เรื่องเด่น เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันเสาร์ที่ ๑๗ มกราคม ๒๕๖๙

ในห้อง 'หลวงพ่อเล็ก วัดท่าขนุน' ตั้งกระทู้โดย iamfu, 17 มกราคม 2026 at 07:14.

สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้
  1. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    23,726
    กระทู้เรื่องเด่น:
    2,997
    ค่าพลัง:
    +26,831
    เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันเสาร์ที่ ๑๗ มกราคม ๒๕๖๙


     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  2. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    23,726
    กระทู้เรื่องเด่น:
    2,997
    ค่าพลัง:
    +26,831
    วันนี้ตรงกับวันเสาร์ที่ ๑๗ มกราคม พุทธศักราช ๒๕๖๙ อากาศยามเช้าที่โรงแรมวีนัส อินเตอร์เนชั่นแนล โฮเต็ล อยู่ที่ ๕ องศาเซลเซียส ตามคำพยากรณ์ว่าจะลดลงไปอีก ๑ องศาเซลเซียส

    เมื่อวานนี้ที่โรงแรม ลี่เจียง อินเตอร์เนชั่นแนล โฮเต็ล เมืองเก่าลี่เจียงนั้น พวกเราต้องรีบร้อนตาลีตาเหลือกเหมือนเดิม เนื่องเพราะว่าปลุกกันตั้งแต่ตี ๕ รับประทานอาหารตอน ๖ โมงเช้า แล้ว ๗ โมงต้องเร่งรีบเดินทางไปยังสถานีรถไฟความเร็วสูงลี่เจียง แต่ปรากฏว่าคณะของเรานั้น สามารถทำทุกอย่างได้ตามที่คุณน้ำทิพย์และแม่หญิงเปิ้ล ซึ่งเป็นไกด์ประจำคณะแนะนำให้ทุกประการ ต้องขอเจริญพรขอบคุณทุกท่านเป็นอย่างยิ่ง เนื่องเพราะว่าหลายท่านนั้นก็อายุกาลผ่านวัยใกล้เคียงกับกระผม/อาตมภาพเลยทีเดียว

    เมื่อพวกเราฝ่าความหนาว - ๒ องศาเซลเซียสมาถึงสถานีรถไฟความเร็วสูงลี่เจียง ก็ต้องสแกนพาสปอร์ตเข้าไปรอข้างใน ครั้นมองไปที่ป้ายที่แสดงว่ารถไฟแต่ละเที่ยวมาเวลาเท่าไร และต้องรอขึ้นที่ประตูไหน ปรากฏว่าป้ายใหญ่ข้างนอกแจ้งว่าเป็นประตู ๑ ป้ายเล็กด้านในแจ้งว่าเป็นประตู ๒ ทำเอางงกันอยู่พักใหญ่ แต่ว่าผู้คนก็แน่นไปหมด ทั้ง ๆ ที่ตอนนี้ฟ้ายังไม่ทันจะสว่างดี

    ครั้นพวกเราทุกคนพร้อมแล้ว คุณน้ำทิพย์ซึ่งส่งพาสปอร์ตคืนให้พวกเราแต่ละคน สแกนผ่านเข้าไปทางด้านในเพื่อขึ้นรถไฟ ก็ต้องมีการตะเกียกตะกายขึ้นฟ้า ก็คือขึ้นบันไดเลื่อน แต่กระผม/อาตมภาพนั้นใช้วิธีเดินตามบันไดปกติ ปรากฏว่ารถไฟมาจอดรอพวกเราอยู่แล้ว เนื่องเพราะว่าการสแกนบัตรเพื่อผ่านประตูเข้าไปนั้น มีประชาชนจำนวนหลายร้อยคนมาต่อคิวกันยาวเหยียด จึงทำให้ล่าช้า แต่ก็ยังดีว่ารถยังจอดรออยู่

    พวกเราขึ้นมาตู้ที่ ๖ ครั้นหาที่นั่งและวางสิ่งของได้แล้ว กระผม/อาตมภาพก็หลับตาภาวนา ส่งกำลังใจไปยังเจ้าที่เจ้าทางทั้งหลายตลอดเส้นทางที่เดินทางในวันหนึ่งคืนหนึ่งนี้ ขอให้ทุกท่านอนุโมทนาส่วนกุศลในศีล สมาธิ ปัญญา ที่กระผม/อาตมภาพกระทำมาตั้งแต่ต้นจนบัดนี้ และขอให้ช่วยดูแลรักษาความปลอดภัยให้กับคณะของพวกเราทุกคนด้วย

    แม่หญิงเปิ้ลแจ้งว่าเราจะใช้เวลาเดินทางประมาณ ๔ ชั่วโมง ก็คือจะไปถึงเมืองคุนหมิงในเวลาเที่ยง ซึ่งทางรถบัสที่ขนกระเป๋าของพวกเราไปให้ยังโรงแรมที่พักนั้นยังไปไม่ถึง พวกเราที่มานี้ถือว่าเป็นคณะที่พรีเมี่ยมสุด ๆ เพราะว่าไม่ต้องแบกไม่ต้องขนกระเป๋าด้วยตนเอง ไม่เช่นนั้นอาจจะต้องไปตบตีแย่งชิงกับบรรดามวลมหาประชาชนจีนที่ต่างก็แบกกระเป๋ากันพะรุงพะรังขึ้นรถไฟมา ถึงเวลาขาลงก็ทำให้ล่าช้า เพราะว่ากระเป๋าหลายใบก็ใหญ่กว่าตัวเสียอีก
     
  3. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    23,726
    กระทู้เรื่องเด่น:
    2,997
    ค่าพลัง:
    +26,831
    ครั้นภาวนาไปได้ครู่หนึ่ง กระผม/อาตมภาพที่หนาวจนมือเท้าชาก็รู้สึกว่ามือเท้าหายช้า ถึงได้รู้ว่าทางรถไฟนั้นทำการเปิดฮีตเตอร์ให้ โดยที่อยู่ใต้ที่นั่งบริเวณใกล้ ๆ ปลายเท้าเลยทีเดียว จึงต้องถอดถุงมือ ตลอดจนกระทั่งหมวก และผ้าปลอกคอออกเสียก่อน ส่วนท่านปิง (พระมหากวีศิลป์ วิสุทฺธิกุโล) ประธานที่พักสงฆ์เมืองโบราณ จังหวัดสมุทรปราการนั้น เห็นเดินเข้าเดินออกห้องน้ำเสียหลายรอบ ก็คือค่อย ๆ ไปลอกออกทีละชั้นตามระดับอุณหภูมิที่สูงขึ้น

    เมื่อรถไฟวิ่งไป ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะมุดเข้าอุโมงค์เป็นระยะ ๆ ไปตลอดเวลา จนพวกเรามั่นใจแล้วว่า ถ้ามาเมืองจีน ไม่มีวันไหนที่ไม่ต้องเข้าอุโมงค์ และไม่มีวันไหนที่ไม่ต้องเดินกันไกล ๆ เมื่อเสร็จธุระทั้งภายในและภายนอกแล้ว พวกเราก็พูดคุยกันสารพัดเรื่อง บางเรื่องก็ส่งเสียงเฮฮาหัวเราะ จนบรรดาคนจีนหันมามองว่าขำอะไรกันนักหนา บนรถไฟก็อุตส่าห์มีคนมาเสนอขายสินค้าเป็นระยะ ๆ คาดว่าจะต้องเป็นบุคคลที่มีเส้นสายดีทีเดียว ไม่เช่นนั้นก็ไม่สามารถที่จะมาจำหน่ายสินค้าบนรถไฟด่วนแบบนี้ได้

    เวลาเที่ยงตรง พวกเรามาลงรถไฟที่สถานีรถไฟคุนหมิงใน ก็คือคนละสถานีกับคุนหมิงใต้ที่เราขึ้นไปครั้งก่อน เมื่อขึ้นฟ้าลงดินไปหลายต่อหลายรอบ มีทั้งการสแกนพาสปอร์ต สแกนกระเป๋าแล้ว ยังต้องเดินผ่านสถานีรถไฟใต้ดินด้วย มุดขึ้นมาถึงเบื้องบน พวกเราก็เดินต่อไปบริเวณที่รถบัสจอดรออยู่ ทางด้านเมืองคุนหมิงนี้ การจราจรเข้มงวดมาก รถจอดรับผู้โดยสารไม่สามารถจะจอดแช่เกิน ๕ นาทีได้ เนื่องเพราะว่าทุกคันต่างมีสัญญาณติดตามรถ ถ้าเกิน ๕ นาทีเมื่อไร จะมีข้อความแจ้งมาภายในโทรศัพท์ของคนขับ และหักเงินจากระบบไปเลย

    พวกเราขึ้นรถมาพร้อมแล้วก็วิ่งตรงไปยังร้านอาหาร คุณน้ำทิพย์ชมเชยว่าคณะของเราเป็นคนไทยคณะเดียวที่สามารถแย่งชิงกับคนจีนได้ เพราะว่าเดินเร็วเท่าไรก็สามารถที่จะเดินตามได้ทัน คณะอื่น ๆ ถ้าคุณน้ำทิพย์เดินเร็ว ก็มีการบ่นการว่า ถ้าเร่งให้เร็วก็โดนด่าเสียด้วย

    มาถึงร้านสุกี้รวมเห็ดชื่อดังของเมืองคุนหมิง พวกเราต้องรอคิวกันอยู่พักใหญ่ เนื่องเพราะว่ามีคนรอขึ้นลิฟท์แก้วเพื่อไปยังห้องอาหารชั้น ๖ กันค่อนข้างมาก ครั้นโผล่ออกมา พวกเราถึงได้เห็นโต๊ะที่เขาจัดเอาไว้เรียบร้อยแล้ว พนักงานจึงเริ่มปรุงบรรดาอาหารต่าง ๆ ซึ่งมีเห็ดเป็นหลักถึง ๒๐ กว่าชนิด
     
  4. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    23,726
    กระทู้เรื่องเด่น:
    2,997
    ค่าพลัง:
    +26,831
    แม่หญิงเปิ้ลประกาศอย่างชัดเจนว่า ต้องรอเขาปรุงจนให้สัญญาณว่ากินได้ ถึงจะลงมือได้ เพราะว่าเห็ดหลายต่อหลายอย่างนั้น พอรวมกันแล้วจะมีพิษ ต้องความร้อนถึงระดับจึงสามารถที่จะกินได้ โดยที่ไม่เกิดอาการพิษกำเริบ จึงมีเจ้าหน้าที่คอยที่จะมาตักฟองอาหารออกจากหม้อร้อนใบใหญ่ แล้วก็ใส่โน่นใส่นี่ลงไป กว่าที่จะให้สัญญาณพวกเราฉันได้ก็รอกันหงิกไปเลย

    กระผม/อาตมภาพตักมาคนเดียว ๒ ถ้วย เนื่องเพราะว่าขี้เกียจรอให้น้ำซุปเย็นลง สามารถฉันถ้วยที่ ๑ หมด ถ้วยที่ ๒ ก็ยกซดได้เลย อาหารของเขาที่ประกอบด้วยเห็ด ถือว่ารสชาติใช้ได้ แต่กระผม/อาตมภาพเป็นคนที่ฉันอะไรก็ไม่เติม เพราะถือคติว่าถ้าเติมแล้วอร่อย ก็คือเราทำเอง ไม่ใช่อร่อยจากอาหารทางร้านของเขา

    เมื่ออิ่มแล้วจึงได้ไปเข้าห้องน้ำ และลงลิฟท์แก้วมาคนเดียว ครั้นลงมาถึงด้านล่าง นั่งอยู่พักหนึ่ง รู้สึกว่าเริ่มหนาวจึงไปเดินออกกำลังกาย เจออาอี๋ท่านหนึ่งมายืนขายของอยู่ทางด้านท้ายรถของพวกเรา เป็นเครื่องรางนำโชคประมาณสิงโตเฝ้าทรัพย์ แล้วก็พวกชิ้นงานต่าง ๆ มีรูปพระสังกัจจายน์เป็นต้น พอจับต้องดูแล้วก็ยังทึ่งว่าอาอี๋แกขายของแท้โว้ย ปกติแล้วเห็นมีแต่เรซิ่น นี่เป็นหินหยกแท้ ๆ เลย แกบอกว่าชิ้นละ ๘๐ หยวน โดยใช้ภาษาจีนว่า "ปาสือไคว่" กระผม/อาตมภาพบอกว่ารอคณะก่อนแล้วถึงจะมาซื้อ แกก็ทำหน้างง ๆ

    ครั้นเมื่อพวกเราทั้งหลายมาถึงกันแล้ว กระผม/อาตมภาพก็พาไปรุมล้อมอาอี๋ ต่อราคากันเป็นการใหญ่ จากชิ้นละ ๘๐ หยวนก็กลายเป็น ๒ ชิ้น ๑๕๐ หยวน ได้ยินว่าท้าย ๆ แล้ว ๒ ชิ้น ๑๐๐ หยวนแกก็ขายให้ ขึ้นอยู่กับฝีมือและความใจเย็นว่าใครจะต่ออะไรได้บ้าง แต่กระผม/อาตมภาพนั้นถือว่าถ้าซื้อก็คือเป็นราคาที่ตนเองพอใจ และโดยเฉพาะเผลอไปทำพลาดให้สิงโตเฝ้าทรัพย์ตก จนเหรียญทองที่แกะสลักอยู่ภายใต้ตัวสิงโตนั้นบิ่นไปมุมหนึ่ง ก็ยิ่งมั่นใจว่านี่เป็นหินหยกแท้แน่นอน เนื่องเพราะว่าถ้าเป็นเรซิ่นแล้ว ตกด้วยความสูงแค่นี้ โอกาสที่จะบิ่นมีน้อยมาก

    พลขับซึ่งเป็นบุคคลที่เราจ้างมาต่างหากเฉพาะในเมืองคุนหมิง พาพวกเราวิ่งตรงไปนอกเมือง ซึ่งห่างออกไปประมาณ ๗๐ กิโลเมตร ต้องผ่านด่านทางด่วนขึ้นไป จนกระทั่งมาถึงบริเวณที่เรียกว่าสือหลิน หรือว่าป่าหินล้านปี จอดส่งพวกเราแล้วก็ต้องรีบวนรถไปจอดยังลานที่เขากำหนดเอาไว้ ไม่สามารถที่จะแช่อ้อยอิ่งอยู่ได้

    พวกเราลงจากรถแล้ว ก็เดินตามคุณน้ำทิพย์ตรงเข้าไปยังอาคารหลัก โดยที่แยกไปเข้าห้องน้ำทางขวามือกันหลายต่อหลายคน รวมทั้งกระผม/อาตมภาพ ส่วนที่ชอบใจที่สุดก็คือภายในห้องน้ำทุกห้องมีจอโทรทัศน์ขนาดจอบนเครื่องบิน ให้ดูข่าวคราว ตลอดจนกระทั่งเนื้อหาเรื่องราวของป่าหินล้านปีแห่งนี้ ซึ่งเป็นหนึ่งในมรดกโลกทางธรรมชาติของประเทศจีน
     
  5. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    23,726
    กระทู้เรื่องเด่น:
    2,997
    ค่าพลัง:
    +26,831
    เมื่ออกมาแล้ว รอจนคุณน้ำทิพย์ซื้อตั๋วได้ครบ พวกเราก็ต้องมาสแกนกระเป๋า สแกนตั๋ว เพื่อที่จะขึ้นรถแบตเตอรี่ มุ่งตรงเข้าไปยังด้านใน โดยที่กระผม/อาตมภาพไม่สามารถที่จะถ่ายรูปมนุษย์อินทรีย์แบกโลกได้ทัน เพราะว่าตนเองนั้นนั่งอยู่คนละฝั่งกัน จึงหมายมั่นปั้นมือว่าขาออกจะต้องถ่ายรูปให้ได้

    พวกเราลงจากรถแล้ว ก็ต้องเดินเป็นระยะทางที่ค่อนข้างจะไกล ครั้นมาถึงบริเวณด้านหน้าปากทางเข้าที่เขาตกแต่งสถานที่เอาไว้ ปรากฏว่าอยู่ในด้านย้อนแสงพอดี แต่ก็พยายามถ่ายรูปหมู่กัน เสร็จแล้วถึงได้เห็นว่าเขาตกแต่งสองด้านเหมือนกัน พวกเราดันไปถ่ายด้านย้อนแสง ก็เลยออกอาการหน้ามืดกันเกือบทุกคน

    เมื่อถ่ายรูปเสร็จก็ต้องเดินเข้าไปด้านใน ผ่านสะพานที่ค่อนข้างจะยาวเหยียด เนื่องเพราะว่าข้ามสระน้ำที่ขุดด้วยแรงงานมนุษย์ เข้าไปถึงด้านในก็มีป้ายหินแสดงถึงความเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติ พวกเราจึงได้ถ่ายรูปหมู่กันตรงนี้อีกรูปหนึ่ง แล้วเดินเลี้ยวไปทางขวามือ ซึ่งมีจุดที่เขาตกแต่งเอาไว้สวย ๆ สำหรับถ่ายรูป

    โดยเฉพาะมีรูปของผู้หญิงชาวเขา ซึ่งใส่หมวกลักษณะมีเขาสองอัน ไกด์ไก่ (นายฐนชล ทิมแสง) บอกว่าเป็นชาวเขาที่อาศัยอยู่บริเวณนี้ ถ้ามีสองเขาแปลว่ายังเป็นสาวน้อยอยู่ ถ้าหากว่าเหลือเขาเดียวก็คือมีผู้จองแล้ว ถ้าหากว่าไม่เหลือสักเขาเลย ก็คือเป็นแม่บ้านของใครคนหนึ่ง คือแต่งงานไปแล้ว

    ผู้ชายถ้าหากว่าชอบใจผู้หญิงที่มีสองเขาอยู่ สามารถที่จะจับเขาแล้วก็ลากไปหาพ่อแม่ของเธอได้เลย พ่อแม่ของเธอก็จะทดสอบในลักษณะว่ามีความสามารถเลี้ยงลูกสาวได้จริงหรือเปล่า โดยการต้องไปใช้แรงงานทำนาให้พ่อแม่เป็นเวลา ๓ ปี ถ้าพ่อแม่พอใจถึงจะยกลูกสาวให้ ในระหว่างนั้นลูกสาวก็ต้องเอาเขาออก เหลือแค่ข้างเดียว ถ้าแต่งงานไปแล้ว จึงเอาออกทั้งสองข้าง ดูแล้วก็เป็นประเพณีที่ชัดเจนดี

    พวกเราเดินมาถึงบริเวณที่เป็นร้านขายของ ซึ่งทางขวามือเป็นห้องน้ำ ก็ลงไปยังลานทางด้านล่าง ซึ่งเป็นไฮไลท์จุดหนึ่งที่มีป้ายป่าหินอยู่ตรงนี้ ต่างคนต่างก็ไปถ่ายรูปกัน โดยที่นัดแนะกันว่าอีก ๑ ชั่วโมงจะมารอกันตรงนี้ แล้วกระผม/อาตมภาพก็เดินเข้าไปทางด้านใน โดยมีจุดมุ่งหมายก็คือศาลาชมวิวที่เป็นไฮไลท์แห่งที่ ๒ หนทางแคบขนาดต้องตะแคงตัวบ้าง มุดไปตามถ้ำบ้าง บางที่ก็กว้างขนาดเดินสวนกันสบาย ๆ ระหว่างนั้นก็มีนักท่องเที่ยวทั้งเดินตามมา และเดินสวนออกมาเป็นระยะ

    วนถ่ายรูปบริเวณนั้นอยู่พักใหญ่ กลายเป็นหลุดออกมาที่เดิม ครูบาพันแสน (เจ้าอธิการธรรมชัย อคฺคธมฺโม) เจ้าอาวาสวัดศิลาวาส (ปิงโค้ง) รักษาการเจ้าคณะตำบลปิงโค้ง หัวเราะเป็นการใหญ่ กระผม/อาตมภาพจึงบอกว่าเสียท่าไปหน่อย เจ้าที่เขาต้องการให้เราเดินเข้าไปในเขตของเขา เพื่อที่จะใช้สิทธิ์อนุโมทนาตามที่กระผม/อาตมภาพตั้งใจไว้ตั้งแต่อยู่บนรถไฟความเร็วสูง ก็เลยลากพวกเราไปวนเสียรอบใหญ่แบบนั้น แต่ว่าก็ไม่ได้ท้อ เปลี่ยนเส้นทางเดินจนกระทั่งขึ้นไปถึงศาลาชมวิวจนได้ พวกเราทางด้านนี้กำลังถ่ายรูปกันอยู่ จนกระทั่งเสร็จสรรพและเดินออกมาแล้วด้วย
     
  6. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    23,726
    กระทู้เรื่องเด่น:
    2,997
    ค่าพลัง:
    +26,831
    เมื่อเดินลงมาแล้ว กระผม/อาตมภาพก็เดินย้อนทางเดิมกลับออกมา เห็นหินบางก้อนบนหัวนั้นติดอยู่หมิ่น ๆ นิดเดียว ถ้าเกิดแผ่นดินไหว มีหวังร่วงใส่หัวอย่างแน่นอน ออกมานั่งส่งรูปให้ไอ้ตัวเล็ก (นางสาวพัชรีภรณ์ หยกอุบล) เพื่อที่จะเอาลงเว็บไซต์วัดท่าขนุนให้ทุกคนได้ติดตามแบบเรียลไทม์

    ส่วนในเฟซบุ๊กนั้นให้งดเอาไว้ เนื่องเพราะว่ายังอยู่ในวาระที่ต้องแสดงความเสียใจ ต่อการเสด็จสวรรคตของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ไม่ควรที่จะลงอะไรที่เป็นการท่องเที่ยว เพราะว่าเป็นความสนุกสนาน ฝืนกับสภาพความเป็นจริงของคนส่วนใหญ่

    นั่งรออยู่พักใหญ่ มีคนเดินมาทางด้านหลัง ถึงได้ทราบว่าเขาอ้อมลงจากศาลาชมวิวไปอีกด้านหนึ่ง และมีคณะหนึ่งที่มีพระ ๒ รูป โยม ๖ รูป พระ ๒ รูปก็คือครูบาพันแสนและครูบาไอซ์ (พระนิชวัชญ์ ญาณวิสุทฺโธ) วัดเมืองขอน อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ เดินเตลิดออกไปจนถึงทางด้านนอกแล้ว จึงได้บอกให้นั่งรอกันบริเวณนั้น แล้วพวกเราจะไปรับ

    จากนั้นคุณน้ำทิพย์ก็พาพวกเรามาขึ้นรถแบตเตอรี่ พาวนออกอีกด้านหนึ่งของป่าหิน เป็นการชมป่าหินโดยรถยนต์ ไม่ต้องเดินเองให้เหนื่อย บรรดาป่าหินเหล่านี้อายุหลายล้านปีแล้ว ก็คือตั้งแต่สมัยที่บริเวณนี้ยังจมอยู่ใต้ทะเล

    ครั้นพวกเราวนออกมาแล้ว ก็มาจอดอยู่ในบริเวณที่เขาให้เราเดินเท้าออก ต้องเดินเป็นระยะทางที่ไกลมาก น่าจะประมาณ ๒ กิโลเมตร จึงออกมาเจอครูบาพันแสนและครูบาไอซ์พร้อมกับคณะ พากันเดินไปหัวเราะไป จนกระทั่งย้อนเส้นทางออกมาแล้วข้ามสะพานที่คร่อมสระน้ำขุดด้วยมือ เพื่อที่จะตรงไปยังทางออก

    ไกด์ไก่ได้ชี้ให้ออกทางด้านขวามือ เมื่อเดินไปจนถึงบริเวณทางออกแล้ว กระผม/อาตมภาพก็สงสัยว่า มันจะให้กูอ้อมมาทางนี้ทำไมวะ ? เนื่องเพราะว่าทั้งสองแห่งนั้นก็คือสถานที่เดียวกัน ทางออกนั้น ถ้าหากว่าเดินตรงมาทางขาเข้าจะใกล้กว่ามาก ทางออกที่เขาทำให้อย่างเป็นทางการนั้นอ้อมโลกมากไปหน่อย มีคนจีนจำนวนมากที่เดินตรงไปยังทางเข้า แล้วก็มาลัดลงตรงประตูทางออกแบบหน้าตาเฉย

    พวกเราเดินตามคุณน้ำทิพย์ไปจนกระทั่งถึงลานจอดรถ ก็เป็นร้านค้าซึ่งจำหน่ายสินค้าที่ระลึก จัดสถานที่แบบค่ายกลลักษณะเขาวงกต ให้พวกเราเดินวนจนครบทุกร้าน แล้วก็มาออกบริเวณจุดที่เป็นห้องน้ำ และจุดที่เป็นจุดขึ้นรถแบตเตอรี่ออกจากทางด้านอุทยานหินล้านปีแห่งนี้

    พวกเราเข้าห้องน้ำแล้วรอความพร้อม เมื่อนับจำนวนคนได้ครบถ้วน คุณน้ำทิพย์ก็จัดการสแกนตั๋วทีละใบ แล้วปล่อยพวกเราผ่านเข้าไป แต่ปรากฏว่ารถนั้นมีมวลมหาประชาชนจีนนั่งอยู่เกินครึ่งแล้ว พวกเราจึงต้องแยกเป็นคณะตามเคย ครั้นออกมาทางด้านนอก ก็ยังต้องเดินอีกไกลกว่าที่จะไปถึงลานจอดรถบัส
     
  7. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    23,726
    กระทู้เรื่องเด่น:
    2,997
    ค่าพลัง:
    +26,831
    พวกเราขึ้นรถกันพร้อมเพรียงแล้ว ก็วิ่งย้อนกลับเข้ามาในตัวเมืองคุนหมิง เป็นระยะที่พระอาทิตย์ใกล้จะตกดินแล้ว รถเริ่มจะติดหนุบติดหนับ จนต้องอาศัยชมวิวข้างทางเพื่อแก้รถติด มาถึงบริเวณหน้าเมืองโบราณกวนตู้ ก็ต้องเร่งลงจากรถแบบเร่งด่วน เพราะว่าเขาไม่ให้จอดแช่นานอย่างที่ว่าเอาไว้ สงสารว่าพลขับอาจจะต้องเสียสตางค์ ถ้าหากว่าจอดแช่เกินเวลา

    เมื่อลงมาแล้ว บริเวณซุ้มประตูเข้าเมืองโบราณกวนตู้ แม่หญิงเปิ้ลก็นัดแนะเวลาพวกเราว่าประมาณทุ่มครึ่งให้มารอกันตรงนี้ เมื่อเดินเข้าไปจนสุดทางถึงบริเวณเจดีย์แล้วก็ให้วนออกมา สินค้าอะไรบริเวณนี้ถ้าต้องการซื้อ ก็ต่อได้โดยไม่ต้องเกรงใจ

    เมื่อถ่ายรูปหมู่กันเสร็จแล้ว พวกเราก็เดินเข้าไปด้านใน ซึ่งแสงสีต่าง ๆ ก็เริ่มเปิดขึ้นทีละร้าน มีบรรดาร้านจำหน่ายสินค้าต่าง ๆ ซึ่งถ้าหากว่าเป็นร้านใหญ่ก็ขายกันอย่างเป็นล่ำเป็นสัน อย่างเช่นว่าร้านจำหน่ายชาผู่เอ้อ ซึ่งมีชาราคาตั้งแต่ไม่กี่สิบหยวน ไปจนกระทั่งถึงหลายพันหยวน แล้วมีการแยกเป็นคำเล็ก ๆ พอชงในแต่ละครั้งอีกต่างหาก

    มีร้านขายหินหยก ซึ่งแกะเป็นสัตว์มงคลเต็มไปหมด รวมทั้งกำไลตลอดนจนกระทั่งจี้ต่าง ๆ มีร้านหนึ่งซึ่งจำหน่ายสินค้าเป็นรูปสัตว์มงคล ไม่ว่าจะเป็นม้า เป็นวัว เป็นควาย เป็นกวางก็ตาม หล่อขึ้นมาจากทองเหลืองแล้วลงสีอย่างประณีตงดงามเลยทีเดียว แต่ราคาก็แพงหูดับ ตัวละ ๑๖,๐๐๐ หยวนขึ้นไป เดินดูไปทีละส่วน ถ่ายรูปไปทีละร้าน จนกว่าที่จะไปสุดทางที่บริเวณเจดีย์เก่าที่อายุประมาณ ๕๐๐ กว่าปีแล้ว

    พวกเราถ่ายรูปหมู่กันเท่าที่ตามมากันถึงตรงนี้ แล้วเดินวนย้อนกลับออกมาทางเดิม ตอนนี้แสงสีต่าง ๆ เริ่มเปิดแบบจัดเต็ม เนื่องเพราะว่าตะวันตกดินจนฟ้ามืดไปแล้ว ข้าวของต่าง ๆ ก็แลดูน่าซื้อน่าหามากขึ้น โดยเฉพาะหลายแห่งนั้น หลอกคนไทยให้เข้าไปด้วยการตกแต่งหน้าร้านด้วยเทวดาแบบไทยบ้าง ศิลปะแบบไทยบ้าง แต่พอเดินเข้าไปก็คือคนจีนล้วน ๆ นั่นเอง

    จนกระทั่งย้อนกลับมาถึงบริเวณจุดนัดพบก็มืดสนิทแล้ว พวกเรารออยู่จนกระทั่งถึงเวลาทุ่มครึ่ง กว่าที่จะมาครบครัน ก็เดินตามคุณน้ำทิพย์ออกไปทางลานจอดรถ วิ่งไปจนกระทั่งถึงโรงแรมวีนัส อินเตอร์เนชั่นแนล โฮเต็ล ซึ่งอยู่ในบริเวณใจกลางเมือง จึงต้องฝ่ารถติดกันขนานใหญ่อีกครั้ง เมื่อมาถึง ปรากฏว่าบริเวณนี้มีเมืองใต้ดินด้วย เพราะว่าทั้งสองฝั่งมีอุโมงค์ลงใต้ดินอยู่สองแห่ง ลักษณะเป็นซุ้มหลังคากระจกสีสวยงามเลยทีเดียว

    เมื่อรับเอาคีย์การ์ดมาแล้ว ท่านปิงก็ไปส่งกระผม/อาตมภาพจนถึงห้องพัก ซึ่งดำเนินการตามปกติก็คือเข้าห้องน้ำ แล้วเปิดน้ำจนร้อนที่สุดเท่าที่จะทนได้ราดเสียทั้งตัว คลายเมื่อยคลายขบแล้วก็แต่งตัวเรียบร้อย วันนี้ต้องทำการอธิษฐานจิตสำหรับสิ่งของต่าง ๆ ที่ซื้อมาด้วย จึงต้องแต่งตัวใหม่ให้รัดกุม ก่อนที่จะมุดเข้าใต้ผ้าห่ม แล้วส่งกำลังใจไปกราบขอบารมีพระให้เมตตาสงเคราะห์ให้

    สำหรับวันนี้ก็ขอเรียนถวายพระภิกษุสามเณรของเรา และบอกกล่าวแก่ญาติโยมแต่เพียงเท่านี้

    พระครูวิลาศกาญจนธรรม, ดร.
    เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน
    วันเสาร์ที่ ๑๗ มกราคม พุทธศักราช ๒๕๖๙
    (ถอดจากเสียงเป็นอักษร โดย เผือกน้อย)
     
สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้

แชร์หน้านี้

Loading...