เรื่องเด่น เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันพุธที่ ๑๕ กรกฎาคม ๒๕๖๙

ในห้อง 'หลวงพ่อเล็ก วัดท่าขนุน' ตั้งกระทู้โดย iamfu, 15 กรกฎาคม 2026 at 16:48.

สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้
  1. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    24,652
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,176
    ค่าพลัง:
    +26,966
    เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันพุธที่ ๑๕ กรกฎาคม ๒๕๖๙


     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  2. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    24,652
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,176
    ค่าพลัง:
    +26,966
    วันนี้ตรงกับวันพุธที่ ๑๕ กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙ กระผม/อาตมภาพก็ไม่คิดว่าคนที่โง่แล้วขยันในบ้านเราเมืองเราจะมีมากขนาดนี้ เนื่องเพราะว่าสำนักงานนายกรัฐมนตรีมีคำสั่งมาว่า ถ้าพระจะออกธุดงค์ต้องขออนุญาตหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนทุกครั้ง ไม่ทราบเหมือนกันว่าคนออกคำสั่งใช้หัวแม่เท้าข้างไหนคิด ถึงได้ออกคำสั่งที่ยากต่อการปฏิบัติเช่นนี้

    ถ้าหากว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็ต้องเริ่มตั้งแต่สำนักงานนายกรัฐมนตรี ซึ่งรับผิดชอบเกี่ยวกับงานด้านพระพุทธศาสนาลงไป แล้วถ้าสมมติว่าเราจะเดินถนน ก็ต้องเกี่ยวข้องกับตำรวจทางหลวง เกี่ยวข้องกับกรมทางหลวง ผ่านพื้นที่ไหนที่เป็นหมู่บ้านก็เกี่ยวข้องกับผู้ใหญ่บ้าน ผ่านตำบลก็เกี่ยวข้องกับกำนัน ผ่านอำเภอก็เกี่ยวข้องกับนายอำเภอ ผ่านจังหวัดก็เกี่ยวข้องกับผู้ว่าราชการจังหวัด ถ้าพื้นที่นั้นเป็นเทศบาลก็เกี่ยวข้องกับนายกเทศมนตรี ถ้าหากว่าเป็นองค์การบริหารส่วนตำบล ก็เกี่ยวข้องกับนายกองค์การบริหารส่วนตำบล

    เรื่องประเภทนี้ต้องบอกว่าบุคคลที่นั่งอยู่บนหอคอย ไม่เคยเข้าถึงความเป็นจริงเลย เนื่องเพราะว่ามาแก้ตรงปลายเหตุ ไม่ใช่ต้นเหตุ ต้นเหตุก็คือการขับรถโดยไม่ระมัดระวัง หรือไม่เคารพกฎจราจรจนเกิดอุบัติเหตุต่างหาก แทนที่จะไปเข้มงวดกวดขันกับการใช้รถใช้ถนน กลับมาเข้มงวดกวดขันกับพระธุดงค์ คงเห็นว่าพระไม่มีอำนาจที่จะไปสู้รบตบมือด้วย รังแกได้ง่ายว่าอย่างนั้นเถอะ ก็ได้แต่ขอเจริญพรให้ท่านทั้งหลายมีความสุขความเจริญ มีความปรารถนาสมหวังจงทุกประการก็แล้วกัน

    อีกเรื่องหนึ่งก็คือเรื่องของไฟไหม้ผับแถวลาดพร้าว ที่มีคนเสียชีวิตและบาดเจ็บเป็นจำนวนมาก ก็ต้องขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวของท่านทั้งหลายเหล่านั้นก่อน เรื่องนี้ทำให้มานึกถึง "ลูกแม็ก" (นายแม็กซิมุส ณัฏฐดนัย กราสเซ่ต์) ไอ้ลูกชายของกระผม/อาตมภาพเอง ที่เพิ่งจะไปสิงคโปร์ฉลองวันเกิดกับหลวงพ่อมาด้วยกัน แล้วไอ้ลูกชายก็หายออกจากโรงแรมไป กลับมาตี ๓

    กระผม/อาตมภาพก็ยังบอกว่า พระพุทธเจ้าไม่สรรเสริญการเที่ยวกลางคืน พระองค์ท่านจัดเป็นอบายมุขอย่างหนึ่ง มีแต่จะสร้างความเสื่อมเสียให้ทั้งตนเองและผู้อื่น ไอ้เจ้าลูกชายได้ฟังก็ชะงักไปครู่หนึ่ง แต่ด้วยความที่เป็นวัยรุ่น ต่อไปก็น่าจะมีอีก และต้องระมัดระวังมากขึ้น
     
  3. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    24,652
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,176
    ค่าพลัง:
    +26,966
    เนื่องเพราะว่าช่วงที่ผ่านมามีอยู่วันหนึ่ง ประมาณตี ๒ เศษ ไอ้เจ้าลูกชายโทรมา บอกว่า "หลวงพ่อครับ ผมคิดอะไรไม่ออกเลย อยู่ ๆ ความคิดมันหายไปหมด" จึงได้บอกลูกไปว่า "ให้นึกถึงหลวงปู่ปานที่พกติดตัวอยู่ ภาวนาคาถา 'อิทธิฤทธิ พุทธะนิมิตตัง ขอเดชะเดชัง ขอเดชเดชะ จงมาเป็นที่พึ่งแก่มะอะอุนี้เถิด' แล้วให้รีบขับรถกลับบ้านด่วนเลย"

    ไอ้เจ้าลูกชายทำตาม พอรุ่งขึ้น กระผม/อาตมภาพก็โทรแจ้งให้กับ "หม่าม้า" (นางสาวไพรินทร์ สุวิชชาญพันธุ์) ผู้เป็นแม่ บอกว่าให้ไปดูหน่อยว่าลูกเป็นอย่างไร สรุปได้ความว่าเจ้าลูกชายไปเที่ยวกลางคืน น่าจะโดนคนวางยา ซึ่งถ้าไม่ใช่บุญเก่ารักษา รู้จักโทรหาหลวงพ่อแล้วได้รับคำแนะนำจนได้สติ รีบหนีกลับบ้านเสียก่อน ก็ยังไม่แน่ใจว่าจะโดนมอมเหล้ามอมยาเสพติด แล้วถ่ายคลิปอะไรที่น่าเกลียดน่าชังไว้แบล็คเมล์หรือเปล่า

    เนื่องเพราะว่าอีกฝ่ายหนึ่งก็ฐานะค่อนข้างจะดี ถ้าหากว่าตกเข้าไปอยู่ในวงยาเสพติดเมื่อไรก็จะกลายเป็นกระเป๋าเงินให้คนทั้งหลายเหล่านั้น

    ทุกท่านก็จะเห็นว่าในเรื่องของสถานที่ท่องเที่ยวยามค่ำคืนนั้น ส่วนใหญ่ก็ยุ่งเกี่ยวกับเรื่องของยาเสพติดและอบายมุขต่าง ๆ อย่างชนิดที่ไม่สามารถจะห้ามปรามได้ เนื่องเพราะว่าถึงทางร้านไม่มีให้ก็พกกันไปเอง เป็นต้น องค์สมเด็จพระทศพลบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงรู้รอบ รู้จริง พระองค์ท่านจึงได้ตรัสถึงอบายมุขทั้ง ๖ ประการ แล้วสิ่งหนึ่งที่ตรัสไว้ ตั้งแต่สมัยพุทธกาลมา ๒,๕๖๐ กว่าปี นั่นก็คือ การเที่ยวกลางคืนเป็นอบายมุข

    ถ้าหากว่าท่านทั้งหลายที่เสียชีวิตและบาดเจ็บสาหัสบ้าง ไม่สาหัสบ้าง ไม่ได้ไปเที่ยวกลางคืน เรื่องทั้งหลายเหล่านี้ก็ไม่เกิดขึ้น ซึ่งมีหลายคนก็บอกว่า เรื่องพวกนี้จะว่ากล่าวกันก็ไม่ได้ เนื่องเพราะว่าทำไมคนไปเที่ยวที่อื่นแล้วไม่เจ็บไม่ตายแบบนี้

    กระผม/อาตมภาพเองก็คร้านที่จะไปเถียงกับท่านทั้งหลายเหล่านั้น เนื่องเพราะว่าถ้าวาระบุญยังรักษา วาระกรรมยังมาไม่ถึง ท่านก็ยังอยู่รอดปลอดภัย แต่ท่านทั้งหลายก็คงจะเห็นแล้วว่า บุคคลที่เที่ยวกลางคืนแล้วเสียหายไปมีจำนวนเท่าไรกันแน่ บางรายถึงขนาดไม่รู้ว่าพ่อตัวเองเป็นใคร ถึงขนาดต้องไปเที่ยวไล่ถามคนอื่นว่า "มึงรู้ไหมว่ากูลูกใคร..!" แล้วก็เกิดคดีดังขึ้นมา จนกระทั่งศาลตัดสินลงโทษหนักมากเบาบ้าง ซึ่งถ้าหากว่าไม่ใช่มีอิทธิพลและไม่ใช่มีเงิน ก็น่าจะโดนหนักไปยิ่งกว่านั้นอีก
     
  4. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    24,652
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,176
    ค่าพลัง:
    +26,966
    ดังนั้น สิ่งที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสเอาไว้นั้น เป็นเรื่องที่ดีแท้ จริงแท้ ผู้ใดประพฤติปฏิบัติตามก็ก่อให้เกิดประโยชน์แก่ตนและคนรอบข้างอย่างแท้จริง แต่ถ้าหากว่าไม่ปฏิบัติตาม ก็จะมีแต่โทษมากกว่าประโยชน์ ก็คืออย่างน้อย ๆ บุคคลที่เที่ยวกลางคืนก็ต้องยุ่งเกี่ยวกับสุรายาเสพติด

    บรรดาผู้หญิงหลายคนที่ไปเที่ยว แล้วกระผม/อาตมภาพรู้จักมักคุ้นทักท้วงไป เขาก็บอกว่าไม่ได้ดื่มเหล้า แต่ว่าดื่มน้ำพันซ์ ซึ่งเป็นผลไม้ กระผม/อาตมภาพยังหัวเราะใส่ บอกว่าให้ไปรับยันต์เกราะเพชรที่วัดท่าขนุนครั้งหน้าด้วย เพราะว่าไม่มีพันซ์สูตรไหนที่ไม่เติมแอลกอฮอล์ ทำเอาอีกฝ่ายถึงกับหน้าเสีย เนื่องเพราะไม่รู้ว่าตนเองได้ดื่มสุราเข้าไปแบบเต็มอกเต็มใจ เพราะคิดว่าเป็นแค่น้ำผลไม้

    ส่วนญาติโยมอีกท่านหนึ่ง ขอออกชื่อเล่นก็แล้วกัน เนื่องเพราะว่ากระผม/อาตมภาพเรียกว่า "อีแมวบ้า" วันนั้น "อีแมวบ้า" ของกระผม/อาตมภาพดื่มสปายไวน์คูลเลอร์ไป ๒ ขวด แล้วก็บิดมอเตอร์ไซด์ฝ่าไฟแดงด้วยความคึกคะนองทั้ง ๆ ที่เป็นผู้หญิง ยังโชคดีที่บุญรักษาถึงรอดมาได้

    เมื่อถามว่าตอนนั้นรู้สึกอย่างไร "อีแมวบ้า" บอกว่ามันคึกมาก อยากจะทำอะไรให้สะใจตัวเอง นั่นแค่สปายไวน์คูลเลอร์ ซึ่งมีแอลกอฮอล์แค่เล็กน้อยเท่านั้น แล้วถ้าหากว่าเมามากกว่านั้น จะขาดสติไปก่อเรื่องเดือดร้อนขนาดไหนก็ยังไม่ทราบ

    เรื่องพวกนี้จึงเป็นเรื่องที่เราท่านทั้งหลายควรที่จะตระหนักว่า องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงตรัสหลักของศีลหลักของธรรมมานั้น ก็เพื่อความสุขเฉพาะของตัวเราบ้าง เพื่อความสุขของสังคมส่วนรวมบ้าง ไม่ได้ตรัสอะไรเหล่านั้นมาเพื่อให้เราเชื่อและปฏิบัติตามอย่างงมงาย หากแต่ว่าเป็นสิ่งที่พระองค์ท่านพิจารณาอย่างถ่องแท้ด้วยพระปัญญาอันยิ่งแล้ว ว่าจะก่อให้เกิดโทษจึงทรงห้าม ว่าจะก่อให้เกิดประโยชน์ จึงทรงสั่งสอนให้ประพฤติปฏิบัติตาม

    โดยที่พระองค์ท่านยังตรัสไว้ว่า อักขาตาโร ตถาคตา แม้แต่ตถาคตก็เป็นเพียงผู้บอกเท่านั้น หมายความอย่างชัดเจนแล้วว่า ท่านจะทำตามหรือไม่ทำตามก็ได้ หากทำตามก็ก่อให้เกิดความดีงาม ความเจริญกับตัวท่านเอง กับครอบครัวของท่านเอง กับสังคมรอบข้าง ถ้าหากว่าไม่ทำตาม ความเสียหายก็เกิดกับตัวท่านเอง เกิดกับครอบครัวท่านเอง เกิดกับสังคมรอบข้าง ไม่มีผู้ใดที่จะไปเดือดร้อนกับท่านทั้งหลายที่ห่างศีลห่างธรรมด้วย
     
  5. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    24,652
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,176
    ค่าพลัง:
    +26,966
    เนื่องเพราะว่าถ้าหากว่าเรามีความเห็นว่าศีลเป็นของดี สมาธิ ปัญญา แล้วตั้งหน้าตั้งตาประพฤติปฏิบัติพร้อม ๆ กัน เขาเรียกว่ามีทิฏฐิสามัญญตา คือความเสมอกันด้านความเห็น ก็ย่อมไม่มีความขัดกัน เมื่อประพฤติปฏิบัติในศีล ๕ บ้าง ศีล ๘ บ้าง พร้อม ๆ กัน เราก็มีสีลสามัญญตา มีความเหมือนกัน มีความพร้อมเพรียงกัน มีความเสมอกันด้วยศีล สังคมบ้านเราก็จะมีแต่ความสุขความเจริญ

    ไม่ต้องมาหวาดระแวงว่าจะล้มหายตายจากเมื่อไร

    ไม่ต้องมาหวาดระแวงว่าจะโดนลักโดนขโมยเมื่อไร

    ไม่ต้องมาหวาดระแวงว่าจะโดนคนหยิบฉวยช่วงชิงสิ่งของที่รัก คนที่เรารักเมื่อไร

    ไม่ต้องกลัวว่าจะโดนใครโกหกหลอกลวง คอรัปชั่น หรือว่าโกงกินกันแบบไหน

    ไม่ต้องกลัวว่าตนเองจะขาดสติ จนกระทั่งทำให้ตัวเองและครอบครัวเดือดร้อนอย่างไร

    เรื่องพวกนี้จึงเป็นเรื่องของบุคคลผู้มีปัญญา พูดง่าย ๆ ก็คือเป็นปัญญาในลักษณะของ "กุสโล" คือฉลาดในการสร้างบุญสร้างกุศล "โกวิโท" คือความฉลาดในการสร้างความเจริญให้กับตนเองและครอบครัว ตลอดจนสังคม ไม่ใช่ฉลาดแบบ "เฉโก" ก็คือได้แต่กอบโกยเข้าหาตัวเอง สามารถหาข้ออ้างทุกอย่างให้ตัวเองทำสิ่งทั้งหลายเหล่านั้นได้ โดยที่ไม่รู้สึกผิด และความไม่รู้สึกผิดไม่ได้แปลว่าไม่มีโทษ

    หากแต่ว่าโทษทั้งหลายเหล่านั้นรออยู่ วันไหนที่กระแสบุญขาดช่วงลง กระแสกรรมเกิดขึ้นเมื่อไร เหตุการณ์ของซานติก้าผับ หรือว่าผับแถวลาดพร้าวก็จะเกิดขึ้นอีก สังคมของเราก็จะโดนกระตุกให้รู้สึกตัวขึ้นมานิดหนึ่ง แล้วท้ายที่สุดก็ละลายหายไปอีกตามเคย

    สำหรับวันนี้ก็ขอเรียนถวายพระภิกษุสามเณรของเรา และบอกกล่าวแก่ญาติโยมแต่เพียงเท่านี้

    พระครูวิลาศกาญจนธรรม, รศ.ดร.
    เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน
    วันพุธที่ ๑๕ กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙
    (ถอดจากเสียงเป็นอักษร โดย เผือกน้อย)
     
สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้

แชร์หน้านี้

Loading...