ติดตามสถานะการณ์

ในห้อง 'ภัยพิบัติและการเตรียมการ' ตั้งกระทู้โดย สุกิจSukit, 8 มิถุนายน 2013.

  1. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    231,549
    ค่าพลัง:
    +97,153
    รู้จักกับซาห์วา อาราฟัต เธอมีทรัพย์สินหลายพันล้าน
    FB_IMG_1778301812093.jpg
    เธอใช้ชีวิตอย่างไร?
    เธอเป็นเจ้าของตึกทั้งหลังในลอนดอน ถึงขนาดมีถนนที่ตั้งชื่อตามเธอ เพราะเธอเป็นเจ้าของอสังหาริมทรัพย์ทุกแปลงทั้งสองฝั่งถนน

    เธอเป็นเจ้าของอสังหาริมทรัพย์หรูในปารีสและทั่วฝรั่งเศส

    เธอมีทรัพย์สินในมอลตาและมีบัญชีธนาคารในสวิตเซอร์แลนด์ที่มีเงินมหาศาล

    ความมั่งคั่งนี้มาจากไหน? มันถูกขโมยโดยพ่อของเธอ ยัสเซอร์ อาราฟัต อดีตผู้นำปาเลสไตน์

    อาราฟัตไม่ใช่ชาวปาเลสไตน์ด้วยซ้ำ

    ชื่อจริงของเขาคือ โมฮัมเหม็ด อับเดล ราห์มาน อับเดล ราอูฟ อัล-กุดวา อัล-ฮุสเซนี
    เขาเป็นผู้ก่อการร้ายชาวอียิปต์ที่เกิดในไคโร ซึ่งสร้างอัตลักษณ์ "ปาเลสไตน์" ของตัวเองขึ้นมาในปี 1964

    เขาขโมยเงินหลายพันล้าน และลูกสาวของเขากลับใช้ชีวิตอย่างหรูหราในยุโรป

    เมื่อไหร่ชาติตะวันตกจะตื่นตัวกับกลโกงครั้งใหญ่นี้? โปรดแชร์เรื่องนี้ไปทุกที่
    https://www.facebook.com/share/p/1Cs3qBHzsS/
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  2. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    231,549
    ค่าพลัง:
    +97,153
    10 อันดับข่าวปลอม ที่ถูกผลิตโดยสื่อของกัมพูชาและเน้นผลกระทบที่ประเทศไทย ที่ถูกแชร์มากที่สุด (พ.ศ. 2568)

    ตอนแรกเราจะทําเอง แต่ก็คิดว่าลองให้เอไอจัดลําดับโดยให้อิงตาม การแชร์ผลมีดังนี้ค่ะ

    ข่าวทหารไทยตัดศีรษะทหารกัมพูชา: เป็นข่าวปลอมอันดับหนึ่งที่สร้างความเกลียดชังอย่างรุนแรง โดยใช้ภาพเก่าหรือภาพจากต่างประเทศมาบิดเบือน

    ข่าวทหารไทยเสียชีวิต 140 นาย: ข้อมูลเท็จเกี่ยวกับความสูญเสียเพื่อทำลายขวัญกำลังใจ

    ข่าวทหารไทยเสียชีวิต 40 นาย และถูกจับอีก 30 นาย: การกุข่าวเกี่ยวกับการปะทะที่รุนแรงเกินจริง

    ข่าวนอร์เวย์บริจาคเครื่องบิน F-16 จำนวน 14 ลำ ให้ไทย: ข่าวลือเรื่องการเสริมยุทโธปกรณ์เพื่อเตรียมสู้รบ

    ข่าวผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ประกาศพื้นที่ภัยพิบัติสงคราม: สร้างความตื่นตระหนกให้แก่ประชาชนในพื้นที่ชายแดน

    ข่าวทหารไทยยึดคืนปราสาทพระวิหาร: ข้อมูลบิดเบือนเกี่ยวกับการเคลื่อนกำลังพลในพื้นที่ทับซ้อน

    ข่าวไทยใช้อาวุธชีวภาพโจมตีกัมพูชา: การใส่ร้ายป้ายสีเรื่องการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ

    ข่าวเครื่องบินปล่อยสารพิษใส่พลเรือนกัมพูชา: การสร้างภาพลักษณ์ด้านลบต่อกองทัพอากาศไทย

    ข่าวกองทัพภาคที่ 2 ระดมทุนช่วยแนวหน้า: แอบอ้างชื่อหน่วยงานทหารเพื่อหลอกลวงประชาชน

    ข่าวปลัดกระทรวงกลาโหมสั่งงดช่วยผู้ป่วยกัมพูชา: บิดเบือนนโยบายด้านมนุษยธรรมเพื่อสร้างความขัดแย้งระหว่างประชาชน

    คัดมาแค่สิบอันดับในปี 2568 ในขณะเดียวกันกัมพูชาก็ตีข่าวว่าไทยผลิตข่าวปลอมเพื่อโจมตีกัมพูชามากถึงสี่พันข่าวในปีเดียวกัน

    https://www.facebook.com/share/17idjJYqbY/
     
  3. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    231,549
    ค่าพลัง:
    +97,153
    เยอรมนีเตรียมส่งกลับ “หม่ากาหลง” อดีตทหารรับจ้างจีนในกองทัพรัสเซีย หลังคำขอลี้ภัยถูกปัดตก เสี่ยงโทษหนักเมื่อกลับถึงจีน
    ชายชาวจีนวัย 30 ปี ผู้เคยให้สัมภาษณ์วิจารณ์การรุกรานของรัสเซียอย่างเปิดเผย ถูกทางการเยอรมนีระบุว่า “ไม่มีเหตุผลอันชัดเจน” ที่จะให้สถานะผู้ลี้ภัย ขณะนี้ถูกควบคุมตัวที่ศูนย์ส่งกลับในเมืองมิวนิก หากแพ้อุทธรณ์อาจถูกส่งกลับจีนภายใน 7 วัน
    ลี้ภัยข้ามทวีปกว่า 1 ปี ก่อนถึงเยอรมนีในเดือนเมษายน
    สำนักข่าวออนไลน์เยอรมัน China.Table รายงานเมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2026 ว่า เซวี๋ย เสี่ยวเหริน (徐晓仁) อายุ 30 ปี หรือที่รู้จักในชื่อเล่นบนโซเชียลมีเดียว่า “หงเซ่อ หม่ากาหลง” (红色马卡龙 - มาการองสีแดง) ชายชาวจีนที่เคยเข้าร่วมเป็นทหารรับจ้างให้กองทัพรัสเซียในสงครามรุกรานยูเครน ถูกสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและผู้ลี้ภัยแห่งสหพันธ์เยอรมนี (BAMF) ปฏิเสธคำขอสถานะผู้ลี้ภัย ด้วยเหตุผลว่า “ไม่มีเหตุผลอันชัดเจน” (offensichtlich unbegründet)
    ปัจจุบันเซวี๋ย เสี่ยวเหรินถูกควบคุมตัวอยู่ที่ศูนย์เตรียมส่งกลับ (Abschiebehaftanstalt) ในเมืองมิวนิก รัฐบาวาเรีย เขายังมีสิทธิ์ยื่นอุทธรณ์ต่อศาลปกครอง แต่หากการอุทธรณ์ไม่สำเร็จ เขาจะต้องถูกส่งตัวกลับสาธารณรัฐประชาชนจีนภายใน 7 วันนับจากวันที่คำตัดสินมีผลบังคับ
    บทสัมภาษณ์ที่กลายเป็นจุดเปลี่ยน
    เซวี๋ย เสี่ยวเหรินเริ่มเป็นที่รู้จักในวงกว้างเมื่อเดือนมีนาคม 2025 หลังให้สัมภาษณ์กับ ไช่ จิง (柴静) นักข่าวอิสระชาวจีนชื่อดัง จากแนวหน้าใกล้เมืองบัคห์มุต (Bakhmut) ในยูเครน คลิปสัมภาษณ์ดังกล่าวถูกเผยแพร่บน YouTube และมียอดผู้ชมรวมแล้วกว่า 3.4 ล้านครั้ง
    ในการสัมภาษณ์ เขาวิจารณ์การรุกรานยูเครนของรัสเซียอย่างรุนแรง โดยกล่าวว่าสงครามครั้งนี้ “ไม่มีความเป็นมนุษย์ ไม่มีศีลธรรม” และ “ทุกตารางนิ้วของแผ่นดินต้องแลกมาด้วยเลือด” เขายังยอมรับว่าตนเองหลงเชื่อภาพยนตร์โฆษณาชวนเชื่อจากจีน เช่น เรื่อง “Bright Sword” (亮剑) และ “Wolf Warrior” (战狼) จนตัดสินใจเข้าร่วมสงครามอย่างผิดพลาด
    นอกจากนี้ เซวี๋ย เสี่ยวเหรินยังโพสต์คลิปวิดีโอหลายครั้งเตือนเพื่อนร่วมชาติชาวจีนไม่ให้เดินทางไปสมัครเป็นทหารในรัสเซีย โดยระบุว่า “ความเสี่ยงสูง รายได้ต่ำ ทหารหลายคนเสียชีวิตตั้งแต่เดือนแรกก่อนได้รับเงินเดือนเสียอีก”
    หลบหนีจากกองทัพรัสเซีย เดินทางผ่านหลายประเทศก่อนถึงเยอรมนี
    หลังจากบทสัมภาษณ์เผยแพร่ออกไป เซวี๋ย เสี่ยวเหรินถูกกองทัพรัสเซียควบคุมตัวเป็นเวลาประมาณ 1 เดือน ก่อนหลบหนีออกมาและซ่อนตัวอยู่ในดินแดนรัสเซียต่อไปอีกกว่า 1 ปี จากนั้นจึงเสี่ยงเดินทางออกนอกประเทศ ผ่านหลายประเทศ ก่อนเดินทางถึงเยอรมนีในเดือนเมษายน 2026 เพื่อยื่นขอสถานะผู้ลี้ภัย
    ผู้เชี่ยวชาญเตือน อาจเผชิญโทษหนักหากถูกส่งกลับจีน
    ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายจีนเตือนว่า หากเซวี๋ย เสี่ยวเหรินถูกส่งกลับสาธารณรัฐประชาชนจีน เขาอาจต้องเผชิญกับโทษทางอาญารุนแรง เนื่องจากการให้สัมภาษณ์วิจารณ์รัสเซียอย่างเปิดเผยขัดกับท่าทีทางการทูตของจีน ซึ่งสนับสนุนรัสเซียมาตลอดในสงครามครั้งนี้ การกระทำของเขาอาจถูกตีความว่าเป็นการ “ทรยศต่อชาติ” หรือ “บ่อนทำลายความมั่นคง” ในมุมมองของรัฐบาลจีน
    อดีตอาสาสมัครชาวไต้หวันออกหน้ารณรงค์ให้
    พาน เหวินหยาง (潘文扬) อดีตอาสาสมัครชาวไต้หวันที่เคยเข้าร่วมรบเคียงข้างกองทัพยูเครน และเคยให้สัมภาษณ์กับไช่ จิงเช่นเดียวกัน เป็นผู้ที่ออกมาช่วยเหลือเซวี๋ย เสี่ยวเหรินอย่างเปิดเผย โดยพานเคยช่วยพาเขาออกจากรัสเซียไปยังบอสเนีย ก่อนที่เขาจะเดินทางต่อมาถึงเยอรมนี
    ขณะนี้พาน เหวินหยางกำลังร้องขอให้ทางการเยอรมนีพิจารณาคำขอลี้ภัยของเซวี๋ย เสี่ยวเหรินใหม่ พร้อมยืนยันว่าเซวี๋ยเป็น “ทหารรัสเซียเพียงคนเดียวที่กล้าเปิดเผยตัวตนและวิจารณ์สงครามอย่างเปิดเผย” พานยังเปิดเผยด้วยว่าตนเสนอตัวจะเป็นพยานในกระบวนการพิจารณา แต่ทางการเยอรมนีกลับเพิกเฉยต่อข้อเสนอดังกล่าว
    สถานการณ์ล่าสุด
    จนถึงวันที่ 9 พฤษภาคม 2026 ยังไม่มีรายงานความคืบหน้าว่าการอุทธรณ์ของเซวี๋ย เสี่ยวเหรินจะเป็นผลสำเร็จหรือไม่ คดีนี้กำลังเป็นที่จับตามองอย่างกว้างขวางทั้งในวงการสื่อมวลชน นักเคลื่อนไหวด้านสิทธิมนุษยชน และชุมชนผู้ลี้ภัยชาวจีนในต่างประเทศ ในฐานะตัวอย่างคดีที่อาจสะท้อนนโยบายของเยอรมนีต่อผู้ลี้ภัยทางการเมืองชาวจีนในอนาคต

    ที่มา: China.Table (中德通讯/ฉงเต๋อทงซวิ่น), Deutsche Welle (德国之声/เต๋อกั๋วจือเซิง), @whyyoutouzhele (李老师不是你老师/หลี่เหล่าซือปู้ซื่อหนี่เหล่าซือ)

    https://www.facebook.com/share/1Cp57TmHwP/
     
  4. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    231,549
    ค่าพลัง:
    +97,153
    เซี่ยนจง 400 ปีหลังขุนศึกผู้สังหารหมู่เสฉวนตายไป ชื่อของ “จางเสี้ยนจง” กลับมาเป็นคำที่ทำให้พรรคคอมมิวนิสต์จีนหวาดกลัวที่สุด
    ในเครือข่ายโซเชียลจีนช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา มีคำหนึ่งที่ถูกเซ็นเซอร์ลบทิ้งซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่ก็ยังหลุดรอดออกมาทุกครั้งที่เกิดเหตุสะเทือนขวัญ — คำว่า “เซี่ยนจง” (献忠) คำนี้ไม่ใช่ศัพท์วิชาการ ไม่ใช่ชื่อเล่นของใครคนใดในยุคปัจจุบัน แต่เป็นชื่อย่อของ “จางเสี้ยนจง” (张献忠) ขุนศึกกบฏชาวนาในปลายราชวงศ์หมิงที่ประวัติศาสตร์จดจำในฐานะ “ผู้สังหารหมู่เสฉวน” ผู้ฆ่าโดยไม่เลือกหน้า ฆ่าเพื่อฆ่า ฆ่าเพราะรัฐล่มสลายและเขาไม่เห็นใครเป็นมนุษย์อีกต่อไป
    วันนี้ เกือบสี่ร้อยปีหลังจากนั้น ชื่อของเขาถูกชาวเน็ตจีนหยิบกลับมาใช้ใหม่ ในฐานะคำเรียกกลางๆ สำหรับ “ผู้ก่อเหตุโจมตีแบบไม่เลือกเหยื่อ” — ชายคนหนึ่งขับรถพุ่งใส่ฝูงชนในตลาด ผู้หญิงคนหนึ่งเดินถือมีดเข้าไปในโรงเรียนอนุบาล คนงานก่อสร้างคนหนึ่งยืนเผารถตัวเองทิ้งกลางสี่แยก คนขับ Didi คันหนึ่งเหยียบคนข้ามถนนซ้ำๆ เพราะถูกบริษัทเช่ารถยึดมัดจำ ทุกเหตุการณ์เหล่านี้ เน็ตจีนเรียกรวมๆ ว่า “เหตุการณ์เซี่ยนจง” (献忠事件)
    ▶ ทำไมจางเสี้ยนจงในศตวรรษที่ 17 จึงกลับมาในศตวรรษที่ 21?
    จางเสี้ยนจงตัวจริงในประวัติศาสตร์ เกิดในครอบครัวชาวนายากจนที่มณฑลเสิ่นซีเมื่อปี ค.ศ. 1606 เขาเข้ากรมทหารราชวงศ์หมิง ถูกตัดสินประหาร ได้รับการอภัยโทษ แล้วกลับเข้าสู่กระแสกบฏในยุคที่จีนอ่อนแอที่สุด ภัยแล้ง น้ำท่วม และภาษีหนักผลักให้คนจนทั้งแผ่นดินกลายเป็นโจร ปี 1644 เขาบุกเข้ายึดเสฉวน ตั้งราชวงศ์ชื่อ “ต้าซี” สถาปนาตัวเองเป็นจักรพรรดิ และในไม่ช้า ก็เริ่มลงมือสังหารหมู่ประชาชนของตนเอง
    บันทึกของบาทหลวงเยซูอิตชาวยุโรปที่อยู่ในเฉิงตูยุคนั้น เช่น Gabriel de Magalhães และ Lodovico Buglio บรรยายภาพที่สยดสยอง ขุนนางและนักศึกษาชั้นสูงถูกเรียกมาสอบ แล้วถูกฆ่าทั้งหมู่ หูถูกตัดเป็นกอง มือถูกตัดเป็นกอง ใช้คนเป็นเป้าซ้อมยิงธนู ทารกถูกโยนขึ้นฟ้าแล้วใช้ดาบรับ หญิงตั้งครรภ์ถูกผ่าท้องเพื่อทายเพศ เมื่อกองทัพชิงกำลังคืบเข้ามา จางใช้นโยบาย “เผาผลาญ” ไม่ให้ศัตรูเก็บอะไรกลับไปได้
    ก่อนปี 1644 เสฉวนมีประชากรราว 3-5 ล้านคน หลังปี 1661 หลักฐานสำมะโนของราชวงศ์ชิงระบุว่าเหลือชายผู้ใหญ่ในเสฉวนเพียง 16,000 คน รัฐต้องอพยพคนจากหูเป่ยและกวางตุ้งมาถมที่ — กลายเป็นปรากฏการณ์ “หูกวงเติมเสฉวน” (湖广填四川) ที่ทำให้ภาษาเสฉวนปัจจุบันเป็นเพียงสำเนียงแปลงของภาษาหูหนาน
    แม้นักประวัติศาสตร์สมัยใหม่จะเตือนว่าบันทึกราชวงศ์ชิงน่าจะขยายเรื่องเกินจริงเพื่อชอบธรรมการยึดอำนาจ แต่หลักฐานจากพยานชาวยุโรปยืนยันชัดเจนว่า “ความโหดร้ายเกิดขึ้นจริง” และไม่ใช่เพียงโหดร้ายธรรมดา — มันเป็นความโหดร้ายที่เกิดเมื่อรัฐล่มสลาย เมื่ออำนาจไม่ตอบสนอง เมื่อคนเล็กๆ คนหนึ่งคิดว่าตัวเองไม่มีอะไรเหลือให้เสีย และไม่มีใครรอบตัวที่ควรจะรอดด้วย
    ▶ จากปี 2024 ถึง 2026: เซี่ยนจงในจีนแผ่นดินใหญ่ระเบิดต่อเนื่องไม่หยุด
    ตามข้อมูลที่รวบรวมโดย “อาจารย์ลี” (李老师不是你老师 / @whyyoutouzhele) แหล่งข่าวอิสระบนแพลตฟอร์ม X ที่กลายเป็นหน้าต่างหลักของโลกในการมองเห็นจีนที่ถูกเซ็นเซอร์ปิดบัง เหตุการณ์โจมตีแบบไร้เป้าหมายในจีนเพิ่มขึ้น 4-6 เท่าระหว่างปี 2019-2023 และระเบิดหนักในปี 2024 ที่อย่างน้อย 19 คดี ผู้เสียชีวิต 63 ราย บาดเจ็บนับร้อย และยังคงต่อเนื่องตลอดปี 2025-2026
    เหตุการณ์ที่ยังสะท้อนแรงสะเทือนถึงปัจจุบันคือกรณีเมืองจูไห่ (珠海) เมื่อ 11 พฤศจิกายน 2024 ชายวัย 62 ปีขับรถพุ่งชนฝูงคนที่ออกกำลังกายในศูนย์กีฬาเสียชีวิต 35 ราย บาดเจ็บ 43 ราย ตำรวจระบุสาเหตุว่าผู้ก่อเหตุไม่พอใจการแบ่งทรัพย์สินหลังหย่าร้าง ผู้ก่อเหตุถูกตัดสินประหารชีวิตในเวลาต่อมา
    29 มีนาคม 2026 — เหตุการณ์ที่สั่นสะเทือนเซ็นเซอร์ปักกิ่งหนักที่สุด ชายวัย 50 ปีจากมณฑลเหลียวหนิงขับรถตักดินขนาดใหญ่ (鏟車) บุกพังเข้าไปในตลาดนัดเกษตรกร “ต้าหานจี้ต้าจี๋” (大韩继大集) เขตฝางซาน ปักกิ่ง ขับวนเหยียบคนและแผงขายของซ้ำๆ มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 8-13 ราย บาดเจ็บอีกจำนวนมาก พยานเล่าว่าในรถมีกองเอกสารร้องทุกข์หนาเป็นสิบเซนติเมตร เหยื่อระบบที่ยื่นเรื่องไม่มีใครฟัง สุดท้ายเลือกพูดด้วยรถตัก ชาวเน็ตเรียกเหตุการณ์นี้ตรงๆ ว่า “ปักกิ่งเซี่ยนจง” หรือ “ใต้ฝ่าเท้าจักรพรรดิยังเซี่ยนจง” (皇城脚下也献忠)
    1 พฤษภาคม 2026 — ใจกลางย่านธุรกิจ Tianfu ในเฉิงตู ชายวัย 31 ปีนามสกุล “หลี่” ขับเก๋งเล็กพุ่งชนคนข้ามถนนในจังหวะไฟแดงเปลี่ยนเขียว เหยียบขึ้นทางเท้า ถอยกลับลงถนน ชนรถจักรยานยนต์ผู้โดยสารสองคน เสียชีวิต 1 ราย บาดเจ็บ 11 ราย ชาวเน็ตที่เห็นเหตุการณ์เล่าว่าผู้ก่อเหตุเป็นคนขับรถเช่ารับจ้างที่ไม่ได้รายได้ และโกรธบริษัทเช่ารถที่ไม่ยอมคืนเงินมัดจำ
    ▶ เลเยอร์ที่ทำใจรับยากที่สุด — เมื่อเซี่ยนจงเลือก “หน้าโรงเรียนประถม” เป็นสนามรบ
    ในบรรดาเหตุการณ์เซี่ยนจงทั้งหมดที่เกิดขึ้นทั่วจีน รูปแบบที่กระชากความเงียบของสังคมจีนหนักที่สุด คือเมื่อผู้ก่อเหตุเลือกเป้าหมายเป็นเด็ก ๆ ที่กำลังเดินออกจากโรงเรียนตอนเลิกเรียน
    ปี 2025 มีเหตุรถพุ่งชนหน้าโรงเรียนประถมในจีนอย่างน้อย 3 ครั้งใหญ่ ที่ภาพเหตุการณ์รั่วไหลออกมาก่อนที่ทางการจะกวาดล้าง ทั้งสามครั้ง อาจารย์ลี (@whyyoutouzhele) คือคนแรกที่โพสต์วิดีโอและภาพจากผู้เห็นเหตุการณ์ก่อนที่ทุกแพลตฟอร์มในจีนจะลบทิ้ง
    22 เมษายน 2025 เวลาประมาณ 17:45 น. — โรงเรียนประถมซู่เมิ่ง เมืองจินหัว มณฑลเจ้อเจียง (浙江金华苏孟小学) ขณะนักเรียนเลิกเรียน รถเก๋งสีเงินคันหนึ่งพุ่งด้วยความเร็วสูงเข้าใส่กลุ่มเด็กและผู้ปกครองที่กำลังเดินออกจากประตูโรงเรียน วิดีโอที่หลุดออกมาเห็นภาพแถวกระถางดอกไม้ริมทางถูกชนพังราบ พื้นเต็มไปด้วยดิน เด็กๆ สะพายกระเป๋านักเรียนนอนกองอยู่หลายคน บางคนพยายามคลานลุกขึ้น บางคนนิ่งสนิท ผู้ใหญ่คนหนึ่งนอนคว่ำหน้า ใต้ศีรษะมีกองเลือด พยานในที่เกิดเหตุเล่าว่าใต้รถยังมีคนติดอยู่ ชาวบ้านต้องรวมแรงกันยกรถขึ้นเพื่อช่วยคน
    แหล่งข่าววงในที่ให้สัมภาษณ์กับ Epoch Times ระบุว่ามีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 6 ราย ทางการเจรจากับครอบครัวผู้เสียชีวิตด้วย “ค่าทำขวัญด้านมนุษยธรรม” รายละ 200,000 หยวน และห้ามถ่ายภาพศพ ทางการจินหัวไม่เคยออกแถลงการณ์อย่างเป็นทางการเรื่องตัวเลขผู้เสียชีวิต-บาดเจ็บ ขณะที่สื่อจีนที่รายงานข่าวนี้สั้นๆ ใช้คำว่า “อุบัติเหตุจราจร” (车祸) เท่านั้น
    26 มิถุนายน 2025 — โรงเรียนประถมที่ 1 เขตมิยุน กรุงปักกิ่ง (北京密云区第一小学) ที่สี่แยกถนนยู่ฉาย-ตงเหมิน ขณะเลิกเรียน ชายฮั่นวัย 35 ปี (นามสมมติ “ฮั่น”) ขับรถเล็กพุ่งเข้าใส่กลุ่มเด็กและผู้ปกครองที่กำลังข้ามถนนหรือยืนรอไฟแดง รถวิ่งชนคนกระเด็นหลายราย ก่อนกระแทกกำแพงและต้นไม้จึงหยุด อย่างน้อยมีเด็ก 7 คนและผู้ใหญ่ 2 คนได้รับบาดเจ็บ บางแหล่งในเน็ตจีนระบุว่ามีเด็กเสียชีวิต 6 คน วิดีโอที่อาจารย์ลีโพสต์เห็นเด็กๆ นอนกอง กระเป๋านักเรียนและรองเท้ากระจายเกลื่อนถนน ทางการปักกิ่งออกแถลงการณ์เร็ว แต่ใช้แค่คำว่า “ขับรถผิดพลาด” (操作不当) และระบุว่า “อยู่ระหว่างสอบสวน” ปฏิเสธที่จะใช้คำว่า “จงใจ”
    22 ตุลาคม 2025 เวลา 17:29 น. — โรงเรียนประถมฉงชิ่งลู่ เมืองสือเอี้ยน มณฑลหูเป่ย (湖北十堰市重庆路小学) ที่สี่แยกถนนเหวินซิ่ว-ซานตง ขณะนักเรียนเลิกเรียน รถ BYD Qin สีขาว ทะเบียน “鄂C·F66780” ขับโดยชายวัย 48 ปีนามสกุล “เฉิน” จู่ๆ ก็แซงคันหน้าฝ่าไฟแดง พุ่งทะลุเข้าใส่ “เกาะกลางถนน” ซึ่งเด็กและผู้ปกครองยืนรออยู่เต็ม เด็กถูกชนกระเด็นหลายเมตรขึ้นไปกลางอากาศ — รองเท้าเด็กหนึ่งคู่ติดอยู่บนกระจกหน้ารถ พยานเล่าว่ารถไม่ได้เบรก ไม่ได้บีบแตร ไม่ได้เปิดไฟเลี้ยว และเร่งความเร็วเพิ่มขึ้นขณะพุ่งใส่ฝูงคน ชาวบ้านในที่เกิดเหตุประเมินว่ามีคนถูกชนกว่า 20-30 ราย
    จุดที่เพิ่มความหนักของเหตุการณ์นี้คือ มันเกิดขึ้นในช่วงที่พรรคคอมมิวนิสต์จีนกำลังประชุม “การประชุมคณะกรรมการกลางพรรคชุดที่ 20 ครั้งที่ 4” (四中全会) — ช่วงเวลาที่อ่อนไหวทางการเมืองที่สุดของปี
    ทางการเงียบไป 3 วัน ก่อนที่ในวันที่ 25 ตุลาคม สำนักงานความมั่นคงเมาเจี้ยนของสือเอี้ยนจะออกแถลงการณ์ระบุว่า เฉินถูกตั้งข้อหา “ใช้วิธีการอันตรายทำร้ายความปลอดภัยสาธารณะ” (以危险方法危害公共安全) มีผู้เสียชีวิต 1 ราย บาดเจ็บสาหัส 4 ราย บาดเจ็บเล็กน้อยอีกหลายคน — ตัวเลขที่ผู้ปกครองและพยานในพื้นที่ปฏิเสธโดยสิ้นเชิง บอกว่าน้อยเกินจริง วิดีโอ การโพสต์ และกลุ่มแชทผู้ปกครองถูกลบและสั่งห้ามคุยทันที พื้นที่เกิดเหตุถูกล้อมและห้ามถ่ายรูป
    เน็ตจีนตอบคำถามให้ทางการเองว่า “เซี่ยนจงในยุคพรรคคอมมิวนิสต์ปลายอายุขัย ไร้ที่สิ้นสุด ชนชั้นล่างทำร้ายกันเอง — ต้นตอทั้งหมดอยู่ที่พรรคคอมมิวนิสต์จีน”
    นี่ไม่ใช่ “อุบัติเหตุ” — นี่คือสิ่งที่นักวิเคราะห์เรียกว่า “底层互害” (ผู้อ่อนแอทำร้ายกันเอง) เมื่อระบบไม่มีทางออกให้คนชั้นล่าง คนชั้นล่างก็เลือกทำร้ายคนชั้นล่างคนอื่น เพราะนั่นคือเป้าที่เข้าถึงได้ง่ายที่สุดในชีวิตประจำวัน — เด็กของพ่อแม่อีกคนหนึ่ง ลูกค้าของร้านไก่ทอดอีกร้านหนึ่ง คนเดินถนนคนต่อไป
    “เซี่ยนจง” ไม่ใช่อุดมการณ์ ไม่ใช่ขบวนการ ไม่ใช่กลุ่มที่จะถูกจับกุมหรือถูกเจรจาด้วย — มันเป็นภาพสะท้อนของระบบที่ล้มเหลวในการเป็นที่พึ่งให้คนชั้นล่าง เมื่อโรงงานปิด อสังหาฯ ถล่ม หนี้สินบาน ระบบยุติธรรมไม่ฟังเสียง ระบบร้องเรียน (信访) เป็นเพียงพิธีกรรม คนที่ “อยู่ไม่ได้” ก็เริ่มหันมาทำให้คนอื่นอยู่ไม่ได้ด้วย
    ปลายปี 2025 มีบล็อกเกอร์จีนคนหนึ่งโพสต์ “คู่มือป้องกันเซี่ยนจงฉบับสมบูรณ์” (《完全防止张献忠手册》) ที่แบ่งวิธีการก่อเหตุของผู้เซี่ยนจงเป็น 3 รูปแบบหลัก: หนึ่ง “พุ่งชนแบบโบว์ลิ่ง” คือขับรถความเร็วสูงเข้าไปในฝูงชน, สอง “ดาบเงียบ” คือมีดสั้นซ่อนในเสื้อ ใช้เวลาตอบสนองสั้นมาก, สาม “เผาแบบล้างเชื้อ” คือจุดไฟในที่ปิด สูญเสียมากที่สุด คู่มือฉบับนี้ถูกลบจากอินเทอร์เน็ตจีนภายในไม่ถึง 24 ชั่วโมง บัญชีถูกระงับถาวร
    ปักกิ่งกลัวคำนี้ เพราะมันแฉความจริงที่พรรคไม่ต้องการให้คนพูด ว่ารัฐที่สอดแนมประชาชนที่หนักสุดในประวัติศาสตร์มนุษยชาติ ที่มีกล้องวงจรปิดทุกหัวมุมและระบบ AI สอดส่องประชาชนตลอดเวลา ไม่สามารถให้ความปลอดภัยพื้นฐานกับพลเมืองของตัวเองได้แม้แต่ในตลาดธรรมดา ใต้ฝ่าเท้าของจงหนานไห่ และไม่สามารถปกป้องเด็กที่กำลังเดินออกจากโรงเรียนได้
    ▶ และแล้ว เซี่ยนจง ก็ข้ามทะเล
    นี่คือคำถามที่แอดมิน หยิบขึ้นมาในสัปดาห์นี้ และเป็นคำถามที่สังคมไทยควรเริ่มถามตัวเองอย่างจริงจัง
    25 เมษายน 2026 เวลา 21:00 น. ที่ปั๊มน้ำมันบางจาก สาขาซอยสุขุมวิท 62 เขตพระโขนง กรุงเทพฯ ชายชาวจีนวัย 36 ปีนามว่า “เชน” ขับรถยนต์ BMW M5 สีบรอนซ์เทา ทะเบียน 3 ขฐ 8800 กรุงเทพมหานคร เร่งเครื่องแซงคิวเติมน้ำมัน ก่อนรถเสียหลักพุ่งทะลุประตูกระจกร้านไก่ทอด KFC ภายในปั๊ม ไถลตรงไปหยุดที่เคาน์เตอร์ของร้าน ทำให้กระจกแตกทั้งบาน ทรัพย์สินภายในร้านเสียหายกว่า 70%
    ผลคือ มีผู้บาดเจ็บรวม 12 ราย เป็นชาย 6 ราย หญิง 6 ราย ประกอบด้วยลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการ 5 ราย พนักงานร้าน 4 ราย และไรเดอร์ส่งอาหาร 2 ราย หนึ่งในไรเดอร์ถูกรถอัดติดกับโต๊ะรับประทานอาหาร อาสาสมัครกู้ภัยต้องใช้เครื่องตัดถ่างเข้าช่วยเหลือ พนักงานหญิงคนหนึ่งของร้านถูกน้ำมันร้อนลวกอาการค่อนข้างหนัก
    ผลการตรวจวัดแอลกอฮอล์ของผู้ขับ — เป็น 0 เชนอ้างกับตำรวจว่าเบรกรถไม่ทำงาน พยายามเบรกแล้วแต่รถไม่หยุด อ้างว่าเข้ามาเรียนในประเทศไทยและซื้อรถคันนี้ตั้งแต่เดือนมกราคม 2568 ตำรวจส่งตัวไปโรงพยาบาลกล้วยน้ำไทเพื่อตรวจหาแอลกอฮอล์และสารเสพติดในเลือด พร้อมเตรียมแจ้งข้อหาขับรถประมาทเป็นเหตุให้ทรัพย์สินเสียหายและทำให้ผู้อื่นได้รับอันตราย
    เหตุการณ์นี้ ในมุมมองของแอดมิน สงสัยว่าไม่ใช่อุบัติเหตุธรรมดา — มันคือ “เซี่ยนจงที่เดินทางมาถึงไทย” รูปแบบเดียวกับที่เกิดในจูไห่ เฉิงตู สือเอี้ยน เพียงแต่เปลี่ยนสนามจากจีนเป็นกรุงเทพฯ และเปลี่ยนเป้าจากนักออกกำลังกายและเด็กนักเรียน เป็นพนักงานร้านไก่ทอดและไรเดอร์ส่งอาหาร
    แล้วเมื่อวานนี้ — 8 พฤษภาคม 2026 — สิ่งที่เกิดขึ้นในพัทยา
    ▶ คดีอาวุธสงครามและเสื้อกั๊ก C4 ที่บ้านพักคนจีน ห้วยใหญ่ บางละมุง
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2026 เวลาประมาณ 18:00 น. พล.ต.ต.พงษ์พันธ์ วงศ์มณีเทศ ผบก.ภ.จว.ชลบุรี พร้อมชุดสืบสวนกองบังคับการสืบสวนสอบสวน, ตม.3, ตม.ชลบุรี และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.หนองปรือ และ สภ.ห้วยใหญ่ ได้บุกค้นบ้านเลขที่ 45/90 หมู่บ้าน เดอะ เมเปิ้ล วิลเลจ หมู่ 2 ต.ห้วยใหญ่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี
    จุดเริ่มต้นของปฏิบัติการคืออุบัติเหตุรถเก๋งเล็กๆ ที่ ต.หนองปรือ ผู้ขับเป็นชายชาวจีน ชื่อ Mr. Mingchen Sun อายุ 31 ปี ถือพาสปอร์ตจีน และ “บัตรประชาชนสีชมพู” (บัตรคนต่างด้าวที่ได้รับสิทธิอาศัยในไทย) มีหญิงชาวไต้หวัน Ma Yu-Hsin อายุ 33 ปี นั่งมาในรถด้วย เมื่อตำรวจค้นรถ พบอาวุธผิดกฎหมาย จึงขอหมายค้นบ้านพักของผู้ต้องหา
    สิ่งที่เจอในบ้านหลังนั้น คือคลังอาวุธยุทโธปกรณ์ที่มีระดับใกล้เคียงกองพลทหาร — ไม่ใช่บ้านธรรมดา
    รายการของกลางที่ตำรวจยึดได้ มีดังนี้:
    ระเบิด C4 จำนวน 4 ก้อน (น้ำหนักก้อนละประมาณ 1 กิโลกรัม) พร้อม C4 หลวมๆ เพิ่มเติม, ลูกระเบิดสะเก็ด M67 หลายลูก, ระเบิดมือ K75 ที่ถูกดัดแปลง 1 ลูก, ปืนเล็กยาว M4 จำนวน 1 กระบอก, กระสุนขนาด 5.56 มม. หลายร้อยนัด รวมถึงกระสุน M193 Ball ที่มีตรา “LOT RTA” จากโรงงานวัตถุระเบิดทหารบกของกองทัพบกไทย, ทุ่นระเบิดแบบ “ฝักข้าวโพด” (Booby trap) จำนวน 4 ลูก, ตัวจุดชนวน 3 ตัว, ระเบิดมือรวมประมาณ 10 ลูก, และตัวจุดชนวนรีโมท
    แต่ของกลางชิ้นที่เจ้าหน้าที่ระบุว่า “น่าตกใจที่สุด” คือเสื้อเกราะกันกระสุนที่ถูกประกอบเข้ากับ C4 และระบบจุดชนวนพร้อมใช้งาน — ลักษณะตรงกับ “เสื้อกั๊กระเบิดพลีชีพ” (Suicide Vest) ตำรวจจึงสั่งกั้นพื้นที่รัศมี 100 เมตร อพยพประชาชนในละแวก และเรียกหน่วย EOD เก็บกู้
    เมื่อตรวจโทรศัพท์มือถือของ Mingchen Sun เจ้าหน้าที่พบสิ่งที่น่ากังวลยิ่งกว่า — วิดีโอที่เขาฝึกใช้อาวุธปืนและขว้างระเบิดร่วมกับทหารกัมพูชาที่ค่ายฝึกหน่วยรบพิเศษ BHQ 911 (ค่ายฝึกหน่วยอารักขานายกรัฐมนตรีฮุน เซน) และที่สั่นสะเทือนยุคสมัยที่สุด — ประวัติการสนทนากับ ChatGPT ที่เขาถามเรื่องการก่อเหตุก่อการร้ายในสถานที่สำคัญ และพลังทำลายล้างของระเบิด C4
    ในการสอบสวนเบื้องต้น ผู้ต้องหาให้การว่า เคยเปิดร้านขายเหล้าในกัมพูชา ก่อนย้ายมาไทยเพราะปัญหาชายแดน เขาอ้างว่าซื้ออาวุธและวัตถุระเบิดผ่านกลุ่ม LINE ลับ รับของที่ จ.ระยอง โดย “ตั้งใจจะใช้ก่อเหตุระเบิดฆ่าตัวตายในที่สาธารณะคนเดียว เนื่องจากภาวะซึมเศร้า” เขาปฏิเสธว่าไม่มีแรงจูงใจก่อการร้ายและไม่ได้สังกัดกลุ่มก่อการร้ายใดๆ — แต่ตำรวจยังคงสืบสวนเรื่องนี้อยู่
    นอกจากนี้ ในบ้านยังพบกับดัก Booby trap แบบใช้สายเอ็นยึดสลักระเบิดมือ — เทคนิคที่มักเห็นเฉพาะในภาพยนตร์แอ็คชั่นและในสนามรบจริง
    ในวันที่ 9 พฤษภาคม ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ของไทย สั่งเปิดการสอบสวนเชิงลึกกรณีนี้ในระดับ “ความมั่นคงแห่งชาติ” — ซึ่งสะท้อนว่ารัฐไทยเองก็ตระหนักแล้วว่านี่ไม่ใช่คดีอาชญากรรมข้ามชาติแบบทั่วไป
    ▶ จุดที่หลายคนยังไม่ได้ตระหนัก
    ลองอ่านคำให้การของ Mingchen Sun อีกครั้ง — “ตั้งใจจะใช้ระเบิดฆ่าตัวตายในที่สาธารณะคนเดียว เนื่องจากภาวะซึมเศร้า”
    ถ้าเปลี่ยนสำเนียงเป็นจีนกลาง คำพูดนี้ตรงตัวกับสิ่งที่ “ฝานโม่ว” คนขับรถพุ่งชนที่จูไห่บอกตำรวจ ตรงตัวกับสิ่งที่ “หลี่โหม่ว” คนขับรถเฉิงตูบอก ตรงตัวกับสิ่งที่ “เฉินโม่ว” คนขับ BYD ที่หน้าโรงเรียนสือเอี้ยนบอก ตรงตัวกับคำให้การของผู้ก่อเหตุเซี่ยนจงที่อาจารย์ลีบันทึกไว้นับร้อยรายในจีนช่วงสองปีที่ผ่านมา
    ความแตกต่างเดียวคือ — ในจีน เซี่ยนจงใช้รถตัก ใช้รถเก๋งทั่วไป ใช้มีด ใช้ค้อน เพราะการครอบครองอาวุธสงครามแทบเป็นไปไม่ได้ในระบบควบคุมแบบจีน
    แต่ในไทย Mingchen Sun สามารถสะสม C4 จำนวน 5+ กิโลกรัม ระเบิดมือ 10 ลูก ปืน M4 และทุ่นระเบิดได้โดยไม่มีใครรู้ — ในหมู่บ้านจัดสรรย่านห้วยใหญ่ ห่างจากชายหาดพัทยาไม่ถึง 20 กิโลเมตร และห่างจากโรงเรียนนานาชาติในย่านนั้นยิ่งใกล้กว่านั้น

    — — —
    ที่มา: The Pattaya News (8 พ.ค. 2026), เดลินิวส์ (25-27 เม.ย. 2026), Wikipedia EN/ZH (张献忠 / 献忠事件 / 2026 Beijing ramming attack), China Digital Times (献忠学 / 水瓶纪元 — 国产电动车撞向十堰重庆路小学), RFA Mandarin (浙江金华苏孟小学 / 中国透视 — 当代张献忠现象), Epoch Times (浙江汽车撞人案 / 四中全会期间湖北爆车撞小学生惨案), New Tang Dynasty TV, People News (Chengdu hit-and-run), 新浪财经 — 十堰警情通报, Voice of America (China mass attacks censorship), บันทึกของ Gabriel de Magalhães และ Lodovico Buglio, 《蜀碧》, 《明史》, อาจารย์ลีไม่ใช่อาจารย์ของคุณ (李老师不是你老师 / @whyyoutouzhele)

    https://www.facebook.com/share/p/1Y5c1NdeNv/
     
  5. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    231,549
    ค่าพลัง:
    +97,153
  6. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    231,549
    ค่าพลัง:
    +97,153
    “บล็อกเกอร์ปูตินผู้ทรยศ” หลังออกจากโรงพยาบาลจิตเวช 30 วัน เพราะถูกปูตินสั่งขัง ลั่นจะสู้ต่อ ตั้งเป้าโค่นปูติน เป็น “ภารกิจตลอดชีวิต”

    อิลยา เรเมสโล อดีตทนายฝ่ายเครมลินผู้พลิกขั้วโจมตีปูติน ออกจากโรงพยาบาลจิตเวชในเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กแล้ว ยืนยันถูกบังคับส่งรักษาเพราะวิพากษ์ผู้นำรัสเซีย ประกาศจะอยู่ในรัสเซียและเดินหน้ารณรงค์ต่อต้านปูตินต่อ
    จาก “ผู้ภักดี” สู่ “ผู้ทรยศ” ในชั่วข้ามคืน
    อิลยา เรเมสโล (Ilya Remeslo) ทนายความและบล็อกเกอร์ชื่อดังที่เคยเป็นกระบอกเสียงสนับสนุนเครมลินอย่างแข็งขัน ได้ออกจากโรงพยาบาลจิตเวชในเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กแล้ว หลังถูกส่งตัวเข้ารับการรักษาเป็นเวลา 30 วัน โดยเขายืนยันว่าถูกรัฐบาลบังคับส่งตัวเข้ารักษา เนื่องจากออกมาวิพากษ์ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน อย่างเปิดเผย
    เรเมสโล วัย 42 ปี เคยสร้างชื่อเสียงในฐานะทนายฝ่ายโปรเครมลิน โดยมุ่งโจมตีนักวิจารณ์ปูตินมาอย่างยาวนาน โดยเฉพาะอเล็กเซย์ นาวาลนี อดีตผู้นำฝ่ายค้านที่เสียชีวิตไปแล้ว เรเมสโลเคยกล่าวหาว่านาวาลนียักยอกเงินบริจาค และอ้างในปี 2020 ว่าคำร้องของเขาเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้พนักงานสอบสวนเปิดคดีอาญาฉ้อโกงต่อนาวาลนี
    โพสต์ “5 เหตุผลที่ผมเลิกสนับสนุนปูติน” จุดชนวนเรื่อง
    ในวันที่ 17 มีนาคม 2026 เรเมสโลได้สร้างความตกตะลึงให้ทั้งฝ่ายสนับสนุนและฝ่ายต่อต้านเครมลิน เมื่อโพสต์บทความยาวบน Telegram ในชื่อ “5 เหตุผลที่ผมเลิกสนับสนุนวลาดิเมียร์ ปูติน” โดยระบุว่าปูติน “ต้องลาออกและถูกนำตัวขึ้นพิจารณาคดีในฐานะอาชญากรสงครามและโจร”
    ในโพสต์ดังกล่าว เขาได้กล่าวหาปูตินว่าก่อ “สงครามที่สิ้นหวัง” ในยูเครน เรียกผู้นำรัสเซียว่าเป็น “ประธานาธิบดีที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย” และเรียกร้องให้ลาออกทันที พร้อมรับผิดในข้อหา “อาชญากรสงครามและโจร” เขายังโจมตีว่าสงครามที่ในตอนแรกถูกเรียกว่า “ปฏิบัติการพิเศษ” ขณะนี้ก่อให้เกิดความสูญเสียระหว่าง 1-2 ล้านคน
    นอกจากนี้ เรเมสโลยังระบุว่าตนเคยสนับสนุนการผนวกไครเมียในปี 2014 เพราะแทบไม่มีการนองเลือด แต่ความเป็นจริงในยูเครนกลับกลายเป็นความขัดแย้งนองเลือดที่ยืดเยื้อ การหลอกลวงทหารตามสัญญา และสงครามที่มองไม่เห็นจุดสิ้นสุด “นี่คือสงครามที่สิ้นหวัง อาจจะยืดเยื้อต่ออีก 5 ถึง 10 ปี พวกคุณพร้อมหรือยัง?” เขาตั้งคำถาม
    หายตัวลึกลับ ก่อนถูกส่งโรงพยาบาลจิตเวช
    หลังจากให้สัมภาษณ์สื่อตะวันตกหลายสำนัก เรเมสโลก็เงียบหายไปอย่างผิดปกติ จากนั้นในวันที่ 19 มีนาคม สำนักข่าว Fontanka ของเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กรายงานว่า เรเมสโลถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลจิตเวชสควอร์ตซอฟ-สเตปานอฟแห่งที่ 3 (Skvortsov-Stepanov Psychiatric Hospital No. 3) โดยแหล่งข่าวที่ไม่เปิดเผยตัวระบุว่ามีรถพยาบาลถูกเรียกไปยังบ้านของเขาก่อนถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล
    ตามรายงานของ Telegram ช่อง Baza เรเมสโลถูกส่งตัวไปยังหอผู้ป่วยที่ 16 ของโรงพยาบาล ซึ่งเป็นหน่วยที่เชี่ยวชาญด้านอาการโรคจิตเฉียบพลันครั้งแรกในผู้ป่วยชาย กรณีนี้ทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางว่าเป็นการใช้ “จิตเวชเพื่อลงโทษ” (punitive psychiatry) ซึ่งเป็นยุทธวิธีที่เคยใช้กดขี่ผู้เห็นต่างในยุคโซเวียต
    ออกจากโรงพยาบาลแล้ว ลั่นไม่หยุดสู้
    ในวันที่ 17 เมษายน 2026 ช่อง Telegram ของเรเมสโลได้โพสต์ข้อความว่า “สวัสดีตอนเย็น เพื่อนๆ ที่รัก! วันนี้ผมได้ออกจากหอผู้ป่วยที่ 20 ของโรงพยาบาลสควอร์ตซอฟ-สเตปานอฟ ที่ผมใช้เวลาอยู่ที่นั่น 30 วัน” พร้อมโพสต์ภาพที่คาดว่าเป็นเซลฟี่ของเขา เรเมสโลเขียนต่อว่า “การวิจารณ์เจ้าหน้าที่รัฐระดับสูงอย่างรุนแรงมีราคาที่ต้องจ่าย ขอให้จำไว้” เขายังบรรยายว่าสภาพในโรงพยาบาลนั้น “เลวร้ายมาก แม้เทียบกับเรือนจำ” และระบุว่าเขาไม่ได้รับอนุญาตให้ออกไปข้างนอกเลย
    ตามรายงานของ Washington Post เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคมที่ผ่านมา เรเมสโลซึ่งเพิ่งได้รับอิสรภาพ ได้ให้สัมภาษณ์สื่อต่างประเทศเป็นครั้งแรก โดยยืนยันว่าจะอยู่ในรัสเซียและเดินหน้ารณรงค์ต่อต้านปูตินต่อไป
    “ผมพูดมาตั้งแต่แรกแล้วว่าผมจะไม่หยุด” เขากล่าว “ผมตั้งใจว่านี่จะเป็นภารกิจตลอดชีวิตของผม”
    สะท้อนยุทธวิธีโซเวียตยุคใหม่
    กรณีของเรเมสโลสะท้อนถึงรูปแบบที่ทางการรัสเซียเคยใช้ในยุคโซเวียต เมื่อผู้เห็นต่างทางการเมืองมักถูกส่งเข้าโรงพยาบาลจิตเวชเพื่อทำให้เสียความน่าเชื่อถือ ผู้สังเกตการณ์ระบุว่ากรณีนี้น่าตกใจเป็นพิเศษ เนื่องจากเรเมสโลเคยเป็นผู้สนับสนุนเครมลินอย่างเหนียวแน่น และการพลิกขั้วของเขาเกิดขึ้นในช่วงที่รัฐบาลปูตินกำลังกวาดล้างผู้เห็นต่างอย่างเข้มข้น โดยเฉพาะผู้ที่วิพากษ์การรุกรานยูเครนเต็มรูปแบบที่เริ่มขึ้นเมื่อปี 2022
    ที่มา: 观察者网, Washington Post, RFE/RL, Meduza, Bloomberg, Fontanka (丰坦卡报), @whyyoutouzhele (李老师不是你老师 / “หลี่เหล่าซือ ปู๋ซื่อ หนี่ เหล่าซือ”)

    https://www.facebook.com/share/p/1EARTJGMma/
     
  7. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    231,549
    ค่าพลัง:
    +97,153
    เกือบเป็น “จาง เซี่ยนจง” แล้ว ถ้ารถไม่คว่ำคงเป็นข่าวระดับโลกแน่งานนี้ 
    FB_IMG_1778302428545.jpg
    “เซี่ยนจง” (献忠) คือคำสแลงจีนที่ใช้เรียกพฤติกรรมก่อเหตุรุนแรงแบบสิ้นหวัง ระบายแค้นต่อสังคมหรือคนไม่เกี่ยวข้อง มาจากชื่อจาง เซี่ยนจง ผู้นำกบฏปลายราชวงศ์หมิงที่มีภาพจำเรื่องความโหดร้าย ในจีนยุคปัจจุบัน คำนี้มักใช้กับเหตุแทงคน ขับรถชนคน หรือวางเพลิงหลังผู้ก่อเหตุรู้สึกถูกกดดัน เช่น ตกงาน ถูกเบี้ยวค่าแรง หรือไม่มีทางร้องเรียน แต่ต้องแยกให้ชัดว่า การเข้าใจสาเหตุไม่ใช่การให้อภัย หากผู้ก่อเหตุทำร้ายคนบริสุทธิ์ เขาคืออาชญากร ไม่ใช่วีรบุรุษ ข่าวแบบนี้จึงควรชี้ทั้งปัญหาระบบแรงงานและประณามความรุนแรงที่ลากคนไม่เกี่ยวข้องมาตายแทน.

    https://www.facebook.com/share/p/1CUzqkFLhu/
     
  8. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    231,549
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ภาพถ่ายดาวเทียมเผยคราบน้ำมันขนาดใหญ่ใกล้เกาะคาร์ก ศูนย์กลางส่งออกน้ำมันหลักของอิหร่าน ท่ามกลางการปิดล้อมที่ยังตึงเครียด
    FB_IMG_1778302567167.jpg
    รายงานว่า ภาพถ่ายจากดาวเทียมระหว่างวันที่ 6-8 พฤษภาคม 2026 ตรวจพบคราบลักษณะคล้ายน้ำมันขนาดใหญ่ในทะเลบริเวณด้านตะวันตกของเกาะคาร์ก (Kharg Island) ซึ่งเป็นศูนย์กลางการส่งออกน้ำมันที่สำคัญที่สุดของอิหร่าน โดยผู้เชี่ยวชาญประเมินว่าคราบดังกล่าวมีพื้นที่ราว 45 ตารางกิโลเมตร ถือเป็นหนึ่งในเหตุการณ์รั่วไหลครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่สงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอลกับอิหร่านปะทุขึ้นเมื่อกว่า 70 วันก่อน

    ข้อมูลจากดาวเทียม Copernicus Sentinel-1, Sentinel-2 และ Sentinel-3 ของยุโรป แสดงให้เห็นคราบสีเทาและสีขาวกระจายตัวในทะเลใกล้เกาะ โดย Leon Moreland นักวิจัยจากองค์กร Conflict and Environment Observatory ระบุว่า ลักษณะของคราบ “สอดคล้องกับน้ำมันดิบ” อย่างมาก แม้ยังไม่สามารถยืนยันแหล่งที่มาที่แน่ชัดได้ก็ตาม

    ด้าน Louis Goddard ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัทวิเคราะห์ข้อมูล Data Desk ซึ่งติดตามตลาดพลังงานและสิ่งแวดล้อม เห็นตรงกันว่าภาพถ่ายดังกล่าวมีความเป็นไปได้สูงว่าจะเป็นคราบน้ำมันจริง และอาจเป็นคราบขนาดใหญ่ที่สุดในภูมิภาคนับตั้งแต่ความขัดแย้งเริ่มต้นขึ้น

    เกาะคาร์กถือเป็นหัวใจสำคัญของอุตสาหกรรมน้ำมันอิหร่าน เพราะรองรับการส่งออกน้ำมันมากถึงประมาณ 90% ของประเทศ โดยน้ำมันส่วนใหญ่ถูกส่งไปยังจีน นอกจากนี้เกาะแห่งนี้ยังมีคลังเก็บน้ำมันขนาดใหญ่และท่าเทียบเรือสำหรับซูเปอร์แทงเกอร์จำนวนมาก ทำให้มีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์อย่างยิ่งต่อเศรษฐกิจอิหร่าน

    เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในขณะที่ระบอบการปกครองอิสลามไม่สามารถส่งออกน้ำมันได้มากขึ้นเนื่องจากการปิดล้อมจากสหรัฐที่กำลังดำเนินอยู่ และมีรายงานว่าขาดความจุในการเก็บรักษาที่เพียงพอ ทำให้เกิดความเสี่ยงวิกฤตน้ำมันล้นคลัง และการรั่วไหลที่ชัดเจนนี้ก่อให้เกิดการปนเปื้อนทางสิ่งแวดล้อมอย่างรุนแรง ซึ่งเป็นภัยคุกคามครั้งใหญ่ต่อระบบนิเวศและสิ่งมีชีวิตในทะเลของอ่าวเปอร์เซีย

    https://www.facebook.com/share/p/1DZksAqAiU/
     
  9. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    231,549
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ▪️จีนเลx ! จะมาก่อจลาจลที่ไทย ชายชาวจีนถูกจับที่ชลบุรี พร้อมรxเบิx-อxวุx ตร. พบคลิปฝึกกับทหารเขมรในค่าย BHQ ค่ะ #เขมร #BHQ

    ▪️สองชาวจีนซุกรxเบิxซีโฟร์ หวังก่อการร้ายพลีชีx ที่พัทยา เดชะบุญรถคว่ำระหว่างทางก่อนถูกรวบ

    ▪️เกิดอุบัติเหตุรถเก๋ง พลิกคว่ำเอง ที่ถนนเลียบทางรถไฟพัทยา ต.ห้วยใหญ่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี คาด
    ว่าถนนลื่น

    ▪️พบชายหญิงชาวจีน 2 คน คือน.ส.ม่า ยู่ ฮชิน และนายซัน หมิงเฉิน วัย 31 จึงตรวจสอบภายในรถ พบ อxวุธปืxพกสั้นอยู่ในรถ

    ▪️พอได้ไปค้นที่บ้านพักเท่านั้นแหละก็พบของกลางจำนวนมาก ประกอบด้วย ปืx M4 จำนวน 2 กระบอก แม๊กกาซีนบรรจุเต็มจำนวน 13 แม๊ก ตัวจุด รxเบิx 2 ชิ้น ระเบิดมือ กระสุนปืน และเสื้อเกราะจำนวนมาก

    ▪️ยังไม่พอ พบเสื้อเกราะ 2 ตัว สีดำกับสีน้ำตาลภาย ในมีการบรรจุวัตถุรxเบิx C4 เต็มพิกัด

    ▪️ชายชาวจีนมาจากที่ราบสูง มีถือบัตรต่างด้าวเข้ามาในประเทศไทย มาเช่าบ้านพักอยู่ .ไม่มีอาชีพเป็นหลักแหล่ง ให้การว่าสั่งซื้ออาวุxผ่านโซเชียล และนัดรับของในจังหวัดระยอง อ้างซื้อมาสะสมเพราะความชอบส่วนตัว และจะมาใช้ในการอัตวินิบาตกรรม

    ▪️สำหรับตัวผู้ชายชาวจีน. เข้าประเทศไทยเมื่อวันที่ 28 ม.ค. 2569 ผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองสุวรรณภูมิ ส่วนผู้หญิง เข้ามาเมื่อวันที่ 24 เม.ย. 2569

    ▪️รxเบิx C4 เป็นรxเบิxทางทหารที่มีอานุภาพสูง มักใช้ในภารกิจเฉพาะด้าน เช่น การรบหรือการก่อการร้xx ขณะที่กรxสุxปืนที่พบเป็นขนาด 5.56 มม. แบบ M193 ซึ่งมีเครื่องหมาย LOT RTA ผลิตโดยโรงงานผลิตของกรมสรรพาวุธทหารบก ใช้ในราชการทหาร

    ▪️.... อัพเดตว่า เกาะติดเคส‘หนุ่มจีน‘ถูกจับที่ชลบุรี พร้อมรxเบิx อาวุx ตำรวจ พบคลิปฝึกกับทหารเขมรในค่ายBHQ คาดมีแผนบึ้x #สายลับ ?
    https://www.facebook.com/share/p/1CeXUeAJpX/
     
  10. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    231,549
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ข่าวจริงบอกปลอม ข่าวปลอมบอกจริง #ข่าวสั้นกัมพูชา

    ” กัมพูชายกเครื่อง ยุทธศาสตร์ข่าวสาร สกัดทัพ Fake News ข้ามพรมแดน “
    …………..…………..…………..……………………..………..

    1.- เมื่อรัฐบาลกัมพูชาได้ประกาศยกระดับยุทธศาสตร์ระดับชาติ เพื่อเดินหน้าแคมเปญ " กวาดล้างข่าวปลอม " (Fake News) อย่างเต็มรูปแบบ โดยมีพันธกิจหลักคือการจัดระเบียบโครงสร้างทางความคิดและสร้างมาตรฐานใหม่ในการบริโภคข้อมูลข่าวสารให้แก่สาธารณชน

    …………..…………..…………..……………………..………..

    ▪️ อะไรก็ไทย
    ▪️ ความผิดคนอื่นเท่าภูเขา ความผิดเราเท่าเม็ดทราย
    ▪️ ไม่เชื่อทุกอย่างยกเว้นหมอดู
    ▪️ ธุรกิจครอบครัว

    …………..…………..…………..……………………..………..

    ▪️ อะไรก็ไทย

    2.- ท่ามกลางสภาวะอันย้อนแย้งที่ " ข่าวจริงถูกตีตราเป็นข่าวปลอม ในขณะที่ข่าวปลอมกลับถูกประโคมให้เป็นความจริง " ก่อให้เกิดความสับสนในวงกว้าง โดยสื่อยักษ์ใหญ่ของกัมพูชาอย่าง “ Khmer Times ”

    3.- ได้เผยแพร่รายงานระบุว่า ในปี 2025 เพียงปีเดียว มีการตรวจพบกรณีข่าวปลอมพุ่งสูงเกือบ 4,000 กรณี โดยมีการนำภาพประกอบและเนื้อหาจากสื่อรวมถึงเพจชื่อดังของไทยไปอ้างอิง อาทิ ไทยรัฐออนไลน์, กองทัพบกทันกระแส, วาสนา นาน่วม (Wassana Nanuam), กองทัพภาคที่ 2 และ Army Military Force

    4.- ยุทธศาสตร์การรุกคืบนี้เพื่อการปกป้องพื้นที่ข้อมูลข่าวสาร โดยกระทรวงข่าวสารแห่งราชอาณาจักรกัมพูชา (Ministry of Information, Kingdom of Cambodia) ได้เปิดเผยสถานการณ์ที่น่ากังวลผ่านรายงาน “ สถานะเสรีภาพสื่อในกัมพูชา ” โดยระบุว่าจากจำนวนข่าวปลอมเกือบ 4,000 กรณีนั้น มีกว่า 1,700 กรณีที่มุ่งเน้นการบิดเบือนข้อมูลสถานการณ์บริเวณชายแดน #ไทยกัมพูชา

    5.- ด้วยเหตุนี้ รัฐบาลจึงต้องเร่งดำเนินมาตรการเชิงรุกเพื่อปกป้องความสะอาดบริสุทธิ์ของพื้นที่ข้อมูลข่าวสารผ่านมาตรการที่เข้มงวดและการรณรงค์อย่างต่อเนื่อง
    ยุทธศาสตร์ดังกล่าวเริ่มเห็นผลเป็นรูปธรรมนับตั้งแต่เดือนเมษายนปีที่ผ่านมา ภายใต้แคมเปญ “ Say No to Fake News ” (ร่วมปฏิเสธข่าวปลอม)

    6.- ซึ่งเป็นการบูรณาการความร่วมมือครั้งใหญ่ระหว่างกระทรวงข่าวสารกับหน่วยงานส่วนท้องถิ่นและทุกจังหวัดทั่วประเทศ เพื่อลงพื้นที่จัดกิจกรรมสร้างความตระหนักรู้ในระดับรากหญ้า โดยได้รับแรงสนับสนุนอย่างดีจากทั้งประชาชน เจ้าหน้าที่รัฐ ตลอดจนสื่อมวลชนทั้งภาครัฐและเอกชน ในการผลิตและเผยแพร่เนื้อหาเชิงสร้างสรรค์เพื่อให้ความรู้กว่า 9,000 ชิ้น ซึ่งถูกนำเสนอในหลากหลายรูปแบบ เพื่อสื่อสารให้ประชาชนตระหนักถึงภัยอันตรายและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากข่าวปลอม

    7.- ซึ่งหัวใจสำคัญของโครงการรณรงค์ในครั้งนี้ คือการยกระดับ " ทักษะการรู้เท่าทันสื่อ " เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันทางข้อมูลให้แก่ผู้ใช้งานโซเชียลมีเดียในกัมพูชาที่มีจำนวนกว่า 14 ล้านคน หรือคิดเป็นร้อยละ 78 ของประชากรทั้งหมด โดยมุ่งเน้นไปที่กลุ่มเปราะบาง อย่าง “ กลุ่มเยาวชน ” ซึ่งเป็นประชากรส่วนใหญ่ถึงร้อยละ 66 ของประเทศ เพื่อยับยั้งการแพร่กระจายของข้อมูลเท็จ พร้อมส่งเสริมให้ประชาชนเข้าถึงเนื้อหาที่น่าเชื่อถือและปลอดภัย

    8.- ด้านเจ้าหน้าที่ระดับสูงตั้งข้อสังเกตว่า การให้ความรู้แก่สาธารณชนอย่างต่อเนื่องเป็นกลไกสำคัญที่ช่วยลดทอนผลกระทบจากข่าวปลอม โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่ตึงเครียดข้อพิพาทเกี่ยวกับเหตุการณ์ทางการทหาร การเสริมสร้างความตระหนักรู้ให้ประชาชนรู้จักการคิดวิเคราะห์ ไม่เพียงแต่จะช่วยลดความอ่อนไหวต่อข้อมูลบิดเบือนที่ส่งตรงมาจากต่างประเทศ ที่อาจมีมูลเหตุจูงใจทางการเมืองแฝงอยู่ แต่ยังช่วยสร้างความสามัคคีและความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันในสังคมกัมพูชาให้เข้มแข็งยิ่งขึ้น

    9.- จากสถิติข่าวปลอมเกือบ 4,000 กรณีในปี 2025 สิ่งที่น่ากังวลคือการตรวจพบเนื้อหาที่ถูกสร้างขึ้นโดย ปัญญาประดิษฐ์ (AI) กว่าร้อยละ 50 ของกรณีทั้งหมดเกี่ยวข้องกับประเด็นข้อพิพาทชายแดน การใช้ถ้อยคำที่เป็นพิษ , การหมิ่นประมาทท่านผู้นำประเทศ และการบิดเบือนข้อมูลเพื่อสร้างความสับสนและบั่นทอนความเชื่อมั่นของประชาชน

    10.- และเพื่อให้การสื่อสารเข้าถึงประชาชนอย่างทั่วถึง กระทรวงข่าวสารแห่งราชอาณาจักรกัมพูชาได้ประสานความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับ กระทรวงไปรษณีย์และโทรคมนาคม ในการส่งข้อความให้ความรู้โดยตรงไปยังเลขหมายโทรศัพท์มือถือกว่า 23 ล้านเลขหมายทั่วประเทศ

    11.- นอกจากนี้ ยังมีการใช้แนวทางบริหารจัดการแบบบูรณาการร่วมกับหลายหน่วยงาน รวมถึง กระทรวงมหาดไทย เพื่อร่วมกันตรวจสอบและจัดการความคิดเห็นสาธารณะ ให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมปกป้องสังคมจากแผนการบิดเบือนข้อมูลที่มุ่งหวังสร้างความแตกแยกภายในชาติ

    12.- โดยทางกระทรวงข่าวสารกัมพูชาได้วางรากฐานการป้องกันเชิงรุกผ่าน คณะกรรมการต่อต้านข่าวปลอม (Anti-Fake News Committee) ซึ่งทำหน้าที่เป็นกลไกหลักในการตรวจสอบและชี้แจงข้อเท็จจริงพร้อมทั้งเร่งเผยแพร่ข้อมูลที่ถูกต้องเพื่อหักล้างวาทกรรมอันเป็นเท็จในพื้นที่สาธารณะอย่างทันท่วงที

    13.- Tep Asnarith โฆษกกระทรวงข่าวสารกัมพูชา ได้ระบุถึง

    “ ความสำเร็จของยุทธศาสตร์ในปี 2025 ว่าสามารถสร้างแรงขับเคลื่อนทางสังคมด้วยการระดมสรรพกำลังจากประชาชนหลายล้านคน ให้มาร่วมเป็นเครือข่ายในการเฝ้าระวังและขยายความตระหนักรู้เกี่ยวกับพิษภัยของข้อมูลบิดเบือนไปยังกลุ่มผู้ใช้งานทั้งภายในประเทศและในระดับสากล

    นอกจากนี้ เขายังได้เน้นย้ำว่า ความมุ่งมั่นของกัมพูชาในการเผชิญหน้ากับวิกฤตข่าวปลอมนี้ ได้รับการยอมรับจากหลายประเทศในกลุ่มอาเซียน (ASEAN) ในฐานะต้นแบบระดับภูมิภาคที่ควรค่าแก่การนำไปประยุกต์ใช้ “

    …………..…………..…………..……………………..………..

    ▪️ ความผิดคนอื่นเท่าภูเขา ความผิดเราเท่าเม็ดทราย

    14.- อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางการประกาศสงครามกับข่าวปลอมที่ทางรัฐบาลกัมพูชามักพุ่งเป้าว่ามีต้นตอมาจาก “ ฝั่งไทย ” กลับปรากฏข้อโต้แย้งในเชิงย้อนแย้งที่น่าสนใจว่า “ ฝั่งกัมพูชา ” เองก็อาจเป็นหนึ่งในกลไกที่สร้างความสับสนเสียเอง

    15.- ดังเช่นกรณีล่าสุดกรณีของ “ KBN News ” และ “ Asian Speech ” สื่อชื่อดังในกัมพูชา ที่พยายามนำเสนอข่าวในเชิงตั้งคำถามว่า “ เหตุบังเอิญหรือลางร้าย ” โดยหยิบยกเหตุการณ์ขณะที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินเยือนราชอาณาจักรสวีเดน ระหว่างวันที่ 29 เมษายน – 2 พฤษภาคม 2026

    16.- ตามคำทูลเชิญของสมเด็จพระราชาธิบดีคาร์ลที่ 16 กุสตาฟ เพื่อทรงร่วมพระราชพิธีฉลองวันเฉลิมพระราชสมภพ ณ พระราชวังหลวงกรุงสตอกโฮล์ม ซึ่งตั้งอยู่ใจกลางย่านเมืองเก่ากัมลาสตัน โดยสื่อกัมพูชาทั้งสองสำนักได้สร้างกระแสด้วยการเชื่อมโยงพระราชกรณียกิจครั้งนี้เข้ากับเหตุการณ์เมื่อวันที่ 3 เมษายน 2026 ที่มีการตรวจพบระเบิดมือตกอยู่บนถนนใจกลางเมืองมัลโม (Malmö) เมืองใหญ่ทางตอนใต้ของสวีเดน มาเป็นประเด็นในการสร้างข่าวบิดเบือน

    17.- กรณี " สมเด็จ ฮุน เซน " ได้เผยแพร่ภาพประกอบมิวสิกวิดีโอเพลงปลุกใจอย่าง " หัวใจนักรบกัมพูชา " เพื่อสร้างภาพลักษณ์ " เครื่องบินทิพย์กัมพูชา " มาประกาศศักดาและข่มขวัญประเทศเพื่อนบ้าน

    18.- ซึ่งแท้จริงแล้วเป็นภาพถ่ายขบวน " เครื่องบินลำเลียง C-130 เฮอร์คิวลิส " ของกองทัพอากาศสหรัฐฯ ณ ฐานทัพอากาศเนลลิส รัฐเนวาดา ที่นำมาจากเว็บไซต์ขายภาพระดับโลกอย่าง Alamy โดยมีการลบลายน้ำต้นฉบับออก ก่อนจะใช้วิธี " ตัดแปะ " นำธงชาติกัมพูชามาสวมทับอย่างไม่เนียนตา

    19.- กรณีการแพร่กระจายข่าวปลอมที่ระบุว่า " ไทยใช้อาวุธเคมีโจมตีกัมพูชา " ซึ่งมีจุดเริ่มต้นมาจากท่าทีของหน่วยงานรัฐ โดย “ มาลี โสเจียตา (Mali Socheata) ” โฆษกกระทรวงกลาโหมกัมพูชา ที่ระบุข้อกล่าวหาว่ากองทัพไทยใช้อาวุธเคมีหรือที่รู้จักกันในชื่อ “ ควันพิษสีชมพู ” ที่โจมตีกัมพูชา ส่งผลให้เกิดปฏิกิริยาลูกโซ่บนโลกออนไลน์

    20.- เมื่อกลุ่มอินฟลูเอนเซอร์และเพจชื่อดังของกัมพูชาต่างพากันโหมกระพือข้อมูลดังกล่าวอย่างรวดเร็ว เช่น “ Royal Embassy of Cambodia to the Republic of Bulgaria ” มีการแชร์ภาพเครื่องบินกำลังโปรยสารสีชมพูลงสู่พื้นดินเพื่อสร้างความเข้าใจผิด

    21.- “ เพจ Lambada News ” ระบุว่าการกระทำของทหารไทยเข้าข่าย " อาชญากรรมสงคราม " และละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ ซึ่งโพสต์ดังกล่าวถูกส่งต่อวงกว้างกว่า 1.15 หมื่นครั้ง

    22.- ที่น่าสนใจยิ่งกว่าคือการมีส่วนร่วมของบุคคลระดับสูงอย่าง “ เพชร จันมุนี (Pich Chanmony) ” ภริยาของ“ สมเด็จมหาบวรธิบดี ฮุน มาเนต ” นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ซึ่งเป็นผู้ทรงอิทธิพลบนโลกออนไลน์ที่มีผู้ติดตามกว่า 5.2 แสนคน พร้อมด้วยศิลปินชื่อดังอย่าง “ Chhay Virakyuth ” และ “ Vanilla ”

    23.- ที่ต่างร่วมกันส่งต่อแชร์ภาพจากบัญชีเฟซบุ๊กที่ชื่อ " Chan Daravuth " พร้อมคำอธิบายที่สร้างความตระหนกข้ามพรมแดนว่า " ทหารไทยใช้สารเคมีและแก๊สพิษโจมตีกัมพูชา " ทั้งที่ความจริงกลับสวนทางกับข้อมูลที่ถูกประโคมอย่างสิ้นเชิง จากการตรวจสอบข้อเท็จจริง พบว่าภาพถ่ายเครื่องบินโปรยสารสีแดงที่ถูกนำมากล่าวอ้างนั้น แท้จริงแล้วคือ ภาพเครื่องบินโปรยสารเคมีเพื่อระงับเหตุไฟป่าอีตัน (Eton Fire) ในมลรัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา ซึ่งถูกเผยแพร่โดยสำนักข่าว USA Today เมื่อวันที่ 13 มกราคม 2025

    24.- กรณีเมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2025 กระทรวงมหาดไทยของกัมพูชาได้ออกแถลงการณ์อย่างเป็นทางการเกี่ยวกับผลกระทบจากเหตุปะทะบริเวณชายแดน #ไทยกัมพูชา โดยระบุสถิติว่ามีพลเรือนเสียชีวิตเพิ่มขึ้น 1 ราย และบาดเจ็บอีก 15 ราย ซึ่งหนึ่งในผู้บาดเจ็บถูกระบุว่าได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงจาก " ควันพิษ "

    25.- เพื่อให้ข้อกล่าวหามีน้ำหนัก กระทรวงมหาดไทยกัมพูชาได้เผยแพร่คลิปวิดีโอที่อ้างว่าเป็นหลักฐานขณะกองทัพไทยใช้ " อาวุธเคมี " ในการโจมตี ทว่าเหตุการณ์ดังกล่าวกลับกลายเป็นประเด็นตลกขบขันในระดับสากล เมื่อชาวต่างชาติรายหนึ่งเข้าไปแสดงความคิดเห็นหักล้างในคลิปวิดีโอต้นทางอย่างตรงไปตรงมาว่า

    “ สิ่งที่พวกคุณเห็นคือเครื่องฉีดยาพ่นไล่ยุง ซึ่งเป็นอุปกรณ์พื้นฐานที่ใช้กันทั่วไปในประเทศที่พัฒนาแล้วเท่านั้น ”

    …………..…………..…………..……………………..………..

    ▪️ ไม่เชื่อทุกอย่างยกเว้นหมอดู

    26.- ในขณะที่รัฐบาลกัมพูชาพยายามประกาศกร้าวต่อประชาคมโลกในการทำสงครามกวาดล้างข้อมูลบิดเบือน โดยมักจะกล่าวหาว่าข้อมูลข่าวจากฝั่งไทยคือ " ข่าวปลอม " (Fake News) ที่มุ่งเป้าเพื่อเจตนาทางการเมือง

    27.- แต่ในทางกลับกัน สื่อกระแสหลักที่ทรงอิทธิพลอย่าง “ KBN News ” กลับแสดงให้เห็นถึงมาตรฐานสื่อกัมพูชา ด้วยการหยิบยกคำทำนายเชิงไสยศาสตร์ของ " หมอปลาย พรายกระซิบ " หมอดูชื่อดังชาวไทย มานำเสนอเป็นข่าวใหญ่เพื่อสร้างกระแส

    28.- โดยสื่อกัมพูชาได้รายงานอ้างอิงเนื้อหาจากรายการ " คนดังนั่งเคลียร์ " ทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 8 ของไทย โดยระบุว่า ประเทศไทยกำลังจะเผชิญกับอาเพศครั้งใหญ่ในช่วงเดือนพฤษภาคมที่จะถึงนี้ ที่เรียกว่า" พฤษภามหาวิบัติ " หลังได้รับการแจ้งเตือนจาก “ ท่านยมราช "

    29.- ว่าประเทศไทยจะต้องเผชิญกับวิกฤตเศรษฐกิจที่รุนแรงยิ่งขึ้น รวมถึงมหันตภัยทางธรรมชาติ ทั้งน้ำท่วม อัคคีภัย ตลอดจนความผันผวนของราคาทองคำที่จะพุ่งสูงขึ้นอย่างผิดปกติ สะท้อนเจตนาในการนำเสนอข่าวโดยใช้ความเชื่อส่วนบุคคลมาเป็นเครื่องมือในการโฆษณาชวนเชื่อเพื่อบั่นทอนความเชื่อมั่นต่อเสถียรภาพของประเทศไทย

    หากพิจารณาอย่างถี่ถ้วนผ่านกระบวนการคิดวิเคราะห์ด้วยผลงานที่ผ่านมาของ " หมอปลาย พรายกระซิบ " หมอดูชื่อดังชาวไทย จะพบว่าเคยทำนายเช่นนี้ผ่านรายการ #แฉ ไว้ว่า จะเกิดแผ่นดินไหวใต้น้ำและสึนามิครั้งใหญ่ในจังหวัดที่ขึ้นต้นด้วย " ก.ไก่ " ในในช่วงเดือนกรกฎาคมถึงสิงหาคมปี 2025 แต่ทว่าจนถึงปัจจุบันเหตุการณ์ดังกล่าวก็ไม่เคยเกิดขึ้นจริงตามคำทำนายแต่อย่างใด

    >> https://theactive.thaipbs.or.th/read/disaster-data-province
    >> https://www.facebook.com/share/v/1Ghmukeshg/?mibextid=wwXIfr

    …………..…………..…………..……………………..………..

    ▪️ ธุรกิจครอบครัว

    30.- ด้วยความกังวลเกี่ยวกับการสละอำนาจหลังจากครองอำนาจมานานกว่า 38 ปี ฮุน เซนจึงเปิดฉากสงครามอย่างโหดเหี้ยมต่อสื่อกัมพูชาก่อนการเลือกตั้งรัฐสภาปี 2018 โดยสั่งปิดสถานีวิทยุและหนังสือพิมพ์ กวาดล้างบรรณาธิการข่าว และดำเนินคดีกับนักข่าว ภาคสื่ออิสระได้รับความเสียหายอย่างหนัก

    31.- แม้กระทั่งก่อนที่เขาจะสละอำนาจให้แก่บุตรชาย ฮุน มาเนต์ ในเดือนสิงหาคม 2023 ทำให้ปัจจุบันมีกลุ่มธุรกิจใหญ่ 4 กลุ่มครองส่วนแบ่งตลาดสื่อสารมวลชนในกัมพูชา โดยทั้งหมดบริหารงานโดยเจ้าพ่อสื่อที่มีสายสัมพันธ์ใกล้ชิดกับนายกรัฐมนตรีและครอบครัว

    32.- ตัวอย่างเช่น “ ฮุน มานา ” น้องสาวของ “ ฮุน มาเนต ” นายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นผู้นำอาณาจักรธุรกิจขนาดใหญ่ที่เป็นเจ้าของทั้งหนังสือพิมพ์ นิตยสาร สถานีวิทยุ ช่องโทรทัศน์ และเว็บไซต์ข่าว ซึ่งสื่อทั้งหมดนี้ต่างพร้อมใจทำหน้าที่สรรเสริญผลงานของรัฐบาลอย่างรวดเร็ว

    33.- กระแสการสั่งปิดและล้างบางสื่อในช่วงปี 2017 และ 2018 ได้กลายเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ชาวกัมพูชาสามารถเข้าถึงได้เฉพาะข้อมูลที่ถูกป้อนโดยบริษัทสื่อยักษ์ใหญ่ที่มีความเชื่อมโยงกับตระกูลฮุน รวมถึงจาก“ Fresh News ” สำนักข่าวออนไลน์ที่เป็นเสมือนกระบอกเสียงโฆษณาชวนเชื่อให้กับฝ่ายรัฐบาล

    34.- ภายใต้ความกังวลต่อเสถียรภาพทางการเมืองหลังการกุมบังเหียนมายาวนานกว่า 38 ปี “ ฮุน เซน ” อดีตนายกรัฐมนตรี เมื่อสื่อกระแสหลักถูกปิดกั้นและถูกควบคุม ชาวกัมพูชาจึงหันไปพึ่งพาโลกออนไลน์ผ่านโทรศัพท์มือถือเพื่อแสวงหาข้อมูลที่เป็นอิสระ ทว่าพวกเขายังคงต้องเผชิญกับข้อจำกัดจากอัลกอริทึมของ Facebook แฟนเพจที่มักเอื้อประโยชน์ต่อเนื้อหาที่ได้รับความเห็นชอบจากรัฐบาล

    35.- จนเมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2021 รัฐบาลกัมพูชาลงนามได้ผ่านพระราชกฤษฎีกาในการรวมศูนย์การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตผ่าน " เกตเวย์อินเทอร์เน็ตแห่งชาติ " (National Internet Gateway: NIG ) และเริ่มใช้งานเต็มรูปแบบไปเมื่อปี 2022 ซึ่งจะเป็นจุดผ่านเพียงจุดเดียวสำหรับผู้ใช้งานทั้ง 15 ล้านคนทั่วประเทศ มาตรการนี้ถือเป็นการเพิ่มอำนาจการควบคุมข้อมูลข่าวสารในระดับที่เข้มงวดที่สุด นับตั้งแต่ยุคเผด็จการเขมรแดงเป็นต้นมา

    36.- การรวมศูนย์อำนาจผ่านเกตเวย์อินเทอร์เน็ตแห่งเดียว
    ภายใต้โครงสร้างใหม่นี้ ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต (ISP) ทุกรายจะถูกบังคับให้ส่งต่อข้อมูลการใช้งานทั้งหมดผ่าน " เกตเวย์อินเทอร์เน็ตแห่งชาติ " ซึ่งบริหารจัดการโดยตัวแทนที่ดำเนินงานภายใต้คำสั่งโดยตรงจากรัฐบาล ระบบนี้จะกลายเป็นจุดเชื่อมต่อเพียงหนึ่งเดียว (Single Gateway)

    37.- สำหรับผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตกว่า 14.8 ล้านคนทั่วกัมพูชา ไม่ว่าจะเป็นการเข้าถึงข้อมูลภายในประเทศหรือการสื่อสารกับโลกภายนอกเพื่อ " อำนวยความสะดวกและบริหารจัดการการเชื่อมต่อ "

    38.- ในความเป็นจริงเป็นการเปลี่ยนโฉมหน้าการควบคุมโลกออนไลน์ เพราะระบบนี้จะช่วยให้เจ้าหน้าที่รัฐสามารถเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้งาน และสั่งปิดกั้นเนื้อหาบนอินเทอร์เน็ตได้ทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นเพียงบางส่วนหรือการตัดวงจรข้อมูลทั้งหมด

    39.- ตามมาตรา 6 และ 12 ของพระราชกฤษฎีกาดังกล่าว กระทรวงไปรษณีย์และโทรคมนาคม รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้รับอำนาจเบ็ดเสร็จในการสั่งระงับการเข้าถึงเว็บไซต์หรือข้อมูลใด ๆ ที่ถูกพิจารณาว่าส่งผลกระทบต่อรายได้และความมั่นคงของชาติ , ความสงบเรียบร้อยของสังคม , ศีลธรรม วัฒนธรรม และขนบธรรมเนียมประเพณีอันดีงาม

    40.- นโยบายนี้ยังเปิดช่องให้ภาครัฐสามารถเฝ้าติดตามกิจกรรมออนไลน์ของประชาชนได้อย่างใกล้ชิด โดยผู้ใช้จำเป็นต้องระบุตัวตนอย่างชัดเจนเพื่อเข้าถึงระบบ ส่งผลให้ข้อมูลสำคัญดังต่อไปนี้ตกอยู่ในมือของรัฐ

    ข้อมูลการใช้งานเบราว์เซอร์และประวัติการเข้าชมเว็บไซต์
    หมายเลข IP Address ที่ระบุตำแหน่งและตัวตนของผู้ใช้

    41.- ตามมาตรา 14 ข้อมูลเหล่านี้จะถูกเก็บรักษาไว้โดยผู้ดำเนินการระดับชาติเป็นเวลาอย่างน้อยหนึ่งปี โดยไม่มีการกำหนดเพดานขั้นสูงในการจัดเก็บ ซึ่งอาจนำไปสู่การสะสมข้อมูลมหาศาลเพื่อใช้ในการตรวจสอบย้อนหลังภัยคุกคามต่อความเป็นส่วนตัวและจรรยาบรรณสื่อ

    42.- นอกจากอำนาจเหนือข้อมูลแล้ว รัฐบาลยังถือสิทธิ์ในการเข้าตรวจสอบโครงสร้างพื้นฐานและอุปกรณ์ของผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตได้โดยตรง การทลายกำแพงความเป็นส่วนตัวและละเมิดความลับในการสื่อสารออนไลน์เช่นนี้ ถือเป็น “ ภัยคุกคามที่ร้ายแรงต่อเสรีภาพของสื่อ ”

    43.- โดยเฉพาะผู้สื่อข่าวอิสระที่ต้องทำงานบนความเสี่ยงและจะกลายเป็นอุปสรรคสำคัญที่บั่นทอนความปลอดภัยในการสืบค้นข้อเท็จจริง และปิดกั้นช่องทางการสื่อสารที่เป็นอิสระในท้ายที่สุด

    …………..…………..…………..……………………..………..

    44.- เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้สะท้อนให้เห็นว่า แม้แต่บุคคลระดับชนชั้นนำและผู้มีชื่อเสียงในสังคมกัมพูชา ก็มีส่วนร่วมในการเป็นต้นตอของการผลิตซ้ำ " ข่าวปลอม " ซึ่งพฤติการณ์ดังกล่าวมีความย้อนแย้งกับแคมเปญกวาดล้างข่าวปลอมที่รัฐบาลกัมพูชาพยายามประโคมโฆษณาต่อประชาคมโลกอย่างต่อเนื่อง

    45.- ในอีกด้านหนึ่ง เมื่อความจริงกลายเป็นสิ่งที่ยากจะควบคุม การหันมาควบคุมตัวประชาชนย่อมเป็นหนทางที่ง่ายกว่า แคมเปญนี้จึงถูกแปรสภาพเป็นฉากบังหน้าเพื่อสถาปนากลไกการผูกขาดข้อมูลข่าวสารโดยภาครัฐอย่างเบ็ดเสร็จ

    46.- ภายใต้ระบบที่ความจริงถูกผูกขาดเช่นนี้ เส้นแบ่งระหว่าง " ความจริง " กับ " ข่าวปลอม " จึงไม่ได้ถูกกำหนดด้วยหลักฐาน แต่ถูกขีดเขียนด้วยความพึงพอใจของอำนาจรัฐ ส่งผลให้ " ข่าวจริง " ที่สั่นคลอนเก้าอี้ของรัฐบาลกัมพูชา สามารถถูกเนรมิตให้กลายเป็น " ข่าวปลอม " ได้ในชั่วพริบตาเพียงจากรัฐ ในขณะเดียวกัน " ข่าวปลอม " ก็ทำหน้าที่เป็นฟันเฟืองสำคัญในการประโคมและเชิดชูผลงานสร้างภาพลักษณ์ให้แก่รัฐ ที่รัฐเป็นผู้เขียนขึ้นมาเอง

    …………..…………..…………..……………………..………..
    FB_IMG_1778302764665.jpg FB_IMG_1778302766670.jpg FB_IMG_1778302768770.jpg FB_IMG_1778302770851.jpg FB_IMG_1778302772793.jpg FB_IMG_1778302774884.jpg FB_IMG_1778302777066.jpg FB_IMG_1778302779704.jpg
    ที่มาสื่อกัมพูชา

    https://www.facebook.com/share/v/1B5RKHUHZZ/?mibextid=wwXIfr

    https://www.khmertimeskh.com/501892453/information-ministry-reports-4000-fake-news-cases-in-2025/

    https://www.facebook.com/share/v/1Ch65tKGP1/?mibextid=wwXIfr

    https://www.facebook.com/share/p/17gTRsGFCF/?mibextid=wwXIfr

    https://asianspeech.net/grenade-found-in-malmo-after-thai-king-queen-depart-sweden/

    https://www.facebook.com/share/v/1GqEZeeCZA/?mibextid=wwXIfr

    …………..…………..…………..……………………..………..

    ที่มาข้อมูลอ้างอิง

    https://rsf.org/en/rsf-decries-cambodian-plan-chinese-style-great-firewall

    https://x.com/visegrad24/status/2050215540069650632?s=20

    https://www.facebook.com/share/p/18Vfo75qyy/?mibextid=wwXIfr

    https://www.facebook.com/share/p/1CZTosMUR3/?mibextid=wwXIfr

    https://www.facebook.com/share/p/1X7rVDRjxu/?mibextid=wwXIfr

    https://www.facebook.com/share/1B6UWAthF5/?mibextid=wwXIfr

    https://mgronline.com/cyberbiz/detail/9680000058538

    https://rsf.org/en/country/cambodia

    …………..…………..…………..……………………..………..

    https://www.facebook.com/share/p/1EB2CKFVzs/
     
  11. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    231,549
    ค่าพลัง:
    +97,153
    จนท.เชื่อหนุ่มจีนเตรียมก่อวินาศกรรม พบแชท GPT ปรึกษาวางแผนบึ้ม เจอคลิปฝึกในค่ายองครักษ์พิทักษ์ฮุนเซน
    FB_IMG_1778302863406.jpg
    อ่านข่าวในคอมเมนต์

    จนท.เชื่อหนุ่มจีนเตรียมก่อวินาศกรรม พบแชท GPT ปรึกษาวางแผนบึ้ม เจอคลิปฝึกในค่ายองครักษ์พิทักษ์ฮุนเซน... อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : https://www.matichon.co.th/region/news_5710428

    https://www.facebook.com/share/18os8D3wfg/
     
  12. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    231,549
    ค่าพลัง:
    +97,153
    สหรัฐอเมริกาได้เสนอร่างมติใหม่ต่อ UN เรียกร้องให้อิหร่านยุติการโจมตีและการวางทุ่นระเบิดในบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ

    อย่างไรก็ตาม บรรดานักการทูตกล่าวว่าข้อเสนอดังกล่าวมีแนวโน้มที่จะถูกขัดขวางโดยจีนและรัสเซีย ซึ่งคาดว่าจะใช้สิทธิ์ยับยั้ง (Veto) ในคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ

    ร่างข้อมติดังกล่าวถูกนำเสนอโดยสหรัฐฯ ด้วยสนับสนุนจากกลุ่มประเทศแถบอ่าวอาหรับ ซึ่งรวมถึง บาห์เรน, ซาอุดีอาระเบีย, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์, คูเวต และกาตาร์

    ไมค์ วอลซ์ (Mike Waltz) เอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำสหประชาชาติ ได้กล่าวต่อสื่อมวลชนโดยเตือนว่า ประเทศที่พยายามจะปฏิเสธร่างข้อมตินี้กำลัง "สร้างบรรทัดฐานที่อันตรายอย่างยิ่ง เราต้องถามตัวเองว่า หากประเทศหนึ่งเลือกที่จะคัดค้านข้อเสนอที่เรียบง่ายและตรงไปตรงมาเช่นนี้ พวกเขาต้องการสันติภาพจริงๆ หรือไม่ ?

    ทางด้านอิหร่านได้ปฏิเสธร่างข้อมติดังกล่าวอย่างรุนแรง โดยระบุว่าเป็นร่างที่มีอคติและมีแรงจูงใจทางการเมืองแอบแฝง นอกจากนี้ อิหร่านยังกล่าวว่าสหรัฐฯ ไม่มีสิทธิ์ที่จะเสนอตัวเป็นผู้ปกป้องความปลอดภัยทางทะเล โดยได้ชี้ไปที่การปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐฯ ในภูมิภาคดังกล่าวว่าเป็นตัวอย่าง

    https://www.facebook.com/share/p/1c9SzuAfR2/
     
  13. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    231,549
    ค่าพลัง:
    +97,153
    คูเมืองโบราณ 4 จังหวัด
    บุรีรัมย์ คลองละลมเป็นส่วนหนึ่งของคูเมืองชั้นนอก-ชั้นใน ทางด้านทิศใต้ของเมืองบุรีรัมย์ สร้างในสมัยทวารวดี กรมศิลปากรกำหนดให้เป็นเป็นโบราณสถาน ที่มีอายุประมาณ ๑,๘๐๐ ปี
    . FB_IMG_1778302989530.jpg
    ร้อยเอ็ด ประวัติกำแพงเมืองและคูเมืองร้อยเอ็ด เกี่ยวข้องกับเมืองสาเกตในตำนานอุรังคธาตุ ระบุว่ามีมาก่อน การสร้างพระธาตุพนม (พ.ศ.๘) แต่จากหลักฐานทางโบราณคดีพบร่องรอยการอยู่อาศัยในพื้นที่ตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ตอนปลาย ต่อมาจึงมีการสร้างเมืองร้อยเอ็ดเมื่อราวปี พ.ศ.๑๐๐๐
    .
    เชียงใหม่ กำแพงเมืองเชียงใหม่ หรือ กำแพงเวียงเชียงใหม่ ปัจจุบันหมายถึงกำแพงเมืองชั้นในของเวียงเชียงใหม่ (ในขณะที่กำแพงเมืองชั้นนอกคือแนวกำแพงดิน) สร้างขึ้นพร้อมกับการสถาปนาอาณาจักรล้านนา ในรัชสมัยพญามังราย เพื่อเป็นเมืองหลวงของล้านนา โดยขั้นแรกได้ขุดคูเมืองเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส มีความยาวด้านละประมาณ 1.63 กิโลเมตร และนำดินที่ได้จากการขุดคูเมืองนั้นขึ้นไปถมเป็นแนวกำแพงเมือง
    .
    นครราชสีมา ประตูเมืองนครราชสีมารวมทั้ง กำแพงเมือง และ คูเมือง เป็นสิ่งก่อสร้างที่เป็นสัญลักษณ์หนึ่งของตัวเมืองนครราชสีมา ที่ได้ก่อสร้างขึ้นในสมัยอยุธยา ปัจจุบันมีประตูชุมพลที่ยังคงรูปลักษณ์เดิมอยู่ได้ และนับเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญแห่งหนึ่งของนครราชสีมา

    https://www.facebook.com/share/18wHa21oB1/
     
  14. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    231,549
    ค่าพลัง:
    +97,153
    จีนยืนยันว่าอิหร่านโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันของจีนในช่องแคบฮอร์มุซ
    ****นับเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เริ่มสงคราม ที่เรือบรรทุกน้ำมันของจีนถูกโจมตีในช่องแคบฮอร์มุซบนเรือมีข้อความว่า “เจ้าของและลูกเรือเป็นชาวจีน” จากการโจมตี ทำให้เกิดไฟไหม้บนดาดฟ้าเรือ
    ***หลิน เจียน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน กล่าวในการแถลงข่าวเมื่อวันศุกร์ ยืนยันการโจมตีและระบุว่าไม่มีผู้เสียชีวิต เรือลำดังกล่าวชักธงของหมู่เกาะมาร์แชลล์ แต่มีลูกเรือชาวจีนอยู่บนเรือ ปักกิ่งแสดงความกังวลเกี่ยวกับผลที่ตามมาของความขัดแย้งและเรียกร้องให้ทุกฝ่ายใช้ความยับยั้งชั่งใจ
    ***เรือ JV Innovation ซึ่งเป็นเรือบรรทุกสารเคมีและผลิตภัณฑ์น้ำมันที่เกี่ยวข้องกับบริษัท Tianjin Yuanbo International Shipping ถูกโดรนอิหร่านโจมตีใกล้ช่องแคบฮอร์มุซ ขณะจอดรอการผ่านเหตุการณ์ใกล้ชายฝั่งของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
    ***ก่อนหน้านี้กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลามของอิหร่านได้รายงานว่าได้โจมตีเรือบรรทุกน้ำมันในช่องแคบดังกล่าว
    ***อิหร่านยังคงพยายามแสดงให้เห็นถึงการควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ เพิ่มความเสี่ยงให้กับการขนส่งสินค้าทางทะเล เพื่อรักษาระดับราคาน้ำมันโลกให้สูง และกดดันสหรัฐฯ ให้ยอมอ่อนข้อ
    https://www.facebook.com/share/p/14XAj2z3xQK/
     
  15. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    231,549
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ผมไม่ออก ออกแล้วผมจะเอาอะไรกิน!!

    "ผมรู้สึกเจ็บปวด และมันก็สมควรที่จะรู้สึกเช่นนั้น ซึ่งผมขอรับผิดชอบต่อสิ่งที่เกิดขึ้น วันที่เลวร้ายแบบนี้ไม่ได้ทำให้ความตั้งใจที่จะสร้างการเปลี่ยนแปลงตามสัญญาของผมสั่นคลอน แต่มันยิ่งทำให้ผมมุ่งมั่นมากขึ้นไปอีก"

    เคียร์ สตาร์เมอร์ กล่าวหลังพรรค Labour พ่ายแพ้อย่างย่อยยับในการเลือกตั้งท้องถิ่น

    FB_IMG_1778303081835.jpg FB_IMG_1778303083743.jpg

    https://www.facebook.com/share/p/177YF4vAnx/
     
  16. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    231,549
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ด่วน !! เหนื่อยแน่งานนนี้ !!!!!
    .
    กัมพูชาเปิดแถลงการณ์ 5 หน้าในงานประชุม ที่ ฟิลิปปินส์
    เมื่อวันที่ 7-8.05.69 ที่ผ่านมา โดยในข้อแถลง ดังกล่าวทางเราได้อ่านแล้ว
    มันรู้สึกแปลกขึ้นมาทันที เคารพแต่ไม่ยึดตามกัมพูชาจะยึดตามเอกสารของ
    JBC ที่ไปเซ็นมา
    .
    โดยเอกสารดังกล่าวมีปรากฏ หน้าที่ 2-3 แอดได้วงกลมสีแดงเอาไว้ในเอกสารคำแปล
    .
    อ้างอิงในคอมเม้นและเอกสารจากกระทรวงการต่างประเทศ เขมร พร้อมฉบับจริง
    FB_IMG_1778306931509.jpg FB_IMG_1778306957867.jpg FB_IMG_1778306969576.jpg FB_IMG_1778306980060.jpg FB_IMG_1778306993872.jpg
    #beemnews

    https://www.facebook.com/share/18XsJmCNHX/
     
  17. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    231,549
    ค่าพลัง:
    +97,153
    เรื่องจับคนจีนพร้อมคลังแสงส่วนตัวทั้งปืน ปืนกล ระเบิด หรือแม้แต่เสื้อกั๊กที่เหมือนเสื้อกั๊กพลีชีพนั้นยังไม่ควรเร่งสรุปเร็วเกินไปว่าเป็นคนจีนที่ทำงานให้กัมพูชาและมาก่อวินาศกรรมในประเทศไทย

    อย่างแรกเลยก็คือคนถือพาสปอร์ตกัมพูชาไม่ใช่เรื่องยาก ประเทศนี้ทุกอย่างซื้อง่ายขายคล่อง ยิ่งเป็นคนจีนซึ่งแทบจะเป็นเจ้าอาณานิคมของกัมพูชายิ่งไม่น่าแปลก

    คลิปที่บอกว่าฝึกอาวุธกับ BHQ นั้น อาจจะต้องตรวจสอบกันดี ๆ อีกที เพราะความซื้อง่ายขายคล่องของกัมพูชามันรวมถึงอาวุธ การฝึกอาวุธ หรือทริปท่องเที่ยวเชิงอาวุธด้วย แบบไปค่ายทหาร จ่ายเงินแล้วได้ยิงอาวุธต่าง ๆ ของค่ายทหารก็มีให้เห็นมาก ถือเป็นคอนเทนต์ที่ชาวต่างชาติชอบไปทำถ้าเกี่ยวกับกัมพูชา

    สิ่งที่น่ากังวลมากกว่าก็คือการพบ ChatGPT ที่สอบถามเรื่องการก่อวินาศกรรม อันนั้นเป็นหนึ่งในเครื่องบ่งชี้ว่าเจ้าตัวมีความสนใจและมีแนวโน้มที่จะก่อวินาศกรรม ซึ่งดูจากสิ่งที่เจ้าตัวมีทั้งระเบิด อุปกรณ์ต่าง ๆ และการ Set up มันดูไปไกลกว่าคนชอบปืนและสนใจปืนจริง ๆ มาก

    ดังนั้นตรงนี้ยังขอไม่สรุปว่าคนจีนคนนี้เป็นแค่ Lone Wolf มีความมุ่งหมายจะก่อเหตุคนเดียวหรือเป็นตัวแทนหรือทำงานให้กับกองทัพหรือรัฐบาลต่างประเทศ ต้องสอบสวนให้ชัดเจนต่อไป

    อย่างไรก็ตาม ในเมื่อเรื่องแบบนี้โผล่มาอีกครั้ง TAF ก็จะขอแวะมาเรื่องนี้อีกครั้ง นั่นก็คือการควบคุมปืน

    ปืนเป็นอาวุธที่มีความร้ายแรง ไม่ควรและไม่สามารถให้มีไว้หรือพกพาโดยเสรี ปราศจากการควบคุมได้ การมีกฎหมายควบคุมปืนก็ถือเป็นหนึ่งในเครื่องยืนยันว่า การปล่อยให้คนมีปืนอย่างเสรีเป็นเรื่องที่รัฐยอมรับไม่ได้เพราะความรุนแรงที่เกิดจากปืนมันร้ายแรงกว่าความรุนแรงที่เกิดจากมีด ไม้ หรืออาวุธอย่างอื่นมากนัก

    อย่างไรก็ตาม กฎหมายก็ยังอนุญาตให้คนท่ี่อยากมีปืนหรือจำเป็นต้องมีปืนสามารถมีปืนไว้ในครอบครองได้ ถ้าปฏิบัติตามขั้นตอนกฎหมาย ปัญหาก็คือขั้นตอนเหล่านี้แหละหลวมมาก เต็มไปด้วยการใช้ดุลพินิจที่แตกต่างกัน และเป็นช่องทางให้เกิดทุจริตจำนวนมากของคนที่เกี่ยวข้อง

    อีกอย่างหนึ่งคือปืนเถื่อน แบบชาวจีนคนนี้ซื้อปืนจาก Line ในระยอง ปืนเถื่อนจัดหาง่าย มีเงินก็ซื้อได้ และเป็นอาวุธร้ายแรงทั้งนั้น บางอย่างลองไปดูดี ๆ เผลอ ๆ จะเป็นอาวุธที่ถูกขโมยออกมาจากคลังแสงในกองทัพ

    ซึ่งรัฐก็พยายามปราบปราม แต่รัฐไปปราบปรามและสร้างขั้นตอนยุ่งยากไม่ให้คนมีปืนถูกกฎหมายมีปืนได้

    แต่พวกทรงเอต่าง ๆ ยังขอใบอนุญาตปืนมีปืนที่พลเรือนไม่ควรมีได้เยอะแยะ คนจะมีปืนหลายครั้งยังต่อยจ่ายเงินใต้โต๊ะเพื่อให้มีใบอนุญาต และที่สำคัญปืนเถื่อนยังมีขายจำนวนมาก ปืนในคลังแสงของทหารตำรวจก็ถูกขโมยออกไปอย่างต่อเนื่อง

    อย่างรอบนี้ไม่ใช่ฝีมือของเจ้าหน้าที่รัฐในการปราบปราม เพราะมันเป็นแค่คนจีนรถคว่ำแล้วบังเอิญไปเจอ ดังนั้นมันคือเรื่องโชคล้วน ๆ ไม่ใช่ฝีมือ ถ้าจะมีใครใช้ฝีมือ ก็คงเป็นพระสยามเทวาธิราชที่ทำ OT ให้แทนข้าราชการไทย

    ดังนั้นตราบใดที่รัฐบาลยังไม่ปราบปรามปืนเถื่อนให้จริงจังกว่านี้ ไม่ปราบปรามการทุจริตของเจ้าหน้าที่ในขั้นตอนการขอปืนให้เข้มแข็งกว่านี้ สุดท้ายมันก็จะกลายเป็นการเล่นงานคนทำตามระเบียบเพื่อโชว์ว่าฉันทำแล้วนะ แต่โจรก็ยังควงปืนกลไล่ยิงประชาชนได้ต่อไป

    https://www.facebook.com/share/1C1nk39mfm/
     
  18. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    231,549
    ค่าพลัง:
    +97,153
    จับตาการเคลื่อนไหวสำคัญในตะวันออกกลาง เมื่อตัวแทนระดับสูงจากสหรัฐฯ และกาตาร์เริ่มหารือกรอบสันติภาพฉบับใหม่ที่อาจเปลี่ยนทิศทางความขัดแย้งในภูมิภาค

    เจดี แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ ต่อสายตรงหารือ ชีค โมฮัมเหม็ด บิน อับดุลราห์มาน อัล ธานี นายกรัฐมนตรีกาตาร์ เร่งหาทางออกเพื่อสร้าง "สันติภาพที่ยั่งยืน" ในตะวันออกกลาง

    รายงานระบุว่าการสนทนาครั้งนี้เน้นไปที่การวางโครงสร้างความมั่นคงใหม่ ซึ่งครอบคลุมทั้งสถานการณ์ในฉนวนกาซาและเลบานอน โดยทางสหรัฐฯ ภายใต้การนำของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ พยายามผลักดันบทบาทของกาตาร์ในฐานะตัวกลางหลักเพื่อกดดันให้มีการปล่อยตัวประกันและยุติการยิงสู้รบที่ยืดเยื้อมานาน

    แหล่งข่าวระดับสูงเผยว่า ข้อเสนอที่กำลังอยู่ระหว่างการพิจารณาอาจรวมถึงการจัดตั้งระเบียบการปกครองชั่วคราวโดยมีชาติอาหรับเป็นแกนนำ และการขยายข้อตกลงความร่วมมือทางเศรษฐกิจเพื่อจูงใจให้เกิดการลดระดับความรุนแรง อย่างไรก็ตาม ท่าทีของคู่ขัดแย้งในพื้นที่ยังคงเป็นปัจจัยท้าทายสำคัญต่อความสำเร็จของโรดแมปฉบับนี้

    ขณะที่กาตาร์ยังคงยืนยันจุดยืนในการเป็นพื้นที่กลางสำหรับทุกฝ่าย โดยนายกรัฐมนตรีชีค โมฮัมเหม็ด ย้ำถึงความจำเป็นในการแก้ไขปัญหาที่ต้นตอเพื่อไม่ให้ความไม่สงบกลับมาเกิดขึ้นซ้ำอีกครั้ง ซึ่งการหารือในระดับทวิภาคีกับสหรัฐฯ ครั้งนี้ถือเป็นก้าวแรกของชุดการทูตเชิงรุกที่กำลังจะเกิดขึ้นในสัปดาห์หน้า

    อย่างไรก็ตาม ข้อมูลบางส่วนยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ และยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

    Fact Check
    ✔ ข้อมูลที่ยืนยันแล้ว: การหารือระหว่างรองประธานาธิบดีสหรัฐฯ เจดี แวนซ์ และนายกรัฐมนตรีกาตาร์ ชีค โมฮัมเหม็ด บิน อับดุลราห์มาน อัล ธานี เกี่ยวกับสถานการณ์ในตะวันออกกลาง
    ⚠ ข้อมูลที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบ: รายละเอียดเชิงลึกของกรอบสันติภาพฉบับใหม่และข้อเสนอเรื่องระเบียบการปกครองชั่วคราว
    ✖ ข้อมูลที่ยังไม่มีหลักฐานยืนยัน: การตอบรับอย่างเป็นทางการจากกลุ่มติดอาวุธในพื้นที่ต่อข้อเสนอที่สหรัฐฯ พยายามผลักดัน

    ระดับความน่าเชื่อถือของข่าว:
    Confirmed – รายงานโดยสำนักข่าว Al Jazeera และได้รับการยืนยันกำหนดการหารือจากทำเนียบขาว

    Status: Developing Story – ข้อมูลอาจมีการอัปเดตเมื่อมีการยืนยันเพิ่มเติม
    Source: Al Jazeera

    https://www.facebook.com/share/1JMNBJxcdS/
     
  19. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    231,549
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ‘นายกฯ’กลับถึงไทย เผยสั่งผบ.ตร.สอบสวนให้ลึกที่สุด จับคนจีนซุกอาวุธ-ระเบิด ลั่นจัดการเด็ดขาด ทั้งคนไทย-เครือข่ายข้ามชาติ

    https://www.facebook.com/share/p/1BezqwofiK/
     
  20. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    231,549
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ดูเหมือนว่าอิหร่านกำลังเปลี่ยนเกมภูมิรัฐศาสตร์จากการขู่ด้วย "ระเบิด" มาเป็นการขู่ด้วย "วาล์วน้ำมัน" อย่างเป็นทางการนะครับ ผมปรับบทความนี้ให้ดูทรงพลัง มีจังหวะการเล่าที่น่าติดตาม และแฝงความประชดประชันในเชิงนโยบายต่างประเทศให้ตามที่คุณต้องการครับ

    ---

    ## **อาวุธที่เหนือกว่านิวเคลียร์: เมื่ออิหร่านเปลี่ยน "ช่องแคบฮอร์มุซ" ให้กลายเป็นกฎหมายถาวร**

    ---

    ### **ระเบิดปรมาณูที่ไม่มีกัมมันตภาพรังสี**

    มูฮัมหมัด มอคห์เบอร์ ที่ปรึกษาคนสนิทของอยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี เพิ่งทิ้งระเบิดลูกใหญ่กลางวงการทูตด้วยถ้อยแถลงที่เย็นยะเยือกแต่ชัดเจน: **"อิหร่านจะไม่มีวันปล่อยมือจากช่องแคบฮอร์มุซ"** เขาระบุว่าศักยภาพทางยุทธศาสตร์ของพื้นที่นี้ **“มีอานุภาพเทียบเท่าระเบิดปรมาณู”** และดูเหมือนเขาจะไม่ได้พูดเกินจริงเลยแม้แต่น้อย ในขณะที่โลกตะวันตกมัวแต่หวาดระแวงเรื่องคุณสมบัติของยูเรเนียมมานานหลายทศวรรษ แต่อิหร่านกลับยิ้มเยาะ เพราะพวกเขารู้ดีว่าตะวันตกกำลังกังวลกับ **“อาวุธผิดชิ้น”** มาโดยตลอด

    ---

    ### **ของขวัญจากศัตรู: เมื่อสหรัฐฯ หยิบยื่นอาวุธให้โดยไม่รู้ตัว**

    สิ่งที่น่าขำขื่นที่สุดในเชิงภูมิรัฐศาสตร์คือ "อาวุธ" ชิ้นนี้ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นในห้องแล็บลับใต้ดิน แต่เป็นมรดกทางชัยภูมิที่ **สหรัฐอเมริกา** เป็นผู้หยิบยื่นให้อิหร่านอย่างอ้อมๆ ผ่านการดำเนินนโยบายต่างประเทศที่ผิดพลาดในอดีต จนทำให้อิหร่านสามารถสถาปนาอำนาจเบ็ดเสร็จเหนือเส้นเลือดใหญ่ของโลกเส้นนี้ได้อย่างเหนียวแน่น

    ช่องแคบฮอร์มุซไม่ใช่แค่ทางน้ำ แต่มันคือ **"สวิตช์ไฟ"** ของเศรษฐกิจโลก หากสวิตช์นี้ถูกสับลง พลังงานกว่า 20% ของโลกจะหยุดชะงักทันที

    ---

    ### **จากมาตรการชั่วคราว สู่ "กฎหมายถาวร"**

    อิหร่านไม่ได้แค่ขู่ผ่านสื่ออีกต่อไป แต่กำลังยกระดับการควบคุมนี้ให้กลายเป็น **กฎหมายภายในประเทศ** ผ่านการรับรองจากรัฐสภา นี่คือการเดินหมากที่ชาญฉลาดและร้ายกาจ:

    * **สร้างความชอบธรรม:** การเปลี่ยนประกาศทางทหารให้เป็นกฎหมาย ทำให้การท้าทายจากภายนอกกลายเป็นการละเมิดอธิปไตยทางกฎหมายของรัฐ
    * **อำนาจที่จับต้องไม่ได้:** ไม่ต้องใช้ขีปนาวุธสักลูก แค่ใช้ "ตราประทับ" จากรัฐสภา ก็สามารถสะเทือนไปถึงตลาดหุ้นนิวยอร์กและลอนดอนได้

    ---

    ### **โลกที่กำลังกลั้นหายใจ**

    สื่อยักษ์ใหญ่อย่าง [Tasnim News] และ [BBC]ต่างรายงานไปในทิศทางเดียวกันถึงความตึงเครียดที่พุ่งสูงขึ้น ทุกสายตากำลังจับจ้องว่าใครจะเป็น "เบอร์หนึ่ง" ที่กล้าออกมาคัดค้านกฎหมายฉบับนี้

    บทเรียนราคาแพงในครั้งนี้บอกเราว่า **อำนาจที่แท้จริงในศตวรรษที่ 21** อาจไม่ใช่หัวรบนิวเคลียร์ที่ตั้งตระหง่านอยู่บนรถบรรทุก แต่มันคือการถือสิทธิ์ขาดเหนือ **"จุดยุทธศาสตร์"** ที่โลกทั้งใบจำใจต้องพึ่งพา

    อิหร่านพิสูจน์แล้วว่า พวกเขาพบอาวุธที่มีพลังทำลายล้างทางเศรษฐกิจมหาศาล และพวกเขากำลังจะทำให้มันเป็น "สมบัติถาวร" ของชาติ... **ด้วยการตวัดปากกาเพียงครั้งเดียว**

    ---

    คุณคิดว่าสหรัฐฯ จะแก้เกม "อาวุธทางกฎหมาย" ชิ้นนี้ของอิหร่านอย่างไร ในเมื่อคราวนี้ไม่ใช่การรบด้วยกระสุน แต่เป็นการรบด้วยเส้นเขตแดนและตัวบทกฎหมาย?

    https://www.facebook.com/share/186eyoh6T9/
     

แชร์หน้านี้

Loading...