พระปิดตาหลวงพ่ออุตตมะ

ในห้อง 'พระเครื่อง วัตถุมงคล' ตั้งกระทู้โดย Jumbo A, 17 สิงหาคม 2022.

  1. Jumbo A

    Jumbo A เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 กุมภาพันธ์ 2008
    โพสต์:
    14,118
    ค่าพลัง:
    +21,459
    1771677725375.jpg 1771677696988.jpg
    หลวงพ่อทวด เนื้อว่าน วัดช้างให้ จ.ปัตตานี รุ่นปลอดหนี้ รวย รวย รวย พ.ศ.2539

    หลวงปู่ทวดเนื้อว่าน วัดช้างให้ จ.ปัตตานี รุ่นปลอดหนี้ รวย รวย รวย ปี 2539 วัดช้างให้ จ.ปัตตานี

    มวลสารประกอบด้วย ดินกากยายักษ์ ผงว่าน 108 เกษรดอกไม้ และผงจากหลวงปู่ทวดรุ่น 1 ปี 2497 มาผสมรวมกัน

    จัดพิธีพุทธาภิเษก ปี 2539 มีคณาจารย์ผู้มีชื่อเสียงนั่งปรกปลุกเสก อาทิเช่น อาจารย์นอง วัดทรายขาว อาจารย์สวัสดิ์ (หวัด) วัดช้างให้ พ่อท่านฉิ้น วัดเมืองยะลา พ่อท่านแดง วัดบูรพาราม พ่อท่านสุก วัดตุยง ฯลฯ เมื่อเสร็จพิธีได้นำออกให้ประชาชนผู้มีจิตศรัทธาเช่าบูชา ต่างก็นำมาเล่าขานกันถึงประสบการณ์ต่างๆ มากมาย

    ประสบการณ์ในปีพ.ศ. 2551 ก็เกิดเหตุการณ์ขึ้นอีก เมื่อคนร้ายบุกเข้าชิ..งทรัพย์ในเขตท้องที่ สภ.บางกรวย จ.นนทบุรี เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งเหตุ จึงส่ง ส.ต.อ. สมคิด และเพื่อนไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ คนร้ายได้สวนทางกับ ส.ต.อ.สมคิด จึงได้ไล่ตามจับ คนร้ายเห็นว่าจวนตัวได้หันกลับมาย....ใส่ ส.ต.อ.สมคิด 6 น... แต่ย..ไม่ออก ส.ต.อ.จึงวิ่งเข้าชาร์จทันที คนร้ายได้ย...มาอีก 2 น... ถูกเข้าที่ข้อมือและเอว ส.ต.อ.สมคิดแต่กระสไม่ระคายผิว มีเพียงรอยแผลถลอกเลือdไหลซิบๆ เท่านั้น คนร้ายได้วิ่งหลบหนีไปจนมุมเจ้าหน้าที่ในที่สุด ค้นในตัวพบกระสน อีกกว่า 100 นั.. ส.ต.อ.สมคิด ได้โชว์พระให้ดู เป็นพระหลวงปู่ทวด รุ่น ปลอดหนี้ รวย รวย รวย ปี 2539

    ขอขอบคุณท่านเจ้าของบทความข้อมูลที่มาอย่างสูงครับ

    หลวงปู่ทวดปลอดหนี้พิมพ์เล็กซองเดิมจากวัด เนื้อว่าน องค์นี้มีคราบว่าน ผุดขึ้นในเนื้อองค์พระ

    ให้บูชา 250 บาทค่าจัดส่งด่วน 30 บาทครับ


    IMG_20260221_194851.jpg IMG_20260221_194926.jpg IMG_20260221_194945.jpg
     
  2. Jumbo A

    Jumbo A เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 กุมภาพันธ์ 2008
    โพสต์:
    14,118
    ค่าพลัง:
    +21,459
    FB_IMG_1771750354096.jpg

    เหรียญพานแตกสมเด็จโต

    หลวงปู่โต๊ะ ได้กล่าวชมกับหลวงพ่อย้อยอีกว่า “ท่านเก่งน้อ

    เสกพานแตก

    งานปลุกเสกเหรียญสมเด็จพระพุฒาจารย์โตวัดไก่จ้นปี ๒๕๒๓

    ได้ยินเสียงเหมือนระเบิดตึ้งดังสนั่นโบสถ์เหมือนเสียงปืน ทุกสายตามองที่พานแก้วที่วางหน้าหลวงพ่อย้อย สำหรับวางหญ้าคาเพื่อพรมน้ำมนต์ ระเบิดออกแล้วไปรวมกองที่เดียวกันแบบน่าอัศจรรย์ที่ระเบิดแล้วไม่กระจายออกไปที่ไหนเลยรวมตัวกันเป็นกองกระจุกที่เดียว ภาพและเสียงนั้นทำให้ทุกคนในโบสถ์อยู่ในอาการที่นิ่งด้วยความประหลาดใจ แต่ในใจทุกคนทราบว่าต้องมีปาฏิหาริย์เกิดจากการปลุกเสกของหลวงพ่อย้อยแน่นอน

    วัดไก่จ้น
    ขอแนะนำเหรียญดี พิธีใหญ่ครับ เหรียญสมเด็จโต วัดไก่จ้น รุ่นพานแตกครับ
    ขอแนะนำเหรียญสมเด็จ(โต)ที่แกะบล็อคได้สวยที่สุดเท่าที่เคยพบมาตั้งแต่อดีตจวบปัจจุบันครับ เป็นเหรียญกลมเส้นผ่าศูนย์กลาง3ซ.ม.ออกณ.วัดไก่จ้น อ.ท่าเรือจ.อยุธยา เหรียญนี้สร้างเมื่อปี2521เนื่องในงานปิดทองฝังลูกนิมิตรวัดไก่จ้น มีอายุการสร้าง30กว่าปีแล้วครับ
    ผมเล่นพระมา30ปีเศษ ไม่เคยเห็นเหรียญสมเด็จ(โต) ไม่ว่าจะออกที่ใดก็ตาม จะมีความงามเท่าเหรียญที่ออกวัดไก่จ้นปี21 ท่านลองพิจรณาจากภาพแล้วนึกดูว่าใช่หรือไม่? ยามหยิบเหรียญขึ้นมามองใบหน้าสมเด็จโตในเหรียญ รู้สึกให้ความสงบสุขอย่างประหลาด
    เหรียญสมเด็จโตวัดไก่จ้นปี21นี้ เป็นเหรียญดีมีประสบการณ์มาก แต่ไม่ค่อยมีใครรู้กันเพราะขาดแรงเชียร์....ผมจึงหยิบขึ้นมาแนะนำครับ
    --ข้อดีประการแรกคือเป็นเหรียญรูปพระอรหันต์แห่งกรุงรัตนโกสินธุ์
    --ข้อดีต่อมาเป็นเหรียญที่สร้างณ.วัดซึ่งเป็นถิ่นกำเหนิดของเจ้าประคุณสมเด็จเอง (สมเด็จพุทธาจารย์โตท่านถือกำเนิดที่ท่าน้ำวัดไก่จ้น อ.ท่าเรือ ท่านจึงมาสร้างพระนอนองค์ใหญ่สร้างวัดขึ้นที่ริมแม่น้ำป่าสัก ตรงข้ามวัดไก่จ้นซึ่งเป็นที่รู้จักกันในนามพระพุทธไสยาสน์วัดสะตือครับ
    --เป็นเหรียญที่มีพิธีพุทธาภิเสกดี มีประวัติถูกบันทึกไว้เป็นที่แน่นอน เนื่องจากการเสด็จพระราชดำเนินของพระมหากษัตริย์ในงานครานั้นด้วย พระเกจิที่เข้มขลังในพุทธาคมที่ร่วมปลุกเสกเท่าที่ผมรู้จักและจำได้มี หลวงปู่โต็ะวัดประดู่ฉิมพลี หลวงปู่หน่ายวัดบ้านแจ้ง หลวงพ่อถิรวัดป่าเรไร หลวงพ่อสิมมาวัดบ้านหมอ หลวงพ่อย้อยวัดอัมพวัน หลวงพ่อบางวัดหนองพลับและอีกหลายองค์ หลังจากพุทธาภิเสกแล้วหลวงพ่อแพได้ปลุกเสกเดี่ยวอีกครั้งด้วย
    --อภินิหารเป็นที่ประจักษ์เริ่มตั้งแต่พิธีพุทธาภิเสกกันเลยทีเดียว คือในขณะที่พระผู้เรืองอาคมกำลังปลุกเสกกันอยู่นั้น พานแก้วหน้าหลวงพ่อย้อยวัดอัมพวันขยับลั่นแล้วลอยขึ้นระเบิดเปรี้ยงเสียงดังสนั่น เหลือเชื่อยิ่งกว่านั้นเศษแก้วที่ควรกระจายจากการระเบิดนั้น กลับร่วงลงมากองรวมอยู่ที่เดิมไม่ได้กระจายออกไปให้เป็นอันตรายแม้แต่ชิ้นเดียว อัศจรรย์ครั้งนั้นเป็นที่เล่าลือเล่าขานทราบกันดีทั่วอ.ท่าเรือ เหรียญรุ่นนี้ชาวท่าเรือจึงเรียกกันว่าเหรียญหลวงพ่อโตรุ่นพานแตก หลังจากเหรียญออกมาราว10ปี มีการไปลองย...ปรากฏว่านั..ที่1ไม่ออก นั..ที่2ไม่ออก คนที่ย..ก็เกิดป๊อดขึ้นมา(หลวงพ่อโตนั้นชาวท่าเรือนับถือกันมาก คนทำผิดปากแข็งให้สาบานอย่างอื่นเขาอาจจะยอมสาบานแต่ถ้าให้สาบานกับหลวงพ่อโต ไม่มีใครกล้าครับ)เมื่อคนที่ลองย..กดไปสองนั..ไม่ออกเกิดกลัวขึ้นมา บอกว่ากูไม่เอาแล้ว เพื่อนอีกคนก็ด่าว่า...ป๊อดไปได้ ว่าแล้วคว้าป..จากมือเพื่อนจ่อเข้าไปไกล้ๆเหรียญแล้วเหนี่ยวไก...ตูม!...ลำกล้องแตก กระดูกข้อมือแตก เมื่อข่าวนี้ถูกเล่าขานกันออกไป เหรียญรุ่นนี้ก็ถูกเรียกว่าเหรียญรุ่นป..แตกมาตั้งแต่ราวปี30กว่าๆเป็นตั้นมา เมื่อมาถึงราวปี50 หลวงพ่อย้อยวัดพวันสระบุรีซึ่งปลุกเสกเหรียญรุ่นนี้จนพานแก้วแตกระเบิด เริ่มโด่งดังขึ้นมามากพระเครื่องของท่านราคาขยับขึ้นมากและเป็นที่ต้องการของนักสะสม ก็เป็นเหตุให้เหรียญหลวงพ่อโตวัดไก่จ้นนี้มีผู้หันกลับมาเรียกว่าเหรียญรุ่น"พานแตก"เหมือนเดิมอีก
    ---ดีอีกประการคือมีขนาดพอเหมาะและความสวยงามเป็นเลิศ

    ขอขอบคุณท่านเจ้าของบทความข้อมูลที่มาอย่างสูงครับ

    เหรียญสมเด็จโตพิมพ์เล็กกะไหล่ทองรุ่นพานแตก
    สภาพพอสวย ไม่สึก แต่ มีคราบสนิมเขียว พระเก่า มากประสบการณ์ ในงบประมาณที่คุณสัมผัสได้

    ให้บูชา 350 บาทค่าจัดส่งด่วน 30 บาทครับ


    IMG_20260222_155751.jpg IMG_20260222_155822.jpg
     
  3. Jumbo A

    Jumbo A เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 กุมภาพันธ์ 2008
    โพสต์:
    14,118
    ค่าพลัง:
    +21,459
    FB_IMG_1771751519562.jpg FB_IMG_1771751522622.jpg

    เหรียญพระไตรยภพ บรมโพธิสัตว์เจ้า มารสยบ พ.ศ.๒๕๒๘ สร้างและปลุกเสกโดยอาจารย์บุญเพ็ญ แขวัฒนะ ฆราวาสผู้ทรงคุณอันวิเศษ เหรียญรุ่นนี้เน้นไปทางด้านปราบทุกข์เข็ญ ปราบศัตรูผู้คิดร้าย เป็นไปตามชื่อรุ่น “มารสยบ”

    อาจารย์บุญเพ็ญ แขวัฒนะ เกิดเมื่อ ๑๔ มิถุนายน ๒๔๗๗ ที่อำเภอบางมูลนาก จังหวัดพิจิตร ครับ ท่านเป็นบุตรแฝดคนสุดท้องของคุณพ่อสิน-คุณแม่แดง แขวัฒนะ
    อาจารย์บุญเพ็ญ เริ่มรับราชการที่กรมตำรวจเมื่อ ๓ มกราคม ๒๕๐๔ ตำแหน่งสุดท้ายได้รับพระราชทานยศเป็น พ.ต.อ.(พิเศษ) ตำแหน่ง รอง ผบก.(กอ.รมน.) กพ. ทำหน้าที่นายตำรวจปฏิบัติราชการพิเศษ กอ.รมน. ในช่วงปี พ.ศ. ๒๕๑๐ - ๒๕๑๑ ท่านได้เริ่มบุกเบิกสำนักพุทธศาสตร์โลกและธรรม ที่บ้านลาดหญ้า ฝั่งธนบุรี โดยท่านได้รักษาคนเจ็บไข้และทุกข์ร้อนสัปดาห์ละ ๓ ครั้ง ยกเว้นวันพระ
    ในปี ๒๕๑๙ ท่านได้ปิดสำนัก และมาเปิดใหม่ที่ลาดพร้าวและที่บ้านถนนวิภาวดีรังสิต

    ลูกศิษย์รุ่นเก่า (ไม่ประสงค์ออกนาม) ได้เล่าให้ผมฟังว่า นอกจากอาจารย์บุญเพ็ญจะรักษาโรคให้หายได้อย่างอัศจรรย์ใจแล้ว ท่านยังสามารถติดต่อและทำพิธีเชิญเจ้ากรรมนายเวร ให้เข้ามารับการขอขมาและขออโหสิกรรมในอดีตกาลได้อีกด้วย แกว่ามีลูกศิษย์ของอาจารย์บุญเพ็ญหลายท่านที่ประสบความสำเร็จในชีวิตด้วยพิธีกรรมดังกล่าวข้างต้น แกว่าบางคนได้เป็นใหญ่เป็นโตในประเทศ เอ่ยชื่อไปรับรองต้องร้องเสียงหลง และแม้กระทั่ง มรว.คึกฤทธิ์ ปราโมท ก็ยังให้ความเคารพนับถือในตัวของท่าน

    อาจารย์บุญเพ็ญถึงแก่กรรมเมื่อ ๑๙ สิงหาคม ๒๕๓๒ ณ โรงพยาบาลสมิติเวช สิริรวมอายุได้ ๕๕ ปี ตรงตามที่ท่านเคยบอกกับกลุ่มลูกศิษย์ของท่านเมื่อ พ.ศ. ๒๕๑๘ ว่าท่านจะไปเมื่ออายุ ๕๕ ปี

    ในส่วนวัตถุมงคลของสำนักพุทธศาสตร์โลกและธรรมนั้น ต้องบอกว่าทุกครั้งที่สร้างจะมีการกำหนดและมีการประกอบพิธีกรรมที่ลึกล้ำและยอดเยี่ยม ไม่ว่าจะเป็นเรื่ององค์ความรู้ที่ดูและเห็นด้วยตา อย่างการกำหนดฤกษ์ (ตามภาพประกอบ) หรือจะเป็นเรื่องเหนือโลก อย่างการเปิดตาที่สามเพื่อติดต่อหรืออัญเชิญ ล้วนมีส่วนส่งเสริมให้พุทธคุณของเหรียญแต่ละรุ่นโดดเด่นและแตกต่างกันอย่างชัดเจน ประมาณว่าเลือกแขวน เลือกใช้ได้ตามสถานการณ์เลยครับ

    ปัจจุบัน “เหรียญองค์ประธานแห่งไตรภพ ปี ๒๕๑๓” ซึ่งเป็นเหรียญรุ่นแรกของสำนักพุทธศาสตร์โลกและธรรม ถูกจัดเป็นของหายากและได้รับความนิยมค่อนข้างสูงมากครับ

    เหรียญมารสยบ ถ้ำพระโพธิสัตว์
    หนึ่งในตำนานฆราวาส
    อาจารย์ พันตำรวจเอก( พิเศษ)
    บุญเพ็ญ แขวัฒนา
    สื่อญาณ พระพรหม ช่วยเหลือ คนมานักต่อนัก
    พระพรหม มา แล้ว เสด็จมา ยก หนุน ดวงชะตาไม่ให้ตกต่ำ ดวงดีแล้วจะ ร่ำรวย ดวงชะตาโดดเด่น เกิด ตบะเดชะ มหาอำนาจ บารมี พ้นปัญหาอุปสรรค มากีดกั้นขัดขวาง
    โบราณว่า “ คนลิขิต ไม่เท่าฟ้าลิขิต ” พลังฟ้าประทาน อยู่ในองค์ พระพรหม อมตมหาเทพ...องค์นี้ พระพรหม โบราณย้ำ นักหนาว่า ใครใช้ จะได้พรอันประเสริฐ ลิขิตดวงชะตา ลิขิตอำนาจ วาสนา พาไปเจอแต่สิ่งดีๆ
    พระพรหม...เอาไว้เสริมดวง เสริมหน้าที่ การงาน เอาไว้กันไว้แก้ดวงตก ไว้ยกดวงแตก ดวงไม่ดี ดวงชง ทำมาหากินไม่เจริญก้าวหน้า
    เหรียญพระพรหม นี้ ที่ อ.บุญเพ็ญ แขวัฒนา ทำพิธี อัญเชิญมา เพื่อสงเคราะห์ ดวงชะตา ยก หนุน ค้ำจุน ดวงชะตาให้ ดีเลิศประเสริฐศรี เมื่อดวงดีแล้ว ทำอะไรก็สำเร็จ จับอะไรก็สมหวัง มีแต่ เกิด สิริมงคล เพิ่มทรัพย์สมบัติ ยศ อำนาจ
    พระพรหม จะช่วย ตัดกรรมหนักที่มาลิดรอนให้ลดทอนอำนาจลงไปก่อน ให้ผู้บูชา ได้ทำบุญ ทำกุศลก่อน ได้เสวยผลแห่งบุญ ทานที่ทำไว้ก่อน เมื่อกรรมไม่มารอน ได้เสวยบุญทาน ที่ทำที่สร้าง ย่อมเป็นมานะให้ สร้างบุญดี กรรมดี ต่อไป กรรมเก่าที่จะมา ก็ไม่มีทางจะซ้ำ ไม่มีช่องจะโผล่ให้ผล
    แต่พระพรหม จะช่วยยก
    ดวงศิษย์ที่แตก ที่ตก ให้ขึ้นมาอยู่เหนือคนอื่นดุจยืนอยู่บนแผ่นดินที่ทับถม สูงกว่าเขา
    ท้าวมหาพรหมธาดาวิมเหศวร ท่าน
    อ.บุญเพ็ญ แขวัฒนา ชุด พระพรหม , สยบมาร สำเร็จ สมปรารถนา ท่าน อ.บุญเพ็ญ แขวัฒนา ฆราวาสสายเทพ สำเร็จวิชาพรหมศาสตร์ รักษาโรค รู้กรรม คลายทุกข์ อาจารย์ของ เหล่า ไฮโซ นักการเมือง คนดัง สมัยนั้น ขลังจริงไม่อิงนิยาย
    พันตำรวจเอก (พิเศษ) บุญเพ็ญ แขวัฒนะ
    ผู้เพ่งเสียงค่ำครวญ จากสรรพสัตว์
    สำนักพุทธศาสตร์โลกและธรรม
    (ตอนที่ ๑)
    อาจารย์บุญเพ็ญ แขวัฒนะ
    เป็นอาจารย์ฆราวาส
    ร่วมยุคสมัยเดียว กับ อาจารย์ชุม ไชยคีรี,
    อาจารย์ทองแถม ศาสตระรุจิ ฯลฯ
    สมัยที่อาจารย์ยังมีชีวิต ท่านได้รับคำยกย่องและความเชื่อถือในเรื่องของ
    คุณธรรมและ ความมหัศจรรย์ทางจิต
    ในส่วนคำสอน อาจารย์บุญเพ็ญได้เน้นปฏิบัติจนตกผลึกออกมาเป็นบทความทางศาสนาหลายต่อหลายเรื่อง อย่างเช่น การปฏิบัติอานาปานสติสมาธิ,คุณค่าชองสติ ฯลฯ
    ในด้านความมหัศจรรย์ของจิต ท่านสามารถรักษาโรค,รักษาคุณไสย ร่วมไปถึงการหยั่งรู้อดีต อนาคต ความเป็นไปต่างๆ ตลอดจนการเปิดตาทิพย์หรือตาที่สามให้กับสานุศิษย์ผู้นับถือใช้ติดต่อกับวิญญาณไปจนถึงพวกเทพพวกพรหมครับ
    เรื่องราวความสามารถเฉพาะตัวของ
    อาจารย์บุญเพ็ญ ข้างต้น ทำให้มีผู้คนมากมายต่างตรงเข้าไปปฏิบัติธรรม และขอความช่วยเหลือจากท่านครับ
    พลตรี ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช (ยศในสมัยนั้น) ได้เขียนบันทึกเรื่องราวของตัว ท่านกับ
    อาจารย์บุญเพ็ญ
    ซึ่งโดยส่วนตัวแล้วผมว่า
    บทความของ ม.ร.ว. คึกฤทธิ์ อันนี้ถือเป็นการบอกเล่าตัวตนของอาจารย์บุญเพ็ญ
    และบริบทในสมัยนั้นได้ดีมาก
    บทความนี้อาจจะยาว แต่เชื่อเถอะครับ ว่าประโยชน์มีกับท่านที่สนใจแน่นอน
    เรื่องมีอยู่ว่า
    ผม (ม.ร.ว.คึกฤทธิ์) ได้รู้จักกับ
    อาจารย์บุญเพ็ญมาเป็นเวลาหลายปีแล้ว
    นับตั้งแต่วันที่รู้จักก็ได้มีความเคารพนับถือรักใคร่ในตัวอาจารย์บุญเพ็ญ ตลอดมา
    มีคนอีกเป็นจำนวนมากที่เขาเคารพนับถืออาจารย์บุญเพ็ญ เอามากๆ เพราะเขาเห็นว่า
    "อาจารย์บุญเพ็ญเป็นผู้วิเศษสามารถรักษาโรคภัยไข้เจ็บได้ แสดงอิทธิ ปาฏิหาริย์ต่างๆ อีกได้มาก"
    คนที่นับถืออาจารย์บุญเพ็ญ เช่นนี้มิใช่เพียงคนสองคน แต่จะมีเป็นจำนวนร้อยหรือพันอย่างไร
    ผมก็คะเนไม่ถูก ทราบได้แต่ว่ามากเหลือเกิน
    คนที่นับถืออาจารย์บุญเพ็ญ
    ในแบบนี้ เวลาพบกับอาจารย์บุญเพ็ญ
    ก็มักจะลงหมอบกราบ และหมอบคลานเหมือน
    อยู่กับพระภิกษุผู้เป็นพระอาจารย์
    หรือต่อหน้าเจ้านายที่เขาเคารพนับถือ
    ผมเอง (ม.ร.ว.คึกฤทธิ์) รู้จักอาจารย์บุญเพ็ญ
    ด้วยเหตุที่ธรรมดาสามัญ ไม่เกี่ยวกับโรคภัยไข้เจ็บ หรือมิได้ตั้งใจที่จะไปขอให้
    อาจารย์บุญเพ็ญแสดงอิทธิ ปาฏิหาริย์เพื่อรักษาโรคให้ผม หรือเพื่อเหตุอื่นใดก็ดีแต่อย่างใดทั้งสิ้น เป็นการพบปะระหว่างคนสองคนที่ไม่เป็นพิษเป็นภัยต่อกัน มีความหวังดีเจตนาดีต่อกันเป็นอย่างยิ่ง
    คึกฤทธิ์ ปราโมทย์
    ของมงคลคู่คนมีบุญ

    ....
    ....

    ศิษย์กวง
    26 ธันวาคม 2019 ·
    พันตำรวจเอก (พิเศษ) บุญเพ็ญ แขวัฒนะ
    สำนักพุทธศาสตร์โลกและธรรม
    (ตอนจบ-ผู้เพ่งเสียงคร่ำครวญมวลสรรพสัตว์)
    ต่อหน้าลูกศิษย์และคนที่นับถืออีกเป็นจำนวนมากมายหลายร้อยคนนั้น อาจารย์บุญเพ็ญจะแสดงตัวหรือแสดงกิริยาท่าทางอย่างไรผมไม่ทราบ เพราะไม่เคยเห็น
    เรื่องด้วยวันที่อาจารย์บุญเพ็ญกำหนดให้มีคนเข้าไปหาเพื่อแก้โรคหรือทุกข์ร้อนให้ได้นั้นเป็นวันที่ผมไม่เคยไปพบกับอาจารย์บุญเพ็ญสักครั้ง ผมไปพบแต่เมื่ออาจารย์บุญเพ็ญว่างการงานในทางนี้ได้อยู่อย่างสบายใจ จึงจะไปคุยกันด้วยความสบายใจทั้งสองฝ่าย
    สิ่งที่ผมรักและนับถืออาจารย์บุญเพ็ญมากก็คือความบริสุทธิ์ในวาจาและความคิดเห็น อาจารย์บุญเพ็ญเป็นคนง่ายไม่มีเรื่องลึกลับซับซ้อนอะไรทั้งสิ้น จะพูดจากับอาจารย์บุญเพ็ญไม่ต้องระแวงว่าอาจารย์บุญเพ็ญจะโกหกหรือมีความหมายอย่างอื่นใดเกินไปกว่าที่พูด และก็สบายใจอีกอย่างหนึ่งที่ตัวผมเองไม่ต้องแม้แต่คิดว่า จะต้องโกหกอาจารย์บุญเพ็ญด้วยเรื่องใดๆ เป็นอันว่าพบกันครั้งใดคุยกันครั้งใด ก็คุยกันด้วยความบริสุทธิ์ผุดผ่องในใจทั้งสองฝ่าย
    คนที่มีฤทธิ์อำนาจมาก มีคนนับถือมากมายอย่างอาจารย์บุญเพ็ญนั้น ท่าทางกิริยาก็จะต้องเปลี่ยนไปบ้างให้ผิดจากคนธรรมดาหรือไม่เหมือนธรรมดา แต่อาการเช่นนี้ไม่มีในตัวอาจารย์บุญเพ็ญเลย
    อาจารย์บุญเพ็ญเป็นคนที่มีการศึกษาแผนปัจจุบัน เพราะเคยไปร่ำเรียนอยู่ที่ประเทศออสเตรเลียถึงสิบปี เวลาจะพูดอะไรกับผม อาจารย์บุญเพ็ญก็เป็นคนอย่างนั้นมิได้มีสิ่งอื่นเข้ามาแทรกแซงทำให้ผิดปกติไป ที่สำคัญก็คือเวลาผมไปคุยกับอาจารย์บุญเพ็ญนั้น ผมสามารถที่จะพูดจาได้อย่างเต็มที่ ไม่ต้องปิดบังเคลือบแฝงหรือเสแสร้งทำให้ตัวผมเองกลายเป็นคนอื่นไป
    ด้วยเหตุนี้ผม (ม.ร.ว.คึกฤทธิ์) จึงมีแต่ความสบายใจทุกครั้งที่ได้พบกับอาจารย์บุญเพ็ญ
    พลตรี ม.ร.ว. คึกฤทธิ์ ปราโมช✍️
    อาจารย์บุญเพ็ญ เกิดเมื่อ ๑๔ มิถุนายน ๒๔๗๗ ที่อำเภอบางมูลนาก จังหวัดพิจิตร ครับ ท่านเป็นบุตรแฝดคนสุดท้องของคุณพ่อสิน-คุณแม่แดง แขวัฒนะ
    อาจารย์บุญเพ็ญ เริ่มรับราชการที่กรมตำรวจเมื่อ ๓ มกราคม ๒๕๐๔ ตำแหน่งสุดท้ายได้รับพระราชทานยศเป็น พ.ต.อ.(พิเศษ) ตำแหน่ง รอง ผบก.(กอ.รมน.) กพ. ทำหน้าที่นายตำรวจปฏิบัติราชการพิเศษ กอ.รมน.
    ในช่วงปี พ.ศ. ๒๕๑๐ - ๒๕๑๑ ท่านได้เริ่มบุกเบิกสำนักพุทธศาสตร์โลกและธรรม ที่บ้านลาดหญ้า ฝั่งธนบุรี โดยท่านได้รักษาคนเจ็บไข้และทุกข์ร้อนสัปดาห์ละ ๓ ครั้ง ยกเว้นวันพระ
    ในปี ๒๕๑๙ ท่านได้ปิดสำนักและมาเปิดใหม่ที่ลาดพร้าวและที่บ้านถนนวิภาวดีรังสิต
    ลูกศิษย์รุ่นเก่า (ไม่ประสงค์ออกนาม) ได้เล่าให้ผมฟังว่า นอกจากอาจารย์บุญเพ็ญจะรักษาโรคให้หายได้อย่างอัศจรรย์ใจแล้ว ท่านยังสามารถติดต่อและทำพิธีเชิญเจ้ากรรมนายเวร ให้เข้ามารับการขอขมาและขออโหสิกรรมในอดีตกาลได้อีกด้วย
    แกว่ามีลูกศิษย์ของอาจารย์บุญเพ็ญหลายท่านที่ประสบความสำเร็จในชีวิตด้วยพิธีกรรมดังกล่าวข้างต้น แกว่าบางคนได้เป็นใหญ่เป็นโตในประเทศ เอ่ยชื่อไปรับรองต้องร้องเสียงหลง
    อาจารย์บุญเพ็ญถึงแก่กรรมเมื่อ ๑๙ สิงหาคม ๒๕๓๒ ณ โรงพยา
    บาลสมิติเวช สิริรวมอายุได้ ๕๕ ปี ตรงตามที่ท่านเคยบอกกับกลุ่มลูกศิษย์ของท่านเมื่อ พ.ศ. ๒๕๑๘ ว่าท่านจะไปเมื่ออายุ ๕๕ ปี
    ในส่วนวัตถุมงคลของสำนักพุทธศาสตร์โลกและธรรมนั้น ต้องบอกว่าทุกครั้งที่สร้างจะมีการกำหนดและมีการประกอบพิธีกรรมที่ลึกล้ำและยอดเยี่ยม
    ไม่ว่าจะเป็นเรื่ององค์ความรู้ที่ดูและเห็นด้วยตา อย่างการกำหนดฤกษ์ (ตามภาพประกอบ) หรือจะเป็นเรื่องเหนือโลก อย่างการเปิดตาที่สามเพื่อติดต่อหรืออัญเชิญ ล้วนมีส่วนส่งเสริมให้พุทธคุณของเหรียญแต่ละรุ่นโดดเด่นและแตกต่างกันอย่างชัดเจน ประมาณว่าเลือกแขวน เลือกใช้ได้ตามสถานการณ์เลยครับ
    ปัจจุบัน “เหรียญองค์ประธานแห่งไตรภพ ปี ๒๕๑๓” (ตามภาพประกอบ) ซึ่งเป็นเหรียญรุ่นแรกของสำนักพุทธศาสตร์โลกและธรรม ถูกจัดและได้รับความนิยมค่อนข้างสูง
    ผมถามคุณลุงคู่สนทนาว่า “คิดถึงท่านอาจารย์ไหม” แกว่าคิดถึง ทุกวันนี้ยามว่างไม่มีคนกวนใจแกก็จะนึกทบทวนธรรมะที่อาจารย์บุญเพ็ญได้เคยสอน
    แกว่านำมาไตร่ตรองแล้วใช้ประโยชน์ได้ทั้งในทางโลกและทางธรรมจริงๆ เช่น
    “การปฏิบัติธรรมอันสมควรแก่ธรรมนั้น ต้องศึกษาในสัจธรรมอันถูกต้อง คือเชื่อในพระธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าและต้องนำมาปฏิบัติด้วย
    ถ้าไม่ยอมปฏิบัติ คิดนอกลู่นอกทาง เชื่อในทรงเจ้าเข้าผี การนับถือแบบนั้น เรียกว่านับถือแต่ปาก ใจไม่ได้นับถืออะไรเลย”

    ขอขอบคุณท่านเจ้าของระบบความข้อมูลที่มาอย่างสูงครับ

    ให้บูชา 250 บาทค่าจัดส่งด่วน 30 บาทครับ


    IMG_20260222_160915.jpg IMG_20260222_160938.jpg
     
  4. Jumbo A

    Jumbo A เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 กุมภาพันธ์ 2008
    โพสต์:
    14,118
    ค่าพลัง:
    +21,459
    FB_IMG_1771751887608.jpg FB_IMG_1771751891750.jpg FB_IMG_1771751884134.jpg
    เหรียญพระปิดตาพิมพ์ดอกพิกุลบัวแปดกลีบ หลวงปู่ทองดำ วัดถ้ำตะเพียนทอง
    พิมพ์เล็ก

    วัตถุมงคล รุ่น 3 วัดถ้ำตะเพียนทอง จัดสร้าง พ.ศ.๒๕๒๓
    พิธีพุทธาภิเษกที่อุโบสถวัดเวฬุราชิน เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม พ.ศ.๒๕๒๒ โดย สุดยอดเกจิแห่งยุค
    รายนามพระคณาจารย์ นั่งปรกในพิธี จำนวน 24 รูป มีดังนี้
    หลวงปู่โต๊ะ วัดประดู่ฉิมพลี กทม
    หลวงปู่เส่ง วัดกัลยาณมิตร กทม
    ครูบากองแก้ว วัดต้นยางหลวง เชียงใหม่
    หลวงพ่อญาณ วัดไม้เรียง นครศรีธรรมราช
    หลวงปู่สาม วัดไตรวิเวก สุรินทร์
    หลวงพ่อผิว วัดสง่างาม ปราจีนบุรี
    หลวงพ่อสนิท วัดลำบัวลอย นครนายก
    หลวงพ่อสมชาย วัดเขาสุกิม จันทบุรี
    หลวงพ่อพริ้ง วัดโบสถ์โก่งธนู ลพบุรี
    หลวงพ่อกลั่น วัดอินทราวาส อ่างทอง
    หลวงปู่วัน วัดสิทธาราม อ่างทอง
    หลวงพ่อแพ วัดพิกุลทอง สิงห์บุรี
    หลวงพ่อถิร วัดป่าเลย์ไลยก์ สุพรรณบุรี
    หลวงพ่ออุตมะ วัดวังก์วิเวการาม กาญจนบุรี
    หลวงพ่อไห วัดบางทะลุ เพชรบุรี
    หลวงพ่อสุด วัดกาหลง สมุทรสาคร
    หลวงพ่อทองอยู่ วัดใหม่หนองพะอง สมุทรสาคร
    หลวงพ่อไพฑูรย์ วัดโพธิ์นิมิต กทม
    พระอาจารย์สมบัติ วัดทองศาลางาม กทม
    หลวงพ่อไวย์ วัดบรมวงศ์ อยุธยา
    หลวงพ่อเปลื้อง วัดใหญ่ชัยมงคล อยุธยา
    หลวงพ่อผา วัดอุดมธานี นครนายก
    หลวงพ่อทองสุข วัดสะพานสูง นนทบุรี
    หลวงพ่อทองดำ สำนักสงฆ์ถ้ำตะเพียนทอง ในสมัยนั้นยังเป็นสำนักสงฆ์อยู่

    ........หลวงพ่อทองดำ วัดถ้ำตะเพียนทอง พระเถราจารย์แห่งทุ่งทานตะวัน พระ ปิดตารุ่นแรก ปางปาฏิหาริย์ หลวงปู่โต๊ะ วัดประดู่ฉิมพลี ปลุกเสก เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2522

    ขอขอบคุณท่านเจ้าของบทความข้อมูลที่มาอย่างสูงครับ
    ..............

    หลวงพ่อทองดำ ท่านมีความเชี่ยวชาญวิทยาคมเป็นที่เลื่องลือไปทั่วสารทิศ จนได้รับการยกย่องว่าเป็นพระเกจิอาจารย์ระดับแนวหน้าแห่งภาคกลางและเมืองไทย
    หลวงพ่อทองดำ บำเพ็ญเพียรตั้งมั่นอยู่ในสมณธรรมอย่างเคร่งครัด มีวัตรปฏิบัติเรียบง่าย ปฏิปทางดงาม เป็นที่เลื่อมใสศรัทธาของผู้ได้พบเห็น ปัจจุบัน สิริอายุ 87 พรรษา 65
    ท่านมีนามเดิมว่า ทองดำ ปุยอบ เกิดเมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2477 ที่บ้านปรางค์กู่ อ.ปรางค์กู่ จ.ศรีสะเกษ โยมบิดา-มารดา ชื่อ นายศิลาและนางนวล ปุยอบ มีพี่น้องด้วยกัน 4 คน ครอบครัวประกอบอาชีพทำนา
    ช่วงวัยเยาว์ ได้เข้าเรียนหนังสือที่วัดบ้านปราสาท เรียนจบชั้นประถมที่ 4 หลังจากนั้นออกมาช่วยพ่อแม่ประกอบอาชีพทำนา เลี้ยงวัวเลี้ยงควาย หาปลาในช่วงฤดูฝน ช่วงหน้าแล้งบางคราวก็ไปรับจ้างทำงานยังต่างถิ่น
    ครั้นมีอายุครบ 22 ปีบริบูรณ์ ได้เข้าพิธีอุปสมบทที่วัดสมอ อ.ปรางค์กู่ จ.ศรีสะเกษ โดยมีพระครูวิรุฬหธรรมกิจ เป็นพระอุปัชฌาย์, พระอาจารย์เง้า เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และพระอาจารย์โพธิ์ เป็นพระอนุสาวนาจารย์
    หลังอุปสมบท ได้ศึกษาในพระปริยัติธรรมอย่างมุ่งมั่น สามารถสอบได้นักธรรมชั้นตรีและโท ก่อนหันไปศึกษาวิทยาคมกับหลวงพ่อมุม อินทปัญโญ วัดปราสาทเยอร์เหนือ
    ในช่วงแรก หลวงพ่อมุมไม่ค่อยสอนวิชาอาคมให้นัก เพราะต้องการดูอุปนิสัยศิษย์ว่าจะเป็นอย่างไร ตอนหลังหลวงพ่อมุมก็เมตตาสอนให้ และอยู่ศึกษาปฏิบัติอยู่กับท่านเป็นเวลาแรมปี
    ต่อมา ท่านได้ไปเรียนวิชากับพระอาจารย์ทองสุข วัดบ้านเพชร ท่านเป็นพระเกจิอาจารย์ที่แก่กล้าวิทยาคมอย่างมาก ทั้งยังเป็นพระอาจารย์สักยันต์ที่เลื่องลือยิ่งรูปหนึ่ง นอกจากนี้ พระอาจารย์ทองสุขได้มอบตำราไว้ให้ และยังสอนด้านการนั่งวิปัสสนากัมมัฏฐานอีกด้วย
    ท่านได้ไปดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดปราสาทจันโง ปกครองอยู่เกือบ 12 ปี หลังจากพัฒนาสร้างวัดจนสำเร็จมั่นคงดีแล้ว ท่านก็เดินธุดงค์ไป จ.อุบลราชธานี และได้ไปพบกับพระอาจารย์โฮม พระอาจารย์ปฏิบัติรูปหนึ่งที่เก่งมาก ท่านฝากตัวเป็นศิษย์เรียนวิชากับพระอาจารย์โฮมที่บนเขา ท่านสอนให้เดินจงกรม นั่งปฏิบัติภาวนาและสวดมนต์ต่างๆ
    ท่านได้อยู่เป็นเวลา 1 พรรษา ก่อนลากลับ พระอาจารย์โฮม ได้มอบตำราพระธรรมเก้าโกฏิ ตำรานี้มีความศักดิ์สิทธิ์ยิ่งนัก ท่านได้นำมาอ่านท่องจนจำขึ้นใจได้ทุกหน้า
    หลวงพ่อทองดำได้เดินธุดงค์จาก จ.อุบลราชธานี มาแถบอีสานผ่านหลายจังหวัด ตัดผ่านมาถึงนครราชสีมา ครั้งหนึ่ง ต้องเดินทางผ่านดงพญาเย็น แต่เดิมมีชื่อว่าดงพญาไฟ สถานที่เต็มไปด้วยสัตว์ร้ายมากมาย ทั้งมีเสือโจรผู้ร้ายชุกชุมคอยดักจี้ปล้นเอาทรัพย์ ผีสางนางไม้ก็ดุร้าย ทั้งไข้ป่าก็ชุกชุมด้วยเต็มไปด้วยต้นไม้ใหญ่น้อย ที่ราบลุ่มและภูเขาใหญ่น้อย แต่ท่านสามารถผ่านไปได้โดยสวัสดิภาพ กระทั่งมาถึง จ.สระบุรี และ จ.ลพบุรี ท่านมาปักกลดอยู่ที่หน้าถ้ำพระนารายณ์เขาวง แต่แรกก็ไม่มีชาวบ้านให้ความสนใจ ท่านก็ปฏิบัติภาวนาของท่านตามปกติ
    อยู่มาวันหนึ่งมีชาวบ้านนำภัตตาหารมาถวาย รวมทั้งมีชาวบ้านคนหนึ่ง ฐานะยากจน มาคอยอุปัฏฐากดูแลความเป็นอยู่ของท่านต่างๆ นานา หลวงพ่อทองดำ ได้เป่าลงกระหม่อมและมอบตะกรุดโทนไปดอกหนึ่ง ปรากฏว่าชาวบ้านคนดังกล่าวประสบเหตุถูกคนทำร้าย แต่ไม่ได้รับอันตรายแต่อย่างใด ทำให้มีชาวบ้านมาหาท่านกันหลายคน เพื่อขอตะกรุด
    พ.ศ.2512 เครือญาติของนางพิสมัย แซ่บาง เห็นวัตรปฏิบัติของท่านเมื่อครั้งที่ยังอยู่บริเวณหน้าถ้ำพระนารายณ์เขาวง จ.ลพบุรี เกิดความเลื่อมใสศรัทธา จึงนิมนต์หลวงพ่อทองดำให้มาอยู่ ด้วยสถานที่ดังกล่าวมีความเงียบสงบเหมาะสำหรับการเจริญภาวนากัมมัฏฐานอย่างยิ่ง
    เมื่อท่านเดินทางไปอยู่บริเวณดังกล่าว คณะชาวบ้านและเครือญาติของนางพิสมัย ก็ปลูกที่พักให้หลังหนึ่งเล็กๆ ที่หน้าถ้ำตะเพียนทอง ซึ่งแต่ก่อนนั้นชาวบ้านไม่รู้ว่ามีถ้ำ รู้แต่ว่ามีทรัพย์สมบัติและผีดุ เมื่อท่านมาอยู่แล้ว ท่านกับชาวบ้านก็ช่วยกันถากถางต้นไม้และมีพระติดตามท่านมาอีกรูปหนึ่ง คืนหนึ่ง หลวงพ่อทองดำ เกิดนิมิตฝันไปว่าในบริเวณแห่งนี้มีทรัพย์สมบัติและมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในถ้ำ ขณะกำลังเจริญภาวนาเดินจงกรมนั้นก็มีวิญญาณร้ายมารบกวนไม่เคยขาด ท่านจึงปรารภต่อวิญญาณนั้นว่า "อาตมามาที่นี่เพื่อสร้างวัดไม่ได้มาเอาทรัพย์สมบัติแต่ประการใดๆ" วิญญาณร้ายจึงยอมหนีไป
    ครั้นเมื่อก่อสร้างเสนาสนะในวัดได้ระยะหนึ่ง มีชาวบ้านมาขอวัตถุมงคลกับท่าน หลวงพ่อก็มีแต่ตะกรุดโทนให้ไป ต่อมา ท่านได้ลงหมึกสักยันต์ให้ชาวบ้าน และผู้คนที่ดั้นด้นกันมาจากที่ไกล
    ในจำนวนคนเหล่านั้น หลายคนเป็นโจรเสือร้ายที่มีหมายจับของทางราชการหลายคน ทำให้ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรีในสมัยนั้น ต้องมากราบขอร้องให้หลวงพ่องดการลงหมึกสักยันต์ ด้วยมีหลายคนเป็นโจรปล้นฆ่า ยากแก่การปราบปราม ซึ่งท่านไม่เคยรู้เลยว่าเขาเป็นคนร้ายมีหมายจับของทางราชการ
    นับจากนั้นเป็นต้นมา ท่านงดสักยันต์โดยเด็ดขาด
    ต่อมา ท่านได้จัดทำเสื้อยันต์และผ้ายันต์มอบให้ทหารที่ไปรบตามชายแดน เมื่อเสร็จสิ้นภารกิจ พวกทหารเหล่านั้นได้พากันมากราบหลวงพ่อทองดำ บอกว่ารอดพ้นปลอดภัยจากฝ่ายตรงข้ามด้วยเสื้อยันต์ของหลวงพ่อ
    ช่วงปี พ.ศ.2520-2524 หลวงพ่อทองดำรับนิมนต์ร่วมพิธีปลุกเสกพระเครื่องในกรุงเทพฯ หลายครั้งด้วยกัน หลังจากนั้น ได้หยุดไปนานจนถึงปี พ.ศ.2545 ท่านได้จัดสร้างวัตถุมงคลอีกครั้งหนึ่ง เพื่อหารายได้ก่อสร้างอุโบสถ กุฏิ และเสนาสนะต่างๆ
    พระเครื่องรุ่นปี พ.ศ.2545 ที่ท่านสร้างขึ้นอย่างเป็นทางการ คือ รุ่นมหาอำนาจ มหาเมตตา มหานิยม รุ่น 2 เรียกว่า รุ่นยอดขุนพลไตรมาส 45 รุ่น 3 คือ ขุนแผนจ้าวทรัพย์-จ้าวเสน่ห์ และอื่นๆ อีกหลายรุ่น และ พระ 9 หน้ามหาเศรษฐี รุ่นโคตรเศรษฐีนวโกฏิ
    กล่าวได้ว่าชื่อเสียงเกียรติคุณความเป็นสุดยอดพระเกจิอาคมขลังของหลวงพ่อทองดำ แห่งวัดถ้ำตะเพียนทอง เป็นที่เลื่องลือมานาน ร่ำลือถึงความเข้มขลังศักดิ์สิทธิ์ในวัตถุมงคลของท่าน ที่มีพุทธคุณรอบด้าน

    ขอขอบคุณท่านเจ้าของบทความข้อมูลที่มาอย่างสูงครับหนังสือพิมพ์คำภีร์นิวส์
    และทุกๆที่มา


    ให้บูชา 250 บาทค่าจัดส่งด่วน 30 บาทครับ

    IMG_20260222_160721.jpg IMG_20260222_160747.jpg
     
  5. Jumbo A

    Jumbo A เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 กุมภาพันธ์ 2008
    โพสต์:
    14,118
    ค่าพลัง:
    +21,459
    1771767113720.jpg

    ท่านเป็นอาจารย์ของสมเด็จพระพุฒาจารย์โต พรหมรังษี วัดระฆัง

    หลวงพ่อแสง วัดมณีชลขัณฑ์ ลพบุรี

    คอลัมน์ มุมพระเก่า
    อภิญญา

    เมื่อเอ่ยถึง "วัดมณีชลขัณฑ์" จ.ลพบุรี ทำให้หวนนึกถึง "หลวงพ่อแสง" หรือ "หลวงปู่แสง" อดีตพระคณาจารย์ชื่อดัง ปัจจุบันวัตถุมงคลเอกลักษณ์ท่านได้รับความนิยมหลายพิมพ์หลากรุ่น

    "หลวงปู่แสง" ถูกกล่าวขวัญถึงในเรื่องการจัดสร้างพระเจดีย์เก่าแก่แห่งวัดมณีชลขัณฑ์ เป็นพระเจดีย์ทรงไม้สิบสองเหลี่ยม สีขาว สูงตระหง่านเสียดฟ้า ภาพของพระเจดีย์ที่ตัดกับขอบฟ้าครามยามหน้าหนาว ลุเข้าสู่ฤดูกาลลมร้อนพัดผ่าน เกิดเป็นภาพสวยงามยิ่งนัก แต่มุมมองของภาพพระเจดีย์ที่ตัดกับขอบฟ้าหน้าฝนที่มีกลุ่มเมฆทะมึนเต็มท้องฟ้า มีประกายสายฟ้าพาดผ่านเมฆเป็นระยะๆ ดูน่าเกรงขามยิ่งนัก

    ชาวเมืองลพบุรีเชื่อกันว่าเป็นเพราะภาพที่เห็นเป็นพลังความศรัทธาที่ชาวเมืองลพบุรีได้เห็นกันมาตั้งแต่ยุคต้นกรุงรัตนโกสินทร์ มีประวัติและเกิดเป็นตำนานแห่งการสืบทอดต่อลูกหลานถึงปัจจุบัน

    วัดมณีชลขัณฑ์ หรือแต่ก่อนนั้นชาวเมืองลพบุรีเรียกกันแต่เดิมว่า "วัดเกาะแก้ว" เหตุแห่งการเรียกขานยึดเอาลักษณะของภูมิประเทศก่อเกิดที่กลางท้องทุ่งพรหมาสตร์ อำเภอเมือง จังหวัดลพบุรี แต่วัดเกาะแก้วก็มิได้มีประวัติบันทึกเอาไว้ว่าได้ก่อตั้งมาแต่เมื่อใด ต่อมาทางราชการได้เปลี่ยนชื่อเป็น "วัดมณีชลขัณฑ์" ได้รับการยกฐานะเป็นพระอารามหลวงถึงปัจจุบัน

    "พระเจดีย์หลวงปู่แสง" ตามหลักฐานนั้นต้องมีและเกิดก่อนวัดมณีชลขัณฑ์แน่นอน ตามที่มีการเล่าขานสืบทอดกันต่อๆ มาเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างหลวงปู่แสงและสมเด็จพระ พุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) ซึ่งท่านได้เมตตาเล่าสู่เหล่าศิษย์ได้รับฟัง และได้มีการเล่าขานสืบต่อๆ มาว่า

    ในขณะที่หลวงปู่แสง พระอาจารย์ของสมเด็จโต ได้บำเพ็ญจิตตภาวนาอยู่ที่วัดชีป่า ซึ่งปัจจุบันคือ "วัดชีป่าสิตาราม" ท่านได้ก่อสร้างพระเจดีย์ที่เกาะแก้ว ตามคำบอกทางนิมิตของรุกขเทวดา ให้ท่านไปสร้างพระเจดีย์ครอบครองดวงแก้วมณีโชติ ที่เกาะกลางท้องทุ่งพรหมาสตร์ สมเด็จโตยังได้รับการถ่ายทอดแนวทางปฏิบัติภาวนาและพุทธาคมจากหลวงปู่แสงอีกด้วย

    ด้านประวัติที่มีการบ่งบอกเกี่ยวกับการสร้างพระเจดีย์ของหลวงปู่แสง ตามพระราชนิพนธ์ของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อคราวเสด็จประพาสมณฑลอยุธยาเมื่อปีขาล พุทธศักราช 2421 ความว่า "ขรัวแสงคนทั้งปวงนับถือกันว่าเป็นผู้มีวิชา เดินตั้งแต่เมืองลพบุรีเช้าลงไปฉันเพลที่กรุงเทพฯ เป็นคนกว้างขวางเจ้านายขุนนางรู้จักหมด ได้สร้างพระเจดีย์สูงไว้องค์หนึ่งที่วัดเกาะแก้ว ตัวไม่ได้อยู่วัดนี้ หน้าเข้าพรรษาอยู่ที่วัดอื่น ออกพรรษาแล้วมาปลูกโรงอยู่ริมพระเจดีย์ ซึ่งก่อเองไม่ยอมให้คนอื่นช่วยเหลือ ราษฎรที่นับถือพากันเรี่ยไรอิฐ ปูน พระเจดีย์องค์นี้เจ้าของกระทำแล้วเสร็จตลอดไปหรือที่จะพึ่งผู้อื่นช่วยเหลือเมื่อตายแล้วไม่ได้ถามดู ของเธอก็สูงดีอยู่"

    หลวงปู่แสงท่านรอบรู้ทางด้านวิชาอาคมยิ่งนัก มีหลักฐานได้บันทึกไว้เช่นกัน ในหนังสือคำชมโบราณสถานของกรมศิลปากรยังได้กล่าวถึงคุณวิเศษความว่า "พระอาจารย์แสงเดิมอยู่ที่วัดชีป่า ตำบลทะเลชุบศร อำเภอเมือง จังหวัดลพบุรี เป็นผู้วิเศษทางด้านวิปัสสนา ได้เที่ยวธุดงค์ไปถึงเมืองหงสาวดี นับได้ว่าชาวเมืองลพบุรีเลื่อมใสศรัทธาเป็นผู้ที่มีคุณวิเศษแท้จริง"

    หลวงพ่อแสง ท่านรอบรู้ทางด้านวิชาอาคมยิ่งนัก มีหลักฐานได้บันทึกไว้เช่นกัน ในหนังสือคำชมโบราณสถานของกรมศิลปากรยังได้กล่าวถึงคุณวิเศษความว่า "พระอาจารย์แสง เดิมอยู่ที่วัดชีป่า ต.ทะเลชุบศร อ.เมือง จ.ลพบุรี เป็นผู้วิเศษทางด้านวิปัสสนา ได้เที่ยวธุดงค์ไปถึงเมืองหงสาวดี นับได้ว่าชาวเมืองลพบุรี เลื่อมใสศรัทธาเป็นผู้ที่มีคุณวิเศษแท้จริง"

    จากประวัติและตำนานแห่งการเล่าขานในอดีตปัจจุบัน ได้ปรากฏรูปธรรมของท่านอย่างชัดเจน กล่าวคือผู้คนในยุคหลังได้มีโอกาสได้กราบไหว้องค์จำลองของท่านรวมทั้งยังได้มีโอกาสนำเอารูปเคารพ ที่เรียกกันว่าวัตถุมงคลของท่านนำไปบูชาติดตัว ปกป้องคุ้มครอง เพื่อความเป็นสิริมงคลในทุกๆ ด้าน

    ถึงท่านจะเป็นพระคณาจารย์รุ่นเก่า แต่รูปเหมือนหลวงพ่อแสงปรากฏเป็นรูปธรรมครั้งแรกเมื่อปี 2506 ณ วัดชีป่าสิตาราม และเมื่อปี 2529 รูปเหมือนขนาดเท่าองค์จริงของท่านปรากฏเป็นรูปธรรมที่วัดมณีชลขัณฑ์ ปัจจุบันประดิษฐานภายในวิหารเคียงข้างพระเจดีย์ มีพุทธศาสนิกชนและประชาชนทั่วไป เคารพกราบไหว้ขอพร ประสบกับความสำเร็จ ประสบการณ์นั้นมีอยู่มากมายที่เกิดขึ้นด้วยอิทธิปาฏิหาริย์ของท่าน

    วัตถุมงคลในรูปลักษณ์ของหลวงพ่อแสง ปรากฏเอกลักษณ์รูปแบบเหรียญครั้งแรกก็คือ "เหรียญรูปเหมือนหลวงพ่อแสงปี 2511" วัดชีป่าสิตาราม จังหวัดลพบุรี มีเนื้อโลหะ เนื้อเงินตอกโค้ด เนื้ออัลปาก้า และเนื้อทองแดงผิวไฟ

    จนถึงปี 2518 ได้มีการจัดสร้างพระเนื้อผงหลวงพ่อแสง และปี 2529 ได้มีการจัดสร้างวัตถุมงคลในนามของหลวงพ่อแสงอีกครั้งหนึ่ง ประกอบด้วย รูปเหมือนลอยองค์เนื้อทองแดงกะไหล่ทอง เหรียญรูปเหมือนหลวงพ่อแสงเนื้อทองคำ เนื้อทองแดงกะไหล่ทอง และเนื้อทองแดงรมดำ ซึ่งวัตถุมงคลทั้งหมด ได้ผ่านพิธีพุทธาภิเษกอย่าง ถูกต้อง ตามตำรับโบราณ และพระคณาจารย์ที่อธิษฐานปลุกเสกแต่ละคราวนั้น เป็นพระที่มีชื่อเสียง มีมนต์ขลังทางด้านพุทธาคมแห่งยุคทั้งสิ้น

    เมื่อปี 2537 วัตถุมงคลในนามของหลวงพ่อแสงเกิดขึ้นอีกครั้ง ณ วัดชีป่าสิตาราม ที่นิยมก็คือ พระรูปเหมือนหลวงพ่อแสง นักสะสมเรียกว่า "รูปหล่อรุ่น ขุดสระ" วัตถุมงคลรุ่นนี้ได้เกิดประสบการณ์ต่อผู้บูชามากมาย

    สำหรับวัตถุมงคลที่นิยมมากๆ สร้างขึ้นเมื่อปี 2503 เป็นเหรียญรูปไข่ด้านหนึ่งเป็นรูปพระพุทธปางห้ามสมุทร มีข้อความเขียนว่า "หลวงพ่อแสง ปี ๒๕๐๓" อีกด้านหนึ่งเป็นรูปพระเจดีย์ เขียนว่า "เจดีย์หลวง พ่อแสงลบบุรี" จุดสังเกตคำว่า "ลพบุรี" แกะบล็อกผิดเป็น "ลบบุรี" ปัจจุบันสนนราคายังไม่สูงมากนัก แต่หายากมาก ว่ากันว่าพลานุภาพเปี่ยมล้นเรื่องโชคลาภ เมตตามหานิยม แคล้วคลาดปลอดภัย

    นับเป็นสิ่งมงคลพุทธคุณขลังอีกรุ่น

    ที่มา หนังสือพิมพ์ข่าวสด

    หลวงปู่แสง หรือขรัวแสง ผู้สร้างเจดีย์วัดมณีชลขันธ์ ซึ่งถือเป็นปูชนียวัตถุ และโบราณวัตถุที่สำคัญยิ่งของเมืองลพบุรี นอกจากนี้หลวงปู่แสงยังเป็นพระอาจารย์สอนวิปัสสนาให้กับสมเด็จพระพุฒาจารย์โต พรหมรังสี วัดระฆังฯอีกด้วย
    กิตติศัพท์ของหลวงปู่แสงร่ำลือกันมานานกว่า ๒๐๐ ปีแล้ว กล่าวกันว่าท่านเป็นพระที่มีบุญญาธิการสูงส่งสามารถสร้างพระเจดีย์ขนาดใหญ่โตมโหฬารด้วยตนเองโดยไม่มีผู้ใดช่วยเหลือ เป็นเจดีย์ฐานเล็กแต่ทรงสูง อยู่ทางด้านใต้ของวัด ถือเป็นสัญลักษณ์ตราประจำวัดด้วย เจดีย์นี้มีลักษณะองค์เจดีย์เป็นรูปสี่เหลี่ยมย่อมุมไม้สิบสองทรงสูงชลูด ฐานขนาด ๑๕.๔ เมตร ทำเป็น ๓ ชั้น มีซุ้มประตูยอดแหลมอยู่ด้านข้างทั้ง ๔ ด้าน ชั้นที่ ๔ ตอนบนเป็นองค์ระฆัง ส่วนยอดทำเป็นแท่นบัลลังก์ และปล้องไฉนขึ้นไปสมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพ พระบิดาแห่งประวัติศาสตร์ไทย ได้เขียนถึงเจดีย์หลวงพ่อแสงว่า ผู้สร้าง คือพระอาจารย์แสง ดังปรากฏในตำนานเมืองลพบุรีว่า ที่ท้องทุ่งพรหมาศอยู่ใกล้เมือง มีพระเจดีย์สูงที่วัดมณีชลขันธ์ องค์หนึ่งแลเห็นได้แต่ไกล ชวนให้สำคัญว่าเป็นของสร้างไว้แต่โบราณ แต่แท้จริงเป็นของพระภิกษุองค์หนึ่งชื่อ พระอาจารย์แสง เป็นผู้คิดแบบสร้างขึ้นเมื่อรัชกาลที่ ๔ ซึ่งเป็นเจดีย์ย่อมุมไม้สิบสองทรงชลูด กำลังเอนไปทางทิศใต้ จนมีผู้ให้สมญานามว่า หอเอนเมืองลพบุรี เล่ากันว่า หลวงพ่อแสงผู้สร้างวัดนี้ สร้างเจดีย์ความสูงขนาด ๕-๖ ชั้น โดยไม่ใช้นั่งร้าน สร้างเสร็จแล้วก็กระโดดลงมาแล้วหายตัวไป แม้แต่ในพระราชนิพนธ์ของพระพุทธเจ้าหลวง(รัชกาลที่ ๕) ยังมีข้อความตอนหนึ่งกล่าวยกย่องชมเชยหลวงปู่แสง หรือขรัวแสง หลวงปู่แสงเป็นพระเกจิอาจารย์ผู้เรืองด้วยวิชาด้านวิปัสสนากรรมฐานที่โด่งดังมากที่สุด เมื่อ ๑๐๐ กว่าปีก่อนจากชื่อเสียง และกิตติศัพท์ซึ่งเป็นอันดับหนึ่งนี้เอง จึงทำให้สามเณรโต(อายุขณะนั้นราวๆ ๑๖-๑๗ ปี)ดั้นด้นมาร่ำเรียนวิชาจากท่าน สามเณรโต ต่อมาก็คือ สมเด็จพระพุฒาจารย์โต พรหมรังสี แห่งวัดระฆัง ผู้ให้กำเนิดพระสมเด็จ และพระคาถาชินบัญชรอันลือลั่นสะท้านปฐพี!! เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๑๐ เศษๆ เจดีย์ที่หลวงพ่อแสง ซึ่งท่านเป็นพระเกจิอาจารย์ที่เข้มขลังในอดีต ซึ่งท่านก็เป็นหนึ่งในอาจารย์ของ สมเด็จพระพุฒาจารย์โต พรหมฺรังสี นั้นได้ชำรุดทรุดโทรมลง ทางคณะสงฆ์ได้ทำการบูรณะขึ้นใหม่ และได้พบว่าที่คอระฆังมีร่องรอยคนร้ายลอบมาเจาะเพื่อเอาของมีค่าออกไป ซึ่งในโพรงดังกล่าวได้พบผงหลวงปู่แสงซึ่งบรรจุอยู่ในโถดินเผา จนเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๑๘ ทางวัดมณีชลขันธ์ได้จัดสร้างพระผงรูปเหมือนหลวงปู่แสง หลังเจดีย์ รุ่นแรก จึงได้นำเอาผงดังกล่าวมาใช้เป็นมวลสารในการสร้างพระผงรูปเหมือนหลวงพ่อแสง ขึ้นเป็นครั้งแรก และผงเก่าซึ่งทางวัดเก็บรวบรวมเอาไว้เป็นส่วนผสมหลัก อาทิเช่น ผงซึ่งหลวงพ่อจง วัดหน้าต่างนอกได้เขียน และลบไว้ มวลสารอื่นๆที่สำคัญคือ ว่านต่างๆอีกเป็นจำนวนมาก ฯลฯ พระชุดนี้จัดสร้างขึ้นที่วัดโดยอาศัยพระภิกษุ และสามเณรช่วยกันตำผง และกดพิมพ์กันเอง แล้วนำเข้าพิธีที่พระอุโบสถวัดมณีชลขันธ์ เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๑๘ โดยมีพระคณาจารย์ต่างๆนั่งปรกปลุกเสกอีกคับคั่ง อาทิเช่น หลวงพ่อพริ้ง วัดโบสถ์โก่งธนู หลวงพ่อแพ วัดพิกุลทอง หลวงพ่อจวน วัดหนองสุ่น หลวงปู่โต๊ะ วัดประดู่ฉิมพลี หลวงพ่อเงิน วัดดอนยายหอม หลวงพ่อแช่ม วัดดอนยายหอม หลวงพ่ออุตตมะ วัดวังวิเวการราม หลวงพ่อเปิ่น วัดบางพระ หลวงพ่อบุญมี วัดเขาสมอคอน หลวงพ่อมัง วัดเทพกุญชร หลวงพ่อสิม วัดถ้ำผาป่อง หลวงพ่อครูบาธรรมชัย วัดทุ่งหลวง หลวงพ่อบาง วัดหนองพลับ ฯลฯ และต่อมาได้นำเข้าพิธีพุทธาภิเษกอีกครั้งในปี พ.ศ. ๒๕๑๙ โดย สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช ที่ศูนย์สงครามพิเศษ และครั้งที่ ๓ ที่วัดมณีชลขันธ์ ในคราวหล่อรูปเหมือน มวลสารดี พิธีใหญ่หลายพิธี

    ขอขอบคุณท่านเจ้าของบทความข้อมูลที่มาอย่างสูงครับ

    พระผงรูปเหมือนหลวงปู่แสงวัดมณีชลขัณฑ์ ๒๕๑๘

    สภาพสวยเดิม พิธีใหญ่

    ให้บูชา 550 บาทค่าจัดส่งด่วน 30 บาทครับ

    IMG_20260222_202921.jpg IMG_20260222_202959.jpg
     

แชร์หน้านี้

Loading...