เรื่องเด่น เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันจันทร์ที่ ๑๓ กรกฎาคม ๒๕๖๙

ในห้อง 'หลวงพ่อเล็ก วัดท่าขนุน' ตั้งกระทู้โดย iamfu, 13 กรกฎาคม 2026 at 19:18.

สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้
  1. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    24,644
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,175
    ค่าพลัง:
    +26,964
    เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันจันทร์ที่ ๑๓ กรกฎาคม ๒๕๖๙


     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  2. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    24,644
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,175
    ค่าพลัง:
    +26,964
    วันนี้ตรงกับวันจันทร์ที่ ๑๓ กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙ เมื่อวานนี้การบินไทยยังคงมาตรฐานเดิม ไม่ทราบว่าเป็นเฉพาะเส้นทางท่าอากาศยานนานาชาติชางงี ประเทศสิงคโปร์ ไปสู่ท่าอากาศยานานานชาติสุวรรณภูมิหรือเปล่า ? ก็คือที่นั่งกว้างมาก และเจ้าหน้าที่เช็คอินก็เว้นที่นั่งไว้ ๑ ที่ ไม่ให้ญาติโยมมานั่งเบียด แต่ปรากฏว่ามี "ผี" มานั่งแทน..!

    เมื่อเครื่องขึ้นแล้ว เรื่องที่น่ากังวลก็เกิดขึ้น ก็คือสภาพอากาศที่เลวร้ายมากทำให้ต้องนั่งรัดเข็มขัด และเครื่องสั่นสะเทือนอยู่ตลอดเวลา แต่ "ผีอากง" กลับนั่งยิ้มแย้มแจ่มใส บอกว่า "ไม่มีปัญหา"

    แถมยังชี้ออกไปนอกหน้าต่างให้ใจหายใจคว่ำอีกต่างหาก เนื่องเพราะว่าข้างบนนั้นก็คือกลุ่มเมฆหนาทึบ เหมือนกับภูเขาสีดำทะมึนเป็นวงกว้างใหญ่ไพศาลของมหาพายุ "บาหวี่" กดอยู่เหนือเครื่องบินของเรา ส่วนทางด้านล่างก็คือหมู่เมฆตามธรรมชาติ ที่ปิดกั้นทิวทัศน์ข้างล่างจนหมดสิ้น เหลือเพียงแต่ช่องที่เครื่องของเรากำลังบินไป และมีดวงตะวันปรากฏให้เห็น เหมือนกับเครื่องบินเป็นไส้ขนมแซนด์วิชที่โดนประกบบนล่างอยู่พอดี..!

    "อากง" บอกว่า "ไม่ต้องกังวล ถ้าหากว่าเจ้านายสั่งงานแล้ว ผมต้องทำอย่างเต็มที่" กระผม/อาตมภาพก็เลยสงสัยว่า แล้ว "ท่านเซ่อ" (พลเรือเอก เซอร์โธมัส ฟิลลิปส์ สเปนเซอร์) อดีตผู้บังคับการเรือหลวง Prince of Wales ไปอยู่ที่ไหน ? "อากง" บอกว่าเจ้านายออกไปเป็นกำแพงต้านพายุ เพื่อไม่ให้เข้ามากระทบต่อประเทศสิงคโปร์รุนแรงมากนัก กระผม/อาตมภาพจึงต้องหลับตาภาวนาไปจนตลอดเส้นทาง

    เครื่องบินมาลงที่ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิช้ากว่าเวลา ๒๐ นาที ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่รับได้ ขอให้ปลอดภัยก็แล้วกัน แต่เจ้าประคุณเถอะ..ขนาดมาถึง ๒ ทุ่มกว่า จะ ๓ ทุ่มแล้ว แต่บรรดานักท่องเที่ยวทำไมถึงมากมายมหาศาลขนาดนี้ ?!

    บรรดาช่องทางตรวจคนเข้าเมืองต่าง ๆ โดยเฉพาะต่างประเทศนั้นยาวเหยียดนับเป็นกิโลเมตรเลยทีเดียว..! กระผม/อาตมภาพรู้สึกรักความเป็นคนไทยขึ้นมาเป็นพิเศษก็วันนี้เอง เนื่องเพราะเจ้าหน้าที่ให้ลัดคิวไปทำการสแกนหนังสือเดินทาง ที่ช่องตรวจคนเข้าเมืองอัตโนมัติ ชนิดที่คนอื่นได้แต่มองตามด้วยความอิจฉา
     
  3. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    24,644
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,175
    ค่าพลัง:
    +26,964
    ไปยืนรอที่สายพาน ๖ ได้สักพักหนึ่ง เห็นว่ากระเป๋าใบแล้วใบเล่ามาถึง แต่กระเป๋าของ "หม่าม้า" (นางสาวไพรินทร์ สุวิชชาญพันธุ์) ไม่ได้มาสักที สักครู่หนึ่งก็มีเจ้าหน้าที่หญิงเดินมาถามว่า "ท่านเจ้าขา มากับสายการบินของสิงคโปร์หรือเปล่าเจ้าคะ ?" จึงได้บอกว่า "ใช่" เขาบอกว่า " TG ๔๐๘ เปลี่ยนมาเป็นสายพานที่ ๗ เจ้าค่ะ"

    กระผม/อาตมภาพได้แต่เกาหัวตัวเอง เนื่องเพราะว่าไม่มีเสียงประกาศบอกอะไรเลย นอกจากก่อนลงจากเครื่อง กัปตันได้บอกว่าให้มารับกระเป๋าที่สายพาน ๖ ก็ถือว่าเป็นอุปสรรคเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ชดเชยความสะดวกด้านอื่นไปแล้วกัน

    สักครู่หนึ่ง "หม่าม้า" กับ "ลูกแม็ก" (นายแม็กซิมุส ณัฏฐดนัย กราสเซ่ต์) ก็มาถึง "หม่าม้า" บอกว่าแถวต่างประเทศยาวจนน่ากลัว ถ้าหากว่าเราเป็นคนต่างชาติ ไม่ทราบว่า ๕ ทุ่มหรือเที่ยงคืน จะได้ออกจากที่นี่หรือเปล่า ?!

    เมื่อได้กระเป๋ามาแล้ว พวกเราก็ต้องเดินลงไปอีกชั้นหนึ่ง เนื่องเพราะว่าลานจอดรถไม่ได้อยู่ชั้นนี้ ทำการสแกนจ่ายค่าจอดรถไปทั้งหมด ๗๕๐ บาท ซึ่ง "หม่าม้า" บอกว่าค่าจอดรถวันละ ๒๕๐ บาทนี้คุ้มค่าสุด ๆ เนื่องเพราะว่าถ้าเรียกแท็กซี่มาจากช่องนนทรี ถึงสนามบินสุวรรณภูมิก็เกือบ ๔๐๐ บาท แล้วไหนจะค่าแท็กซี่ของหลวงพ่ออีกต่างหาก..!

    กระผม/อาตมภาพจึงกลายเป็นผู้โดยสารพิเศษ ให้สองแม่ลูกพาไปส่งถึงวัดอุทยานตอนเกือบ ๔ ทุ่ม หลังจากที่เข้าถึงพื้นที่ของตนเองแล้ว ก็เป็นอันว่างานการอย่างอื่นไม่ต้องคิดถึง อันดับแรกก็คือขอสลบไสลไม่ได้สติเสียก่อน..!

    การไปประเทศสิงคโปร์ครั้งนี้เห็นความก้าวหน้าต่าง ๆ ของประเทศนี้แล้ว สิ่งหนึ่งที่รู้สึกก็คือ บุคคลของเขามีคุณภาพอย่างยิ่ง แม้ว่าจะเป็นประเทศประชาธิปไตย แต่การปกครองนั้นอยู่ในลักษณะเผด็จการ เนื่องเพราะว่า
    รัฐบาลไม่มีฝ่ายค้านเลย ทางประเทศสิงคโปร์ต้องเว้นที่นั่ง ๓ ที่ เอาไว้ให้ฝ่ายค้านเข้าไปโดยไม่ต้องเลือกตั้ง เพราะว่าเลือกเมื่อไรก็ได้ฝ่ายรัฐบาลอย่างเดียว ในเมื่อเป็นเช่นนั้น จึงต้องมีฝ่ายค้านเอาไว้ให้สมกับเป็นประเทศประชาธิปไตย จึงต้องสละเก้าอี้ฟรี ๆ ให้กับฝ่ายค้านไปทุกครั้ง
     
  4. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    24,644
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,175
    ค่าพลัง:
    +26,964
    ส่วนในเรื่องของการศึกษาและการทำงานนั้น ถ้านับเฉพาะที่โรงแรม Orchard Hotel แล้ว เห็นมีทั้งคนจีน ฝรั่ง และแขกอินเดียเข้าไปทำงานอยู่มากมายเต็มไปหมด โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ซึ่งต้อนรับอยู่หน้าห้องอาหาร เป็นฝรั่งผิวดำหญิงอารมณ์ดีมาก แล้วที่บริเวณหน้าเคาน์เตอร์ก็มีฝรั่งและแขกช่วยกันต้อนรับผู้คนอยู่หลายคน

    ต้องบอกว่าบุคคลใดถ้ามีความสามารถที่แท้จริง สามารถที่จะทำมาหากินอยู่ที่ประเทศสิงคโปร์และขอสัญชาติเป็นพลเมืองสิงคโปร์ได้เลย เพียงแต่ว่าคุณจะต้องเป็นคนเก่งสุด ๆ ในสายงานของคุณเท่านั้น ซึ่งลูกศิษย์ผู้หนึ่งก็คือ "ทิดโฮป" (นายกฤตบุญ ปัญจรัตนากร) ก็ได้มาทำงานอยู่ที่สิงคโปร์นี่เช่นกัน

    กระผม/อาตมภาพเองรู้สึกอยู่อย่างเดียวว่า ประเทศสิงคโปร์นั้นเคร่งเครียดเคร่งครัดจนเกินไป ทำให้ทุกอย่างไม่เป็นไปตามธรรมชาติ แต่ว่าเขาเป็นประเทศเล็กก็จริง หากแต่บังคับใช้กฎหมายได้เด็ดขาดมาก โดยเฉพาะในเรื่องของการปัสสาวะไม่เป็นที่เป็นทาง หรือว่าการทิ้งขยะ การถ่มน้ำลายไม่เป็นที่เป็นทางนั้น เขาตัดสินด้วยการเฆี่ยน ซึ่งนอกจากเจ็บตัวแล้ว ยังต้องอับอายขายหน้าคนอื่นอีกด้วย..!

    โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวต่างชาตินั้น สิงคโปร์ไม่มีความเกรงใจว่าคุณมาจากประเทศมหาอำนาจยิ่งใหญ่ขนาดไหน ถ้ามาทำผิดก็คือเฆี่ยนอย่างเดียว ทำเอาประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์หน้าแตกมาแล้ว เนื่องเพราะขออภัยให้กับพลเมืองอเมริกันที่ไปทำรุ่มร่ามในประเทศสิงคโปร์ แต่ทางสิงคโปร์บอกว่าต่อให้เป็นอเมริกันก็ไม่เว้น ว่าแล้วก็เฆี่ยนโชว์เสียเลย..! เรื่องพวกนี้ ถ้าการบังคับใช้กฎหมายเด็ดขาด ก็จะทำให้บุคคลที่รู้สึกกลัวเกรงอาชญาต่าง ๆ นั้นไม่กล้าทำความชั่ว

    เพียงแต่ว่ามีสิ่งหนึ่งซึ่งพลขับรถนำพวกเราไปส่งยังท่าอากาศยานนานาชาติชางงีได้บอกไว้ ก็คือการปิดข่าวไม่ให้คนรู้ ว่าโรงแรมเรือที่เรียกว่า Marina Bay Sands นั้น เป็นสถานคาสิโนสำคัญมาก ๆ ของสิงคโปร์ สำหรับดึงดูดเงินจากนักพนันทั่วโลก โดยเฉพาะถ้าเป็นคนสิงคโปร์จะเข้านั้น ต้องจ่ายเงินครั้งละ ๑๕๐ ดอลลาร์สิงคโปร์..! ซึ่งเป็นเงินที่ค่อนข้างจะสูงมาก หมายความว่าถ้าฐานะไม่ดีจริง คุณไม่สามารถเข้าไปเล่นการพนันในนั้นได้ จึงทำให้เป็นการป้องกันคนสิงคโปร์ไม่ให้เข้าไปเล่นการพนันได้ไปในตัว
     
  5. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    24,644
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,175
    ค่าพลัง:
    +26,964
    แต่ว่าก็มีบุคคลที่เสียการพนัน จนกระทั่งกลายเป็น "ซูเปอร์แมน" "ซูเปอร์เกิร์ล" ตามสำนวนของพลขับ เขาบอกว่าทั้งหมดนั้นจะพุ่งหลาวลงมาจากยอดของคาสิโน Marina Bay Sands ก็แปลว่าไม่เหลือชีวิตรอดเอาไว้เลย พูดง่าย ๆ ว่าหมดตัวแล้วก็ขอตายดีกว่า..!

    แต่รัฐบาลสิงคโปร์ จะปิดข่าวนี้อย่างเด็ดขาดและเคร่งครัด ไม่ใช่คนอยู่ในประเทศจริง ๆ ไม่มีทางที่จะรู้ข่าวคราวเลย ข้อมูลนี้ได้มาจากพ่อจอมจ้อพลขับของเรา..! กระผม/อาตมภาพเองก็ไม่กล้าที่จะยืนยันว่าข้อมูลนี้นั้นถูกต้องตามความเป็นจริงสักแค่ไหน ?

    เพียงแต่ว่าการไปของเราครั้งนี้นั้น ได้เห็นสิ่งใหม่ ๆ ที่เพิ่มเติมขึ้นมา อย่างเช่นว่า Mandai Wildlife Reserve นั้นเราเข้าไปได้แค่มุมเดียวเท่านั้น หรือแม้กระทั่ง Singapore Botanic Gardens เราก็เข้าไปเฉพาะในส่วนของสวนกล้วยไม้ เพียงแต่ว่าส่วนอื่นของ Singapore Botanic Gardens นั้น กระผม/อาตมภาพเคยเข้าไปเดินจนปรุแล้ว และก็เห็นว่าเขาสามารถรักษามาตรฐาน ตลอดจนกระทั่งสามารถที่จะทำให้ต้นไม้ใบหญ้านั้นเจริญงอกงามอย่างเหลือเชื่อ..!

    โดยเฉพาะบรรดาต้นไม้หายากต่าง ๆ ที่ออกดอกเกือบทุกต้น ก็แปลว่าได้รับการบำรุงรักษามาเป็นอย่างดี โดยเฉพาะบริเวณโคนต้นนั้น จะมีการสุมสิ่งที่คล้าย ๆ กับเส้นผมมนุษย์อยู่ ความจริงนั่นก็คือเยื่อหุ้มโคนกาบของบรรดาต้นปาล์มต่าง ๆ ซึ่งนอกจากสุมเอาไว้เพื่อช่วยรักษาความชุ่มชื้นของพื้นที่แล้ว ยังเป็นตัวเก็บกักอาหารที่หล่นจากข้างบนลงไป แล้วย่อยสลายกลายเป็นอาหารให้กับต้นไม้ต่าง ๆ เหล่านั้น

    สิ่งพวกนี้เราต้องไปเห็นด้วยตาตนเอง โดยเฉพาะช่วงนี้ท่าอากาศยานนานาชาติชางงีนั้น เขามีการขยาย Terminal 5 หรือว่าอาคารผู้โดยสารหลังที่ ๕ เพิ่มเติมขึ้นมา เราต้องนึกว่าประเทศเล็ก ๆ ซึ่งไม่ทราบเหมือนกันว่าจะเอาพื้นที่ของตนเองจะมาจากไหน ? แต่สำหรับเรื่องทั้งหลายเหล่านี้ประเทศสิงคโปร์ทุ่มเทอย่างไม่อั้น เพราะรู้ว่าทุกอย่างสามารถดึงเม็ดเงินเข้าประเทศของตนเองโดยปริยาย
     
  6. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    24,644
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,175
    ค่าพลัง:
    +26,964
    ส่วนที่น่าชื่นชมก็คือในเรื่องของขยะ เขารีไซเคิลขยะทุกชิ้น ส่วนที่รีไซเคิลไม่ได้ก็ส่งไปเผาเป็นพลังงานปั่นไฟฟ้า เมื่อเผาแล้ว เศษขี้เถ้าที่เหลือก็ได้รับการอัดแล้วก็ขนไปเพื่อถมทะเล ประเทศสิงคโปร์จึงจะมีพื้นที่เพิ่มขึ้นทุกปี ๆ จากบรรดาขยะที่คนสร้างนั่นเอง ส่วนทั้งหลายเหล่านี้ประเทศของเราควรที่จะเลียนแบบและเป็นตัวอย่าง เพราะว่าประเทศเขาจากที่ไม่มีอะไรเลย ก็กลายเป็นว่าสร้างจนมีขึ้นมามากมาย สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งประเทศของตนเองและต่างประเทศเข้าไปปีละมาก ๆ

    แม้กระทั่งร้านอาหารไทย เขาก็ให้ไปตั้งในตำแหน่งสำคัญ พลขับนั้นทำงานอยู่กับร้านอาหารไทยมาถึง ๑๖ ปี ก่อนที่จะซื้อรถได้แล้วก็มาขับ "แกร็บแท็กซี่" เขาบอกว่าขนาดสมเด็จพระราชาธิบดีแห่งจอร์แดนมาถึงเมื่อไร ก็จะต้องไปสั่งอาหารในภัตตาคารไทยเพื่อเสวยอยู่เสมอ ๆ โดยเฉพาะพวกบรรดาเมนูอย่างต้มยำกุ้ง หรือว่ากะเพราไก่ กระผม/อาตมภาพได้ยินแล้วก็ยังรู้สึกภูมิใจในความเป็นไทยของเราเหมือนกัน

    แม้กระทั่งอาคารผู้โดยสารที่สร้างเพิ่มเติมในส่วนของนักท่องเที่ยวขึ้นมา ก็คือ Jewel Rain Vortex นั้น เขาก็มีร้านค้าที่เป็นสุดยอดของประเทศต่าง ๆ เข้าไปตั้งอยู่ด้วย ส่วนที่เห็นก็คือร้าน TONG GARDEN จากประเทศไทยนั่นเอง และสินค้าต่าง ๆ ในประเทศสิงคโปร์นั้นล้วนแล้วแต่นำเข้าจากต่างประเทศ เขาจึงคัดเลือกเอาเฉพาะระดับสุดยอดเท่านั้น กระผม/อาตมภาพได้ชิมลูกท้อที่สิงคโปร์แล้ว ต้องบอกว่ารสชาติสุดยอดมาก แต่ราคาก็แพงประทับใจเช่นกัน..! บรรดาองุ่นและผลไม้อื่น ๆ ก็อยู่ในลักษณะเดียวกัน ก็คือในเมื่อเลือกได้ก็ขอในส่วนที่ดีที่สุดไปเลย..!

    บรรดาหน่อไม้ฝรั่งที่เขาผัดในอาหารที่กระผม/อาตมภาพได้ฉันนั้น แต่ละต้นโตเกือบเท่าหัวแม่มือของเรา..! ขณะที่บ้านเราเองนั้น หน่อไม้ฝรั่งโตเท่าตะเกียบได้ก็ถือว่าดีมากแล้ว เนื่องเพราะว่าส่วนดี ๆ ก็คือส่งขายต่างประเทศกันหมด และโดยเฉพาะเขาเน้นเรื่องสารพิษตกค้างต่าง ๆ ห้ามมีเกินโควต้า หรือว่าเกินกำหนดของทางกระทรวงเขาอย่างเด็ดขาด ไม่เช่นนั้นแล้วบริษัทนั้นจะโดน "แบน" ตลอดชีวิต

    จึงเป็นเรื่องที่เขาเน้นในการพัฒนาคุณภาพของบุคคล ควบกับสิ่งแวดล้อมต่าง ๆ ไปในตัว ควรที่พวกเราทั้งหลายจะเอาอย่างเป็นอย่างยิ่ง ไม่ใช่ภาคภูมิใจว่าประเทศของเรามีดีอย่างนั้น มีดีอย่างนี้ แล้วก็อาศัย "กินบุญเก่า" อย่างเดียว ถ้าอยู่ในลักษณะอย่างนั้น ไม่วันใดก็วันหนึ่ง ภายในอาเซียนรอบข้างของเราก็คงจะแซงประเทศไทยไปจนหมด..!

    สำหรับวันนี้ก็ขอเรียนถวายพระภิกษุสามเณรของเรา และบอกกล่าวแก่ญาติโยมแต่เพียงเท่านี้

    พระครูวิลาศกาญจนธรรม, รศ.ดร.
    เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน
    วันจันทร์ที่ ๑๓ กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙
    (ถอดจากเสียงเป็นอักษร โดย เผือกน้อย)
     
สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้

แชร์หน้านี้

Loading...