิหร่านยื่นทางออกให้เขา แต่ โรเบิร์ต บาร์นส์ (Robert Barnes) อดีตทนายความของทรัมป์ กล่าวว่า หน่วยข่าวกรองเพิ่งแจ้งเขาเป็นลายลักษณ์อักษรว่า อิหร่านจะไม่ทำเช่นนั้น

    เขาอธิบายสิ่งที่หลุดออกมาจากรายงานของ The Washington Post ในสัปดาห์นี้ว่า การโจมตีแต่ละรอบยิ่งทำให้ท่าทีของอิหร่านแข็งกร้าวขึ้น แทนที่จะอ่อนลง

    ทรัมป์เองก็เห็นสิ่งนี้เกิดขึ้นแบบเรียลไทม์ โดยอิหร่านปฏิเสธข้อเสนอหยุดยิงถึง 3 ครั้ง ซึ่งมีการประสานผ่าน ปากีสถาน กาตาร์ และสุดท้ายคือนายกรัฐมนตรีอิรัก

    บาร์นส์ประเมินว่ามีโอกาส 75% ที่ทรัมป์จะโจมตี ภูเขาพิกแอกซ์ (Pickax Mountain) ในช่วงสุดสัปดาห์นี้ ซึ่งเป็นการโจมตีที่มีแนวโน้มจะไม่สามารถทำลายเป้าหมายได้ แต่จะทำให้เขามีสิ่งที่สามารถประกาศว่าเป็นชัยชนะได้

    จากนั้นก็สร้างเรื่องเล่าขึ้นใหม่ โดยประกาศว่าภัยคุกคามด้านนิวเคลียร์หมดไปแล้ว ค่อย ๆ ยกเลิกการปิดล้อม และปล่อยให้ Fox News นำเสนอเรื่องนี้ต่อ ขณะที่ฐานเสียงของเขาซึ่งอ่อนล้าจากสงครามครั้งนี้อยู่แล้ว จะไม่ออกมาต่อต้าน

    หากแผนคือการโจมตีเชิงสัญลักษณ์ที่ถูกนำเสนอให้ดูเหมือนเป็นชัยชนะ ยังจะมีใครที่ติดตามสถานการณ์อยู่หลงเชื่อหรือไม่ หรือทุกคนต่างก็รู้ถึงความแตกต่างอยู่แล้ว?
    https://x.com/MarioNawfal/status/2081099668188967173

    https://www.facebook.com/share/p/1HPNS9asFR/
     
  18. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,609
    ค่าพลัง:
    +97,153
    เป็นทางการแล้ว
    QE กลับมาแล้ว

    FB_IMG_1785033418077.jpg

    ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) จำเป็นต้องพิมพ์เงินเพิ่มเพื่อเข้าซื้อพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ (Treasuries) มากขึ้น เนื่องจากนักลงทุนต่างชาติแทบจะหยุดลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ แล้ว
    ในช่วงหนึ่งปีที่ผ่านมา Fed ได้เข้าลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ มากกว่า 300,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ.
    https://x.com/wmiddelkoop/status/2080921596898734532
    https://www.facebook.com/share/p/1BeLvgdrU9/
     
  19. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,609
    ค่าพลัง:
    +97,153
    กับดักของการยกระดับความขัดแย้ง
    อดีตรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ แอนโทนี บลิงเคน (Antony Blinken) กล่าวว่า "ทรัมป์กำลังติดอยู่ในวงจรการยกระดับความขัดแย้งกับอิหร่าน" (Iran spiral)
    เขากล่าวว่า "ผมเชื่อว่าเขาต้องการหาทางออกจากสถานการณ์ยุ่งยากที่ตัวเองก่อขึ้น เขากำลังมองหาทางลง แต่ยังหาทางออกไม่เจอ"
    บลิงเคนกล่าวต่อว่า "บางคนเรียกสถานการณ์นี้ว่า 'กับดักของการยกระดับความขัดแย้ง' (escalation trap)"
    ซึ่งหมายถึงสถานการณ์ที่ทุกฝ่ายตอบโต้กันไปมา จนยากที่จะลดระดับความรุนแรงหรือถอนตัวออกจากความขัดแย้งได้ โดยทุกการตัดสินใจอาจยิ่งผลักให้เหตุการณ์บานปลายมากขึ้น.
    บลิงเคนเพิ่งค้นพบสิ่งที่เรียกว่า "กับดักของการยกระดับความขัดแย้ง" (escalation trap) ทั้งที่ตัวเขาเองและชนชั้นนำสายแอตแลนติกนิยม (Atlanticist establishment) ใช้เวลาหลายปีในการสร้างมันขึ้นมา
    ทรัมป์ไม่ได้ "ติดอยู่ในวงจรอิหร่าน" (Iran spiral) โดยบังเอิญ เขาเป็นเพียงผู้เล่นคนล่าสุดที่อยู่ภายในกับดักทางภูมิรัฐศาสตร์เดียวกัน ซึ่งอังกฤษเป็นผู้วางแผนขึ้นมาตั้งแต่การที่อังกฤษและสหรัฐฯ รื้อทำลายข้อตกลง JCPOA เพื่อป้องกันไม่ให้อิหร่านกลายเป็นศูนย์กลางของสะพานเศรษฐกิจยูเรเชีย (Eurasian Land-Bridge)
    วงจรที่แท้จริงคือช่วงสุดท้ายของระบบการเงินแบบ Monetarist ที่กำลังล่มสลาย วอลล์สตรีทและนครลอนดอน (City of London) จำเป็นต้องพึ่งพาสงครามอย่างต่อเนื่องเพื่อปกปิดภาวะล้มละลายของตนเอง การที่อิหร่านบูรณาการเข้ากับโครงการ Belt and Road และเส้นทางขนส่งระหว่างประเทศเหนือ–ใต้ (International North-South Transport Corridor) รวมถึงการหันไปสู่โครงสร้างทางการเงินที่ไม่อิงดอลลาร์ร่วมกับจีนและรัสเซีย ถือเป็นภัยคุกคามต่อการดำรงอยู่ของระบบดังกล่าว นั่นคือเหตุผลที่โครงสร้างพื้นฐานของพลเรือน โรงงานผลิตน้ำ และระบบพลังงาน ถูกทำลายอย่างเป็นระบบ ไม่ใช่เพื่อ "หยุดอาวุธนิวเคลียร์" แต่เพื่อทำให้ภูมิภาคอยู่ในภาวะล่มสลายที่สามารถควบคุมได้
    ทั้งนโยบาย "Maximum Pressure" และการใช้กำลังทางทหารในปัจจุบัน ไม่ได้นำไปสู่ทางออก
    ทางออกที่แท้จริงเพียงทางเดียวคือการตัดขาดจากแนวคิดภูมิรัฐศาสตร์โดยสิ้นเชิง และกลับไปสู่การพัฒนาเศรษฐกิจที่ตั้งอยู่บนภาคการผลิตจริง (physical-economic development) ในฐานะรากฐานของความมั่นคง — สันติภาพผ่านการพัฒนา (peace through development) การสร้างสถาปัตยกรรมความมั่นคงระหว่างประเทศรูปแบบใหม่ที่ตั้งอยู่บนเป้าหมายร่วมของมวลมนุษยชาติ และการทำให้ระเบียงเศรษฐกิจยูเรเชียเกิดขึ้นอย่างสมบูรณ์
    ระบบแอตแลนติกนิยมไม่ได้ติดอยู่ในกับดักของการยกระดับความขัดแย้ง
    แต่มันคือกับดักของการยกระดับความขัดแย้งเอง.
    https://x.com/apocalypseos/status/2080758410690310429

    https://www.facebook.com/share/p/188NsejJyY/
     
  20. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,609
    ค่าพลัง:
    +97,153
    เผื่อใครนึกภาพไม่ออกว่าช่องแคบ อัลมันเดบ ใกล้เยเมนขนาดไหน และทำไมเยเมนจึงสามารถปิดได้ครับ
    FB_IMG_1785034004911.jpg
    https://www.facebook.com/share/1CwXdMjjsJ/
     

แชร์หน้านี้

Loading...